การเพาะพันธุ์ปลาปอมปาดัวร์

 

การเพาะพันธุ์ปลาปอมปาดัวร์

              

           ปลาปอมปาดัวร์ หรือที่เรียกกันว่า  Discus  เป็นปลาในตระกูล   Cichlid     ที่มีราคาค่อนข้างสูง      สามารถส่งขายต่างประเทศได้ ปัจจุบันผู้เพาะเลี้ยงปลาของไทยได้พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์จนได้ปลาปอมปาดัวร์ที่มีลักษณะสวยงาม  สีสันสวยงาม  หลากหลายสายพันธุ์

 

 

 

 

 

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์

การเลือกซื้อพ่อแม่พันธุ์ควรซื้อจากฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาปอมปาดัวร์ที่มีมาตรฐาน มีการคัดเลือกสายพันธุ์ปลาสำหรับนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ และเป็นปลาที่ไม่ได้ผ่านการเร่งหรือย้อมสี เพราะฮอร์โมนที่ใช้ในการย้อมสี   อาจจะมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ของปลาได้

          นอกจากนี้ไม่ควรซื้อปลาขนาดใหญ่มาเลี้ยง      เพราะไม่สามารถทราบอายุที่แน่นอน    ควรซื้อปลาขนาดที่เรียกว่าปลาเหรียญบาท   ซึ่งมีอายุ 1-2  เดือน มาเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์ แต่ไม่ควรซื้อปลาจากครอกเดียวกันหรือเลือดชิด เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการเพาะพันธุ์ต่ำ  และลูกปลาที่ได้อาจจะพิการ  ลูกปลาที่ซื้อควรมีรูปร่างลักษณะที่ดี สมส่วน คือรูปร่างกลม    บริเวณตั้งแต่จะงอยปากถึงครีบหลังควรโค้งงอ ไม่ลาดชันเป็นเส้นตรง   กระโดงครีบหลังสูงและไม่หักลู่ สีของลำตัวเป็นสีน้ำตาลอ่อน ครีบก้นยาวและลึก ครีบทุกครีบสมบูรณ์ มีสุขภาพสมบูรณ์ไม่เซื่องซึม  ไม่เป็นโรค  

 

การเพาะพันธุ์

                เมื่อพ่อแม่ปลาเจริญเติบโตพร้อมที่จะผสมพันธุ์และวางไข่ได้ ให้นำโดมสำหรับปลาวางไข่มาใส่ไว้ในตู้  เพื่อเป็นการฝึกไม่ให้ปลาวางไข่ที่อื่น  ซึ่งในการเพาะพันธุ์นี้ควรคำนึงถึง

               1. ตู้ปลา   ตู้ที่นิยมทำการเพาะเลี้ยง  คือตู้ขนาด  30x20x20  นิ้ว  โดยทาสีเทาหรือสีเขียวอ่อน 3 ด้าน ตั้งชิดผนัง บริเวณที่ค่อนข้างเงียบสงบ

               2. ห้องเพาะพันธุ์ปลา    ควรแยกออกจากห้องเลี้ยงปลา    เพราะแสงสว่างและช่วงเวลาการเปลี่ยนน้ำมักจะไม่ตรงกันมักจะทำให้รบกวนพ่อแม่ปลา  ในฤดูร้อนห้องเพาะพันธุ์ควรมีการระบายอากาศที่ดี   ส่วนในฤดูหนาว  ควรปิดห้องเพื่อควบคุมไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ  ไม่นิยมใช้ฮีทเตอร์ในระหว่างการเพาะพันธุ์

               3. การวางโดม    ควรวางโดมให้ชิดผนังตู้ด้านหนึ่ง เพื่อป้องกันมิให้ไข่ปลาติดหลังโดม   และไม่ควรเปิดฟองอากาศให้แรงเกินไป

