| |
เห็บระฆัง
Trichodina spp. |
| |
เห็บระฆัง
คืออะไร ?
เห็บระฆัง
(Trichodina spp.) เป็นโปรโตซัว
ใน Genus Trichodina มีประมาณ 170 ชนิด มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
ระหว่าง 30 - 110 ไมครอน พบแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก ทั้งในน้ำจืด
และน้ำเค็ม
ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เห็บระฆังจัดเป็นปรสิตภายนอก
ส่วนมากพบเกาะอยู่กับปลาที่ เหงือก ผิว ครีบ หากมีจำนวนมากสามารถทำให้ปลาตายได้
|
|
อนุกรมวิธาน
Phylum Ciliophora
Doflein, 1901
Subphylum
Intramacronucleata Lynn,
1996
Class
Oligohymenophorea
de Puytorac et al., 1974
Subclass
Peritrichia
Stein, 1859
Order
Mobilida
Kahl, 1933
Family
Trichodinidae
Claus, 1874
Genus
Trichodina
Ehrenberg, 1838
(Lynn, D.H. and E.B.
Small. 1997. A Revised Classification of the Phylum
Ciliophora Doflein, 1901) |
|
| |
| |
| |
รูปร่างของเห็บระฆัง
เมื่อมองจากด้านข้าง ? |
|
เมื่อมองจากด้านข้าง จะเห็นเห็บระฆังมีลักษณะเหมือน
ระฆัง หมวก จานบิน ถ้วยคว่ำ (ภาพขวามือ)
หรือ บางชนิดอาจแบนคล้ายจานคว่ำ
|
 |
| เห็บระฆัง
มองจากด้านข้าง |
|
|
| |
รูปร่างของเห็บระฆัง
เมื่อมองจากด้านบน หรือด้านล่าง ? |
|
เมื่อมองจากด้านล่าง จะเห็นเห็บระฆังมีลักษณะเหมือนวงกลม
(ภาพขวามือ)
มองเห็นขน (Cilia) อยู่โดยรอบ
และมองเห็นแผ่นยึดเกาะ ที่เรียกว่า
Adhesive disc ซึ่งมีแผ่นคล้ายตะขอจำนวนมาก
ที่เรียกว่า Denticles (ภาพขวามือ)
เรียงกันเป็นวงกลม เรียกว่า Denticulate ring
ซึ่ง Denticles นี่เองที่สร้างบาดแผลให้กับสัตว์น้ำที่ถูกเห็บระฆังเกาะ
ลักษณะและจำนวนของ Denticles เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้จำแนกชนิดเห็บระฆัง
|
 |
เห็บระฆัง
มองจากด้านล่าง |
|
|
| |
ขนาดเซลล์และ
Adhesive disc ของเห็บระฆัง (ไมครอน) |
|
| |
| |
T. claviformis |
T. jadranica |
T. canningensis |
| เส้นผ่านศูนย์กลางเซลล์ |
74.7-100.9 |
26-40 |
47.0-56.1 |
| เส้นผ่านศูนย์กลาง Adhesive
disc |
51.1-66.8 |
21-29 |
40.8-47.9 |
| เส้นผ่านศูนย์กลาง Denticulate ring |
28.2-43.9 |
13-17 |
28.6-35.7 |
| |
Dobberstein
& Plam 2000 |
Asmat
2001 |
Asmat
2001 |
|
| |
| |
การขยายพันธุ์ของ
เห็บระฆัง ? |
|
|
| จากรายงานการศึกษา
พบว่า เห็บระฆัง มีการขยายพันธุ์ด้วยการแบ่งตัว (Binary Fission)
จากหนึ่งเป็นสอง ขอยกตัวอย่างการขยายพันธุ์ของเห็บระฆัง Trichodina
claviformis ในการศึกษาของ Dobberstein and Plam,
2000 |
เห็บระฆังที่สมบูรณ์ ก่อนแบ่งตัว Denticulate
ring จะมี Denticles เรียงติดกันเป็นวงกลม
(ภาพขวามือ
A)
แต่เมื่อแบ่งตัวแล้ว นอกจากเห็บระฆังจะมีขนาดเล็กลงแล้ว
Denticulate ring จากที่มี 1 วง จะเพิ่มเป็น
2 วง โดย Denticulate ring วงใน มีจำนวน
Denticles ลดลงครึ่งหนึ่ง (ภาพขวามือ
B)
ส่วนวงนอกที่สร้างขึ้นใหม่มี Denticles
ขนาดเล็กเกิดขึ้น เพื่อที่เห็บระฆังจะมี Denticles
จำนวนเท่าเดิม (Dobberstein
and Plam, 2000) |
 |
จำนวน
Denticles ของเห็บระฆัง
A :
ก่อนแบ่งตัว
B :
หลังแบ่งตัว
(วาดจากภาพถ่ายของ Dobberstein
& Plam, 2000)
|
|
|
| |
| |
| |
การเคลื่อนที่ของ
เห็บระฆัง ? |
|
เห็บระฆังมีการเคลื่อนที่ 2 ลักษณะ
1.
