การเตรียมบ่อเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนา

พรเลิศ  จันทร์รัชชกูล

    การเตรียมบ่อเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนา พรเลิศ จันทร์รัชชกูล สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ ปัญหาที่สำคัญที่สุดปัญหาหนึ่งของการเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนาหรือแบบปล่อยกุ้งอย่างหนาแน่น คือ มักจะพบว่ามีกุ้งป่วยหรือตายในช่วง 1 เดือนแรกของการเลี้ยงเป็นต้นไป บ่อที่พบว่าเกิดปัญหาเหล่านี้มักจะเป็นบ่อที่มีเครื่องให้อากาศน้อย ประกอบกับการวางตำแหน่งเครื่องที่ไม่ถูกวิธี รวมไปถึงบ่อที่มีระดับน้ำลึกเกินไป ทั้งนี้เมื่อการเลี้ยงผ่านไประยะหนึ่ง จะเริ่มมีของเสียสะสมอยู่ตามพื้นบ่อโดยของเสียนั้น ส่วนใหญ่ก็คือทรากของแพลงค์ตอนที่ตาย และเศษอาหารนั่นเอง ถ้าเราไม่สามารถรักษาพื้นบ่อโดยเฉพาะบริเวณที่ให้อาหาร หรือบริเวณที่กุ้งอยู่นั้นให้สะอาดอยู่เสมอแล้ว เรามักจะพบกุ้งป่วยซึ่งจะมีลักษณะเปลือกอ่อน ลำตัว และเหงือกสกปรก ตัวหลวม ไม่กินอาหาร ทะยอยลอยขึ้นมาตามขอบบ่อเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อป้องกันปัญหาพื้นบ่อสกปรก ไม่เพียงแต่เราจะต้องใช้เครื่องตีน้ำให้ถูกต้องและเหมาะสมเท่านั้น เรายังจะต้องทำความสะอาดบ่อให้ดีที่สุดก่อนจะเตรียมน้ำเพื่อปล่อยกุ้งอีกด้วย วิธีการเตรียมบ่อที่นิยมปฏิบัติและได้ผลดีขณะนี้แบ่งออกเป็น 3 วิธี ตามสภาพดิน คือ 1. บ่อที่มีสภาพพื้นก้นบ่อเป็นดินปนทราย ดินแบบนี้เมื่อตากบ่อแห้งจะมีลักษณะเป็นฝุ่น เนื่องจากมีอนุภาคเล็กมาก และจะไม่ค่อยเกาะตัวกัน ซึ่งจะเป็นข้อเสียคือ เศษอาหารของเสียต่างๆ จะแทรกตัวลงไปได้ง่าย ทำให้ทำความสะอาดยากมาก เพราะถึงแม้จะตากบ่อได้แห้ง แล้วใช้เครื่องมือหรือรถไถตักหน้าดินออกไปแล้วก็ตาม ของเสียส่วนที่แทรกลึกลงไปก็ยังคงอยู่ในดิน เนื่องจากของเสียและดินเดิมจะไม่แยกออกจากกัน เมื่อเติมน้ำเข้าบ่อของเสียเหล่านั้นก็จะเริ่มเน่าสลาย ก่อให้เกิดแก๊สพิษต่างๆ ตามมาได้ ดังนั้นการเตรียมบ่อที่พื้นก้นบ่อเป็นสภาพดินทราย ควรจะต้องตรวจเช็คให้ดีว่าของเสียได้ถูกจำกัดออกไปหมดหรือไม่ หลังจากนั้นจะต้องล้างบ่อ 1-2 ครั้ง โดยใช้เครื่องให้อากาศช่วยเพื่อล้างเศษของเสียที่ยังตกค้างอยู่ออกไปให้มากที่สุด วิธีทำความสะอาดบ่อที่ได้ผลดีอีกวิธีหนึ่งก็คือ การฉีดเลนเป็นวิธีที่สะดวกประหยัดเวลา แต่ที่สำคัญทีสุดจะต้องเก็บของเสียที่ล้างออกมาให้หมดห้ามปล่อยลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่องอย่างรุนแรงได้ ในทางปฏิบัติแล้วเกษตรกรจะต้องเตรียมพื้นที่สำหรับเก็บกักเลนไว้ให้พอเพียง หลังจากล้างบ่อหรือลอกเลนเสร็จแล้วก็จะถึงขั้นตอนของการลงปูนขาวและเตรียมน้ำ โดยทั่วไปแล้วค่า pH ของดินปนทรายมักจะมีค่าไม่ต่ำกว่า 6 ปริมาณการใช้ปูนจะอยู่ระหว่าง 200-300 กิโลกรัมต่อไร่ ควรหว่านปูนให้ทั่วบริเวณ ปูนที่นิยมใช้ส่วนใหญ่คือ ปูนมาร์ล หรือปูนโดโลไมท์ ซึ่งจะเป็นปูนในรูปหินปูนดิบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มค่าความเป็นด่างของน้ำในบ่อ เมื่อลงปูนเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มเติมน้ำเข้าบ่อให้ได้ความสูงประมาณ 1.2-1.5 เมตร ทิ้งไว้ 1-2 วัน ถ้าน้ำในคลองหรือในบ่อพักน้ำที่เติมลงไปในบ่อมีแพลงค์ตอนอยู่พอควร น้ำในบ่อจะเริ่มมีสีเขียวเกิดขึ้น หลังจากนั้นจึงจะเริ่มกำจัดศัตรูกุ้ง ซึ่งปัจจุบันจะใช้คลอรีนกันมากกว่าใช้กากชา เนื่องจากกากชาไม่สามารถฆ่าพวกกุ้งธรรมชาติ เคย ปลาเล็กๆ ปู หรือตัวอ่อนของสัตว์ต่าง ๆ ได้ อัตราส่วนของคลอรีนที่ใช้คือ 10-50 กิโลกรัมต่อไร่ (แคลเซี่ยมไฮโปคลอไรท์ 60%) หลังจากใช้คลอรีนแล้วน้ำจะใสขึ้นเนื่องจากแพลงค์ตอนส่วนหนึ่งจะถูกทำลายไป ในระหว่างนี้ควรเปิดเครื่องให้อากาศตลอดเวลา เพื่อให้คลอรีนกระจายทั่วบ่อ และสลายตัวได้เร็วขึ้น หลังจากใช้คลอรีนแล้ว 1-2 วัน น้ำจะเริ่มเขียวขึ้นมา จึงเริ่มใช้ปูนและปุ๋ยเพื่อกระตุ้นให้แพลงค์ตอนเจริญมากขึ้น จากนั้น 7-10 วัน จึงจะเริ่มปล่อยลูกกุ้งได้ 2. สภาพพื้นบอ่ที่เป็นดินกรด ในสภาพที่ดินเป็นกรดจัด (pH 3-4) วิธีทำความสะอาดบ่อที่ได้ผลดี คือ การฉีดเลน เนื่องจากการตากบ่อให้แห้งและใช้เครื่องมือเพื่อตักเอาของเสียออกจากพื้นบ่อนั้น จะมีผลทำให้ความเป็นกรดบริเวณพื้นบ่อเพิ่มมากขึ้น บ่อประเภทนี้หลังจากการฉีดล้างของเสียออกไปแล้วควรจะเริ่มใส่ปูนเพื่อเตรียมน้ำทันทีอย่าตากบ่อเพราะจะทำให้เกิดกรดมากขึ้น เมื่อเติมน้ำเข้าบ่อแล้วควรตรวจวัดค่า pH ของน้ำก่อน ซึ่งค่า pH ของน้ำหลังจากกักน้ำไว้ในบ่อ 1 วัน ควรจะไม่ต่ำกว่า 6.5 ถ้าค่า pH ต่ำกว่านี้ควรจะทำการล้างบ่อใหม่ หลังจากนั้นจึงใส่ปูน โดยทั่วไปจะใช้ปูนมาร์ลหรือโดโลไมท์ในอัตรา 300-500 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนที่จะเตรียมน้ำต่อไป