                ในระหว่างการเพาะพันธุ์   ตัวเมียจะเห็นส่วนท้องอูมชัดเจน  ก่อนปลาวางไข่ 3-4 วัน  ปลาจะมีอาการสั่นทั้งตัวผู้และตัวเมีย ในวันที่ปลาวางไข่จะเห็นทั้งตัวผู้และตัวเมียไม่ยอมออกห่างจากโดมและช่วยกันแทะเล็มโดมเพื่อทำความสะอาด จากนั้นตัวเมียจะวางไข่บนโดมครั้งละ 15-30 ฟอง   แล้วตัวผู้จะปล่อยน้ำเชื้อลงบนไข่  แม่ปลาจะใช้เวลาในการวางไข่  2  ชั่วโมง  วางไข่ 100-300 ฟอง   ไข่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 มม.   มีสีเทาอมเหลือง ในบางครั้งไข่อาจจะมีสีเหลืองอมแดง    เนื่องจากปลาปอมปาดัวร์ในประเทศไทยเลี้ยงด้วยไข่กุ้ง   ทำให้มีผลต่อสีของไข่ หลังจากปลาผสมพันธุ์และวางไข่แล้วจึงใส่ยาปฏิชีวนะ  ได้แก่   Tetracyclin     อัตราส่วน 2 เม็ด ต่อ 1 ตู้  ในระยะนี้ตัวผู้และตัวเมียจะว่ายวนเวียนโบกพัดน้ำไปยังไข่   เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนและไม่ให้สิ่งสกปรกตกลงบนไข่    จากนั้นนำตะแกรงตาถี่ขนาดช่องตาครึ่งเซนติเมตรมาครอบลงบนโดม   ให้มีระยะห่างระหว่างโดม   และตะแกรงระหว่าง 2-3 ซม.  เพื่อป้องกันปลาย้ายไข่หรือปลาตกใจอาจจะกินไข่ได้   พร้อมกับนำตะแกรงช่องตา 1 นิ้ว กั้นแยกตัวผู้ออกจากตัวเมียและไข่ เพื่อป้องกันปลาผสมพันธุ์กันและวางไข่อีก    ซึ่งถ้าปลาวางไข่อีกจะกินไข่ที่วางไว้ก่อนแล้วออกหมด และป้องกันการกัดกันเพราะแย่งกันเลี้ยงลูก  การแยกกันนี้จะต้องแยกให้ตัวเมียอยู่ใกล้กับไข่     เพราะจะทำให้ทั้งตัวเมียและตัวผู้ช่วยกันเลี้ยงลูก   แต่ถ้าแยกให้ตัวเมียอยู่ด้านนอก   และตัวผู้อยู่ด้านใน   ตัวเมียจะไม่คุ้นกับลูก  จะกินลูกของตัวเอง   แต่ทั้งนี้การแยกต้องให้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย  สามารถมองเห็นไข่ที่วางติดโดมไว้ได้  เพื่อจะได้ไม่กินลูกปลา

 

ตู้เพาะพันธุ์ปลา

ปลาปอมปาดัวร์ จับคู่

 

 

 

การอนุบาลลูกปลา

                หลังจากแม่ปลาวางไข่     3    วัน  ลูกปลาจะฟักเป็นตัวแต่จะยังอยู่บริเวณเปลือกไข่       จะเห็นส่วนหางเต้นไปมา ส่วนหัวจะเป็นจุดสีดำ  ในระหว่างนี้ลูกปลาจะไม่กินอาหารเพราะมีถุงไข่ (yolk sac)   อยู่ในบริเวณท้อง  หลังจากนั้นอีก 3 วัน ลูกปลาจะเริ่มว่ายน้ำมาเกาะเพื่อกินเมือกบริเวณลำตัวพ่อแม่ปลา   สีของลำตัวของพ่อแม่ปลาจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นจนเกือบดำ  พ่อแม่ปลาจะพยายามอมลูกปลาแล้วพ่นไปที่โดม   ระยะนี้เป็นระยะที่สำคัญมาก      ถ้าพ่อแม่ปลาตกใจจะกินลูกปลาเข้าไปเลย  และควรระมัดระวังการให้อาหารพ่อแม่ปลา อย่าให้อาหารมาก  เพราะจะทำให้น้ำ

เสียเนื่องจากจะไม่มีการเปลี่ยนน้ำในระยะนี้ วันที่  7 -8  ควรมีการถ่ายน้ำพร้อมกับดูดตะกอนออก  

 การเปลี่ยนน้ำควรเติมน้ำเท่ากับปริมาณน้ำที่มีอยู่เดิม     และเปลี่ยนน้ำทุกวัน

                วันที่  13   ลูกปลาเริ่มว่ายน้ำไปมาแต่ยังกินเมือกของพ่อแม่เป็นอาหารอยู่ สามารถให้อาหารเสริมได้ คือ อาร์ทีเมีย ที่เพาะใหม่ ๆ หรือลูกของไรแดงวันที่  17  จึงแยกแม่ปลาออกจากลูกปลาได้  ระยะนี้เรียกว่าระยะแกะออกจากแม่ หรือขนาดเม็ดแตงโม  ขายได้ในราคาตัวละ   7-8  บาทหรือเลี้ยงต่อไปจนอายุ 1 เดือน  จนถึงขนาดเหรียญบาท   ซึ่งมีราคา 20-30 บาท  ทั้งนี้แล้วแต่ความต้องการของตลาด   ในระยะนี้ควรหัดให้ลูกปลากินไข่กุ้ง   เพื่อเป็นการเร่งจะทำให้ปลามีสีแดงขึ้นและขายได้ง่ายขึ้น

                พ่อแม่ปลาที่แยกออกจากลูกปลาในระยะที่ลูกปลามีอายุ   17  วัน   นั้นจะผสมพันธุ์และวางไข่ได้อีกโดยใช้เวลาพักตัวประมาณ   1   อาทิตย์     ในระยะพักตัวนี้    ควรให้อาหารเสริมจำพวกวิตามิน  E,  K   หรือวิตามินรวม   เนื่อง จากระยะเลี้ยงลูกเราต้องใส่ยาปฏิชีวนะตลอดเวลา    เพื่อป้องกันโรค  ทำให้ปลาขาดวิตามิน E,  K  ซึ่งอาจทำให้ปลาตัวผู้นี้มีโอกาสเป็นหมันอย่างถาวรและตัวเมียเป็นหมันชั่วคราวได้   โดยใส่วิตามิน  E,  K หรือวิตามินรวมลงไปในอาหารและแช่ทิ้งไว้ก่อนให้ประมาณ 20 นาที