| |
"อุปกรณ์ที่ใช้
มี 2 อย่าง ?
กล้องจุลทรรศน์
ใช้กำลังขยาย 40 เท่า (หัว
4x10) ใช้ร่วมกับสไลด์หลุม นอกจากใช้ดูระยะลูกกุ้งได้
ยังสามารถตรวจดูสุขภาพลูกกุ้ง และความแข็งแรงได้ด้วย
แก้วใส
ที่เรียกกันว่า "แก้วส่องกุ้ง"
เลือกคุณภาพดี เนื้อแก้วใส วิธีใช้แก้วดูลูกกุ้ง โดยการตักลูกกุ้งในบ่อ
ยกแก้วเหนือระดับตาเล็กน้อย หันแก้วให้รับแสง ความโค้งและใสของแก้วจะทำให้เห็นลูกกุุ้งได้ชัดเจน
(สามารถเห็นมวลเนื้อของ คีโตเซอรอสหรือสเกลลีโตนีมา)
|
 |
แก้วส่องกุ้ง
สำหรับดูกุ้งด้วยตาเปล่า |
|
|
| |
| |
| |
| แม่กุ้งแชบ๊วยไข่แก่
และไข่ที่ใกล้ฟักเป็นตัว |
|
การเพาะและอนุบาลลูกกุ้งแชบ๊วย
ปัจจุบันใช้แม่กุ้งไข่แก่จากธรรมชาติ โดยแม่กุ้งที่มีรังไข่ระยะที่
4 สามารถสังเกตุได้จาก ปีกรังไข่
บริเวณท้องปล้องแรก (ตามภาพ)
แม่กุ้งแชบ๊วยรังไข่ระยะที่
4 นำใส่บ่อตอนเย็น จากนั้นประมาณ 2-3 ทุ่ม ก็เริ่มปล่อยไข่แล้ว
ไข่ใกล้ฟักมีลักษณะเหมือนแมงมุมอยู่ข้างใน (ตามภาพ)
ไข่มีระยะฟักตัว12-15 ชั่วโมง |
 |
|
 |
ปีกรังไข่
ของแม่กุ้งแชบ๊วย |
|
ไข่กุ้งแชบ๊วยใกล้ฟักเป็นตัว |
|
|
| |
|
| |
| |
| |
| ระยะนอเพลียส
(Nauplius) ลอกคราบ 6 ครั้ง มี 6 ระยะ |
|
| |
 |
| นอเพลียส |
|
เมื่อฟักออกจากไข่ ดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะมองเห็นรยางค์เด่น
ๆ 3 คู่แรก
การว่ายน้ำของลูกกุ้งระยะนอเลียส จะว่ายโดยการขยับรยางค์ประมาณ
10 ครั้ง แล้วหยุดสักครู่ จากนั้นจะว่ายน้ำต่อแล้วหยุด
สลับกันไป
การดูความแข็งแรงของลูกกุ้งระยะนอเพลียส ดูจากการว่ายน้ำ
|
|
| |
| |
| |
|
ระยะซูเอีย
(Zoea) ลอกคราบ 3 ครั้ง มี 3 ระยะ |
|
| |
 |
ซูเอีย
1 ไม่มีก้านตา
ไม่มีแพนหาง |
|
 |
ซูเอีย
2 มีก้านตา ไม่มีแพนหาง |
|
 |
ซูเอีย
3 มีก้านตา มีแพนหาง |
|
|
| |
|
| |
| การสังเกตุความแข็งแรงของกุ้งระยะซุเอีย
1-3 เมื่อดูด้วยตาเปล่า
สังเกตุรยางค์ด้านหัวลูกกุ้ง
ปกติปลายรยางค์ควรเรียวเล็ก สะอาดไม่มีอะไรมาเกาะ แต่หากมีสิ่งแปลกปลอมเช่นซากแพลงก์ตอนมาเกาะจะทำให้มองเห็นเป็นก้อนกลม
ๆ ติดปลายรยางค์
สังเกตุขี้ของลูกกุ้ง
ขี้ของลูกกุ้งระยะนี้จะเหนียวมาก โดยเฉพาะเมื่อให้แพลงก์ตอนพืช
ดังนั้นปกติแล้วลูกกุ้งควรมีขี้ติดที่ปลายหางหรือขี้อาจขาดมาลอยในน้ำมาก
สังเกตุความเร็วการว่ายน้ำ
โดยเฉพาะระยะ ซูเอีย 2 และ 3 ลูกกุ้งจะว่ายน้ำเร็ว (แต่หากลูกกุ้งอยู่ในบ่อมืด
เมื่อตักออกมาดู บางตัวอาจตกใจกับแสงและหยุดว่ายจนมองเหมือนกุ้งตาย)
|
|
| |
| |
| |
| |
ระยะไมซิส
(Mysis) ลอกคราบ 3 ครั้ง มี 3 ระยะ |
|
| |
 |
ไมซิส