เมื่อเกาะบนเจ้าบ้าน เห็บระฆังอาจเกาะอยู่นิ่งๆ
หรืออาจเคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็วบนผิวเจ้าบ้านที่เกาะ
บางครั้งพบว่าว่ายน้ำออกไปแล้วลงมาเกาะใหม่
2.
เมื่ออยู่ในน้ำ เห็บระฆังเคลื่อนที่ในน้ำได้โดยอาศัย
Cilia ว่ายน้ำไปข้างหน้าหรือพลิกตัวกลับไปมา (ภาพขวามือ) |
 |
เห็บระฆังกำลังเคลื่อนที่ในของเหลว |
|
|
| |
| |
| |
|
| |
การตรวจทำได้ง่ายมาก โดยตัดชิ้นส่วนสัตว์น้ำ โดยเฉพาะเหงือกปลา
หรือขูดบริเวณผิว ที่สงสัยว่ามีเห็บระฆังเกาะ ทำ wet mount ส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์
ตามขั้นตอนด้านล่าง |
| |
 |
| ตัดเหงือกปลาที่สงสัยว่ามีเห็บระฆัง |
|
1.
ตัดชิ้นส่วนสัตว์น้ำ เช่น เหงือกปลา หรือ ขูดเมือกจากผิวภายนอกที่สงสัยว่ามีเห็บระฆังเกาะ |
|
 |
| ชิ้นส่วนเหงือกปลา
(บน) และเมือก (ล่าง) |
|
2.
วางชิ้นส่วนของสัตว์น้ำ หรือเมือกที่ขูดจากผิวบนแผ่นสไลด์ |
|
 |
| เหงือกปลาที่มีเห็บระฆังและอิ๊กเกาะ
|
|
3.
ส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ กำลังขยาย 100 - 400 เท่า สำหรับการตรวจเหงือกปลาที่คาดว่ามีเห็บระฆังเกาะ
ควรตรวจด้วยความรวดเร็วเพราะเห็บระฆัง อาจว่ายออกจากเหงือกปลาได้
ซึ่งต้องตรวจดูในของเหลวที่กระจายด้วย
สาเหตุที่ต้องใช้กำลังขยายกล้องจุลทรรศน์ค่อนข้างสูง
เนื่องจากเห็บระฆังมีขนาดเล็ก (ภาพซ้ายมือ
เทียบขนาดของเห็บระฆังกับอิ๊กที่ทำให้เกิดโรคจุดขาว)
|
|
| |
| |
| |
วิธีการป้องกัน
และ รักษา ? |
|
 |
มานพ
(2544) แนะนำให้ใช้ฟอร์มาลีน
แช่ระยะยาว
ใช้ฟอร์มาลีน 25-50 ซีซี ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ 24 ชั่วโมง
แช่ระยะสั้น
ใช้ฟอร์มาลีน 150-200 ซีซี ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ 1
ชั่วโมง
การใช้ฟอร์มาลินต้องระวังความเป็นพิษต่อสัตว์น้ำที่ต่างกันทั้งชนิดและอายุสัตว์น้ำ |
|
| |
การกำจัดเห็บระฆัง
ประไพศิริ (2546)
น้ำเกลือ 2.5 % หรือ อะซีติก เอซิดเข้มข้น
1:5,000 นาน 10-15 นาที

ด่างทับทิม 2-3 พีพีเอ็ม แช่ทิ้งไว้
|
|
| |
| |
| |
วิธีการรักษา
? (จากงานทดลอง) |
|
| |
(Diggles,
2000) ทดลองกำจัดเห็บระฆัง (Trichodina
sp.) ในลูกปลา Turbot ขนาดความยาวเฉลี่ย
5.3 เซนติเมตร ที่โรงเพาะฟักในนิวซีแลนด์ 12 วิธี ผลปรากฏว่า
