| |
|
| |
หอยหวานหรือหอยตุ๊กแก
ชื่อสามัญ Spotted Babylon ชื่อวิทยาศาสตร์
Babylonia areolata Link, 1807
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับและนิยมบริโภคกันมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
หอยหวานเป็นหอยฝาเดียวเปลือกค่อนข้างหนา
ผิวเรียบมีลวดลายสีน้ำตาลเข้ม มีหนวด
1 คู่ ตา 1 คู่ มีท่อ (Siphon) มีเท้าขนาดใหญ่ใช้สำหรับเคลื่อนที่ |
|
หอยหวานอาศัยบริเวณชายฝั่งที่เป็นทรายหรือทรายปนโคลน
ความลึกประมาณ 5-20 เมตร พบทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน |
|
 |
|
|
 |
|
| |
| |
| |
| |
| หอยหวานสืบพันธุ์โดยวางไข่ |
|
| |
|
หอยหวานเพศเมียที่ได้รับการผสมพันธุ์จากเพศผู้
ต่อมาจะวางไข่ในลักษณะเป็นฝักไข่ (Egg capsule) แม่พันธุ์หอยหวาน
1 ตัว วางไข่ครั้งละประมาณ 20-70 ฝัก โดยฝักไข่มีความกว้างเฉลี่ย
10.32 มิลลิเมตร ความยาวเฉลี่ย 29.31 มิลลิเมตร (รัตนาและประวิม,
2531) มีก้านยึดติดกับวัตถุในพื้นทะเล เช่น เม็ดทราย
ภายในฝักไข่แต่ละฝักจะมีไข่ที่ปฏิสนธิแล้ว (Fertilized
egg) 331-832 ฟอง เฉลี่ย 543.25 ฟอง (นิพนธ์และจรัญ,
2543) ไข่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 430 ไมครอน
|
 |
| ฝักไข่ที่แม่หอยวางเรียงติดบนพื้นทราย |
|
 |
ฝักไข่อายุ
1 วัน |
|
|
| |
| |
| |
| |
| ไข่หอยแบ่งเซลล์และพัฒนาภายในฝักไข่ |
|
| |
 |
| ฝักไข่อายุ
6 วัน |
|
 |
| ลูกหอยในฝักไข่ |
|
ไข่ที่อยู่ภายในฝักไข่จะแบ่งเซลล์และพัฒนาเป็นตัวอ่อนระยะ
Trocophore larvae หลังจากวางไข่ประมาณ
24 ชั่วโมง
ต่อมาตัวอ่อนก็พัฒนาเป็นระยะ
Veliger larvae และออกจากฝักไข่ภายใน
5-7 วัน โดย นิพนธ์และจรัญ (2543) รายงานว่า Veliger
larvae มีขนาด 400-500 ไมครอน |
|
| |
| |
| |
| ภายใน
5-7 วัน ลูกหอยระยะ Veliger ออกจากฝักไข่ |
|
| |
 |
| ระยะ
Veliger |
|
| หลังจากแม่หอยวางไข่แล้วประมาณ
5-7 วัน ลูกหอยระยะ Veliger จะออกจากฝักไข่
และดำรงชีวิตแบบแพลงก์ตอนล่องลอยในน้ำ ลักษณะเด่นของลูกหอยระยะนี้คือ
มีอวัยวะที่เรียกว่า Velum มองเห็นคล้ายปีกผีเสื้อ
(ภาพซ้ายมือ)
ทำหน้าที่โบกพัดน้ำเพื่อการเคลื่อนที่อย่างช้าๆ
และโบกพัดอาหาร ลูกหอยระยะนี้จึงถูกเรียกว่า
ระยะหอยบิน |
|
ลูกหอยระยะ
Veliger กินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร
ซึ่ง บังอรและคณะ (2548) ทดลองเพาะอนุบาลหอยหวานรายงานว่า
ลูกหอยหวานระยะนี้ชอบกินแพลงก์ตอนสีเขียวมาก
Tetraselmis
sp. |
|
|
|
| |
| |
| |
| จากระยะ
Veliger ที่ล่องลอยในน้ำก็เริ่มลงพื้น |
|
| |
 |
เริ่มลงพื้น
(ก.)