1 ขาว่ายน้ำยังเป็นตุ่ม |
|
 |
ไมซิส
2 ขาว่ายน้ำเริ่มยาว |
|
 |
ไมซิส
3 ขาว่ายน้ำยาวมากขึ้น |
|
|
| |
ความแตกต่างของกุ้งระยะไมซิส
1-3 เมื่อดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ จุดเด่นคือสังเกตุความแตกต่างของ
ความยาวขาว่ายน้ำ (Pleopods) ระยะ
ไมซิส 1 ขาว่ายน้ำจะเห็นเป็นตุ่มเล็ก
ๆ ระยะ
ไมซิส 2 ขาว่ายน้ำยาวขึ้น เห็นเป็นปล้องขาละ
1 ปล้อง ระยะ
ไมซิส 3 ขาว่ายน้ำยาวมากขึ้น เห็นเป็นปล้องขาละ
2 ปล้อง |
ความแตกต่างของกุ้งระยะไมซิส
1-3 เมื่อดูด้วยตาเปล่าในแก้ว
จุดเด่นคือ
สังเกตุความแตกต่างของขนาดและความยาวตัว |
|
| |
| การสังเกตุความแข็งแรงของกุ้งระยะไมซิส
1-3 เมื่อดูด้วยตาเปล่า
สังเกตุการดีดตัว
เมื่อกุ้งระยะนี้ตกใจ เช่น ตักจากที่มืดมาเจอแสง จะมีการดีดตัวแรงๆ
ติดต่อกันหลายครั้ง
สังเกตุการใช้ขาเดินตีน้ำ
ลูกกุ้งระยะไมซิสที่แข็งแรงจะมีการใช้ขาเดินตีน้ำตลอดเวลา
สังเกตุการทรงตัว
ลูกกุ้งระยะไมซิสจะลอยในน้ำ ในลักษณะแนวดิ่งเอาหัวลง
หางชี้ขึ้น เมื่อตกลงก้นแก้วก็จะดีดตัว หรือไม่ก็พยายามคว่ำตัวในลัักษณะเดียวกับกุ้งระยะพี
|
|
| |
| |
| |
|
| |
ความแตกต่างของลูกกุ้งระยะ
ไมซิส 3 กับ ระยะ โพสท์ลาร์วา
ดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ แยกจากลักษณะของขาว่ายน้ำ
(Pleopods) ระยะ พี1 ปลายขาว่ายน้ำจะมีขนยาวหลายเส้น
ดูด้วยตาเปล่า แยกจากลักษณะการว่ายน้ำ
|
 |
|
 |
ระยะ
พี 1 (Postlarva 1) |
|
อีกมุมมองของลูกกุ้ง
ระยะ พี 1 |
|
|
| |
| การสังเกตุความแข็งแรงของกุ้งระยะพี
1 เมื่อดูด้วยตาเปล่า
สังเกตุการว่ายน้ำ
ปกติเมื่อลอกคราบเข้าระยะ พี 1 ลูกกุ้งแชบ๊วยจะเปลี่ยนจากการลอยตัวเอาหัวลงพื้นแบบในระยะ
ไมซิส 3 มาเป็นคว่ำและว่ายน้ำตรงไปข้างหน้า อาจมีการหยุดว่ายบ้างเป็นระยะ
สังเกตุรยางค์ เช่น ขาเดิน
ขาว่ายน้ำ ปกติปลายรยางค์ควรเรียวบาง
แต่หากมีสิ่งแปลกปลอม เช่น Zoothamnium มาเกาะ จะทำให้มองเห็นรยางค์เหมือนมีปุยสีขาว
ๆ ติดอยู่
|
|
| |
| |
| |
|
| |
| การสังเกตุระยะของลูกกุ้งแชบ๊วยระยะต่าง
ๆ การว่ายน้ำ ระยะเวลาการลอกคราบ สามารถบอกถึงความแข็งแรงของลูกกุ้งได้ |
| |
เอกสารอ้างอิง
Motho, H. 1985. Biology
and Ecology of Penaeus monodon. In
: Taki,Y., J. H. Primavera
, and J. A. Llobrera.
Aquaculture
Department, SEAFDEC.Tigbauan, Iloilo, Philippines. pp. 27-36.
SEAFDEC. 1998. Biology
and Culture of Penaeus monodon. Brackishwater Aquaculture
Information System,
Aquaculture
Department. Tigbauan, Iloilo, Philippines. 178 p. |