การแช่ด้วยฟอร์มาลีน 200 พีพีเอ็ม นาน 30 นาที (Diggles
ผู้ทดลองแนะนำวิธีนี้สำหรับปลา Turbot)
การแช่ด้วยฟอร์มาลีน 200 พีพีเอ็ม นาน 60 นาที
การแช่ด้วยฟอร์มาลีน 25 พีพีเอ็ม ร่วมกับมาลาไคท์กรีน
0.08 มก./ลิตร นาน 24 ชั่วโมง
ทั้ง 3 วิธี สามารถกำจัดเห็บระฆังได้หมด 100 % โดยไม่มีอันตรายต่อลูกปลา
ส่วนการแช่ด้วย
คอปเปอร์ซัลเฟต 3 พีพีเอ็ม 6 ชั่วโมง, แช่น้ำจืด 15
นาที, Nifurpirinol 1 พีพีเอ็ม 1 ชั่วโมง, Nifurpirinol
0.1 พีพีเอ็ม 24 ชั่วโมง ถึงแม้ไม่มีอันตรายต่อลูกปลา
แต่ไม่สามารถกำจัดเห็บระฆังได้หมด 100 %
ส่วนการแช่ด้วยฟอร์มาลีน
25 พีพีเอ็ม ร่วมกับมาลาไคท์กรีน 0.8 มก./ลิตร นาน 6
และ 24 ชั่วโมง ถึงแม้สามารถกำจัดเห็บระฆังได้หมด 100
% แต่ก็มีอันตรายต่อลูกปลา ทำให้ลูกปลา Turbot ตายได้ |
|
| |
| |
|
|
| |
สงวนสิทธิ์ห้ามนำภาพถ่ายไปใช้
โดยไม่ได้รับอนุญาต
|
|
| |
เอกสารอ้างอิง
ประไพสิริ
สิริกาญจน. 2546. ความรู้เรื่องปรสิตของสัตว์น้ำ. ภาควิชาชีววิทยาประมง
คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน. 270 หน้า.
มานพ ตั้งตรงไพโรจน์.
2544. การใช้ยาและสารเคมีในการควบคุมและรักษาโรคระบาดในปลาน้ำจืด.
เอกสารวิชาการฉบับที่ 3/2544 กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
67 หน้า.
Asmat, G. S. M..2001.
Trichodina porocephalusi sp. n. (Ciliophora
: Trichodinidae) from an Indian Flathead Sleeper, Ophiocara
porocephalus (Valenciennes) (Eleotrididae). Acta Protozoologica.
(2001) 40 : 297-301.
Asmat, G.
S. M..2001. Trichodina canninggensis sp.
n. (Ciliophora : Trichodinidae) from an Indian Estuarine
Fish, Mystus gulio (Hamilton) (Bagridae). Acta
Protozoologica. (2001) 40 : 147-151.
Diggles
B. K.2000. Chemotherapy of the Ciliate Trichodina
sp. on juvenile turbot (Colistium nudipinnis) with
notes on the susceptibility of fish with abnormal pigmentation.
New Zealand Journal of Marine and Freshwater Research. (2000)
34:645-652.
Dobberstein,
R. C. and Harry W. Plam. 2000. Trichodinid ciliates (Pertrichia
: Trichodinidae) from the Bay of Kie, with discription of
Trichodina claviformis sp. n.Folia Parasitologica
(2000) 47 : 81-90. |
| |