| |
| |
| |
แพลงก์ตอนพืชที่เลี้ยงในห้องปฏิบัติการมาจากไหน
? |
|
แพลงก์ตอนพืชที่เลี้ยงในห้องปฏิบัติการซึ่งเลี้ยงแยกชนิดไม่ปะปนกัน
เริ่มแรกได้จากการขยายพันธุ์แพลงก์ตอนพืชจากธรรมชาติ
ซึ่งมีแพลงก์ตอนหลายชนิดขึ้นรวมกัน จากนั้นเลือกชนิดแพลงก์ตอนพืชสายพันธุ์ที่ต้องการออกมาเลี้ยงแยกเพียงชนิดเดียว
|
 |
|
| |
แยกแพลงก์ตอนพืชเพื่อเลี้ยงเป็นชนิดเดียวได้อย่างไร
? |
|
แพลงก์ตอนพืชที่ขึ้นรวมกันหลายชนิด
สามารถแยกแต่ละชนิดออกมาเลี้ยงแบบเดี่ยวไม่ให้ปะปนกัน
(Unialgal Culture) ได้หลายวิธี ซึ่งห้องแพลงก์ตอนของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
เลือกใช้ 2 วิธี ได้แก่
1.
การใช้ Pasteur Pipette ชมวิธีการนี้ตามรายละเอียดด้านล่าง
2.
การใช้วุ้น ชมวิธีการนี้โดยคลิ๊กที่นี่ |
 |
|
| |
| |
แยกแพลงก์ตอนเลี้ยงเป็นชนิดเดียวด้วย
Pasteur Pipette |
|
| |
การแยกชนิดแพลงก์ตอนพืชด้วยวิธีการใช้
Pasteur Pipette มีขั้นตอนหลัก 2 ขั้นตอน คือ
1. การเลือกและล้างเซลล์โดยใช้ปิเปตปลายแหลม
2. การนำเซลล์แพลงก์ตอนที่คัดเลือกเลี้ยงในหลอดทดลอง
|
 |
|
| |
| |
| |
ขั้นตอนที่
1 การเลือกและล้างเซลล์แพลงก์ตอน |
|
| |
 |
A.
กำลังดึงปลายปิเปต |
|
 |
B.
ปลายปิเปตเดิมเทียบกับถูกดึงแล้ว |
|
1.1
เตรียมปิเปต เผาปลาย
Pasteur Pipette แล้วดึงจนได้ปลายแหลม หรือปลายงอแบบตะขอ
(ภาพ A และ B)
|
|
 |
C.
ต่อสายยางกับปิเปต |
|
 |
D.
กำลังเลือกและล้างเซลล์แพลงก์ตอน |
|
1.2
เลือกและล้างเซลล์ ต่อ
Pasteur Pipette กับสายยาง (ภาพ
C) แล้วเลือกและล้างเซลล์แพลงก์ตอนภายใต้กล้องจุลทรรศน์
(ภาพ D)
|
|
 |
E.
เลือกเซลล์กับกล้องกำลังขยายต่ำ |
|
1.3
การเลือกแพลงก์ตอนที่มีขนาดใหญ่ ใช้
Pasture Pipette ต่อกับลูกยางแทนการต่อกับสายยาง โดยไม่ต้องเผาและยืดปลายปิเปต
แล้วเลือกและล้างเซลล์แพลงก์ตอนภายใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายต่ำ
(ภาพ E)
|
|
|
|
| |
ขั้นตอนที่
2 การนำเซลล์แพลงก์ตอนลงเลี้ยงในหลอด |
|
| |
2.1
นำเซลล์ที่ล้างลงเลี้ยงในหลอด เตรียมน้ำเลี้ยงที่เติมอาหารแล้วใส่หลอดทดลอง
ประมาณ 10 มล. จากนั้นนำเซลล์แพลงก์ตอนที่ล้างแล้วใส่ลงไป
นำหลอดไปวางบนชั้นเลี้ยงแพลงก์ตอน ประมาณ 15 วัน แพลงก์ตอนก็เพิ่มจำนวนจนน้ำมีสีของแพลงก์ตอนชนิดนั้น
(ภาพ ก)
|
 |
ก.
แพลงก์ตอนในหลอด |
|
|
2.2
ขยายจากหลอดลงฟลาสก์ 1 ลิตร รินแพลงก์ตอนจากหลอดลงฟลาสก์
ซึ่งมีน้ำที่เติมปุ๋ยไว้แล้ว
(ภาพ ข) |
 |
ข.
รินแพลงก์ตอนจากหลอดลงฟลาสก์ |
|
|
2.3
เลี้ยงในฟลาสก์ นำฟลาสก์วางบนชั้นเลี้ยงแพลงก์ตอนประมาณ
10 วัน แพลงก์ตอนก็เพิ่มจำนวนจนน้ำมีสีของแพลงก์ตอนชนิดนั้นจางๆ
(ภาพ ค)
จากนั้นเริ่มเป่าอากาศลงในฟลาสก์ ประมาณ 5-7 วัน แพลงก์ตอนก็จะเพิ่มจำนวนเต็มที่
สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้แล้ว
(ภาพ ง) |
 |
ค.
หลังรินจากหลอดลงฟลาสก์ 10 วัน |
|
 |
ง.
หลังผ่านการเป่าลม 5 วัน |
|
|
| |
| |
|
| |
|
|
การคัดแยกพันธุ์แพลงก์ตอนด้วยการใช้
Pasteur Pipette เป็นวิธีที่สะดวก ประหยัด โดยเป็นวิธีที่เหมาะกับแพลงก์ตอนที่มีขนาดใหญ่
หรือเป็นเส้นสายยาว เช่น สเกลีโตนีมา เตตร้าเซลมิส เป็นต้น
ดังนั้น หากมีการเตรียมน้ำเลี้ยงที่สะอาดคุณภาพดี ปุ๋ยและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
เช่น แสงและอุณหภูมิ ก็สามารถคัดแยกและผลิตแพลงก์ตอนเป็นหัวเชื้อออกขยายข้างนอกได้
ส่วนรายละเอียดและเทคนิคการและอุปกรณ์เสริมสำหรับการคัดแยกพันธุ์
อาจมีความแตกต่างกันบ้างในแต่ละห้องปฏิบัติการแพลงก์ตอน |
|
| |
เอกสาร
ธิดา
เพชรมณี. 2542 คู่มือการเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอน. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลา.
49 หน้า
ลัดดา วงรัตน์.
2543. คู่มือการเลี้ยงแพลงก์ตอน. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
127 หน้า
|
| |