3. สภาพพื้นบ่อที่เป็นดินเหนียว ในสภาพบ่อเช่นนี้ถ้าสามารถตากบ่อให้แห้งได้ ชั้นของของเสียจะแยกตัวออกจากพื้นดินเดิมทำให้ง่ายต่อการกำจัดออกโดยใช้รถ หรือแรงคน นอกจากนี้ถ้าไม่สามารถตากพื้นบ่อให้แห้งได้ การฉีดเลนก็จะสามารถทำได้ง่ายเช่นกัน เนื่องจากของเสียจะสะสมอยู่ที่ผิวของดินพื้นบ่อเท่านั้น ง่ายต่อการฉีดล้าง หลังจากล้างบ่อเรียบร้อยแล้ว ควรจะลงปูนมาร์ลหรือโดโลไมท์ในอัตรา 100-150 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนการเตรียมน้ำ

การเตรียมน้ำ ในปัจจุบันนี้หลาย ๆ พื้นที่มีการใช้คลอรีนในการกำจัดศัตรูกุ้ง และฆ่าเชื้อต่าง ๆ ในน้ำก่อนปล่อยกุ้งกันมาก อัตราที่ใช้กันโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วง 5-10 ppm (คลอรีนผง 60%) หรือประมาณ10-50 กิโลกรัมต่อไร่ ที่ระดับน้ำลึกประมาณ 1.2-1.5 เมตร เมื่อเปรียบเทียบอัตรารอดของกุ้งระหว่างบ่อที่ใช้และไม่ได้ใช้คลอรีนจะพบว่า บ่อที่ใช้คลอรีนจะมีอัตราการรอดค่อนข้างสูงกว่าบ่อที่ไม่ได้ใช้ ทั้งนี้น่าจะเป็นผลมาจากคลอรีนไปกำจัดพวกลูกกุ้งชนิดอื่นๆ ลูกปลา รวมทั้งไข่หรือตัวอ่อนสัตว์ต่าง ๆ ในบ่อ ดังนั้นเมื่อปล่อยลูกกุ้งลงไป ลูกกุ้งจะไม่ถูกรบกวนหรือแย่งอาหารเลย ทำให้ลูกกุ้งโตเร็วและมีอัตรารอดสูง นอกจากนี้ในช่วง 30-40 วันแรกหลังจากเริ่มปล่อยกุ้งลงไป ควรมีการตรวจเช็คคุณสมบัติของน้ำ และใส่ปูนเพื่อปรับสภาพ pH ของน้ำในบ่ออย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ค่า pH ของน้ำคงที่ ซึ่งจะส่งผลต่อไปถึงการเจริญเติบโตของแพลงค์ตอนในบ่ออีกด้วย เราพบว่า ถ้ามีการใช้ปูนอย่างสม่ำเสมอแล้ว การควบคุมสีน้ำ และ pH ของน้ำจะทำได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำเลย

หมายเหตุ การทำความสะอาดบ่อโดยการลอกเลนหรือฉีดเลนจะต้องทิ้งเลนในที่ที่จัดไว้สำหรับทิ้งเลนเท่านั้น ห้ามทิ้งเลนลงในแหล่งน้ำหรือที่สาธารณะ เพราะจะทำให้สิ่งแวดล้อม ถูกทำลายอย่างรุนแรง อันจะมีผลต่อเนื่องก่อให้เกิดปัญหาในการเลี้ยงกุ้งได้

smback.gif (1708 bytes)