ยังไม่กินอาหาร (ข.) เริ่มกินอาหาร
|
|
ลูกหอยระยะ
Veliger ล่องลอยในน้ำได้ 1-2
สัปดาห์ ก็เริ่มเปลี่ยนรูปร่าง โดย Velum
ที่มองเห็นคล้ายปีกผีเสื้อจะหายไปและเริ่มลงพื้นเพื่อดำรงชีวิตบนพื้นทะเล
ลูกหอยที่เริ่มลงพื้นและเริ่มเปลี่ยนรูปร่างให้เหมือนตัวโตเต็มวัย
เรียกว่า ระยะ Settled juvennile
ระยะ Early juvenile และ ระยะ
Juvenile ตามลำดับ |
 |
ลูกหอยหวานที่ลงพื้นจะเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร
จากกินแพลงก์ตอนไปเป็นกินเนื้อ |
| ระยะ
Early juvenile และ Juvenile
|
|
|
|
|
| |
| |
| |
| หอยหวานลงพื้นแล้วมีอวัยวะที่เรียกว่า
Proboscis ใช้กินอาหาร |
|
| |
| หอยหวานที่ลงพื้นแล้ว
จะมีอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อยาวสีขาวเรียกว่า
Proboscis สามารถยืดยาวได้หลายเซนติเมตร
(ลูกศร)
โดยหอยหวานจะยื่นปลายท่อไปยังอาหารและส่งน้ำย่อยออกไปและดูดอาหารกลับทางท่อเข้าร่างกาย |
|
| หลังกินอาหารแล้ว
หอยก็จะเคลื่อนที่ไปฝังตัวใต้ทราย |
|
 |
|
|
 |
|
| |
| |
| |
| |
| |
รัตนาและประวิม
(2531) ทดลองเลี้ยงหอยหวานตั้งแต่ออกจากฝัก
ประมาณ 1 ปี หอยมีความยาวเปลือกเฉลี่ย 3.88
ซม.หอยก็เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ สามารถเริ่มสืบพันธุ์ได้
อนุกรมวิธาน
Phylum
Mollusca |
|
Class Gastropod
Order Neogastropod
Family Buccinidae
Genus Babylonia |
|
 |
|
|
 |
|
| |
| |
| เชิญชมภาพการเพาะและอนุบาลหอยหวาน |
|
| |
| สนใจชมวิธีการเพาะและอนุบาลลูกหอยหวาน
คลิ๊กที่นี่เพื่อรับชม |
| |
เอกสารอ้างอิง
ธานินทร
สิงหะไกรวรรณ. 2539. การศึกษาชีววิทยาบางประการของหอยหวานในบ่อเลี้ยงเพื่อการผลิตพันธุ์สำหรับปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ.
เอกสารวิชาการฉบับที่ 57, ศูนย์พัฒนาการประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก,
กองประมงทะเล, กรมประมง, 42 หน้า.
นิพนธ์
ศิริพันธ์ และ จรัญ วงษ์วิวัฒนาวุฒิ. 2543. การเพาะฟักหอยหวาน
(Babylonia areolata Link , 1807) เอกสารวิชาการฉบับที่
51/2543 สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดชลบุรี กองเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งร่วมกับสำนักวิชาการ,
กรมประมง, กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์, 46 หน้า.
บังอร
ศรีมุกดา สุรชาต ฉวีภักดิ์ และวริษฐา หนูปิ่น. 2548. การผลิตลูกหอยหวานเชิงพาณิชน์.
เอกสารวิชาการฉบับที่ 24/2548. ศูนย์วิจัยและพััฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี,
สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
34 หน้า.
รัตนา
มั่นประสิทธิ์ และ ประวิม วุฒิสินธุ์. 2531. การศึกษาเบื้องต้นในการเพาะเลี้ยงหอยหวาน
(Babylonia areolata). เอกสารวิชาการฉบับที่ 8 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก,
กองประมงทะเล, กรมประมง. 14 หน้า. |