| |
| |
อนุกรมวิธานของ Tetraselmis
sp.
Division
Chlorophyta
Class
Prasinophyceae
Order
Chlorodendrales
Family
Chlorodendraceae
Genus
Tetraselmis
Tetraselmis
suecica และ
Tetraselmis chuii |
อนุกรมวิธานของ Chlorella
sp.
Division
Chlorophyta
Class
Chlorophyceae
Order Chlorococcales
Family
Oocystaceae
Genus
Chlorella |
|
| |
| |
 |
| รูปที่
1 เตตร้าเซลมิส |
|
ลักษณะของเตตร้าเซลมิส
(Tetraselmis sp.)
Tetraselmis
เซลล์มีเปลือกหุ้มซึ่งเกิดจากเกล็ดคลุมเซลล์ เซลล์แบนข้างเล็กน้อยปลายบนสุดของเซลล์เว้าเป็นแอ่ง
คลอโรพลาสต์รูปถ้วย 1 ถ้วย สีเขียวแกมเหลือง ตามีสีส้มแกมแดงขนาดใหญ่อยู่กลางเซลล์
(รูปที่ 1)
หนวดมี 4 เส้น ความยาวเซลล์ 8 12 ไมครอน มองในกล้องจุลทรรศน์
จะมองเห็นวิ่งไปมา |
| |
|
 |
| รูปที่
2 คลอเรลลา |
|
ลักษณะของคลอเรลลา
(Chlorella sp.)
Chlorella
เซลล์รูปร่างกลม คลอโรพลาสต์รูปถ้วย หรือเป็นแผ่น อยู่ริมเซลล์
(รูปที่ 2) สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยการแบ่งเซลล์ |
|
|
|
|
เตตร้าเซลมิส และ คลอเรลลา หรือที่เรียกกันในโรงเพาะฟักว่า
"น้ำเขียว"
จะถูกใช้เป็นอาหารหลักของโรติเฟอร์ และสามารถใช้เป็นอาหารของ
ไรน้ำกร่อย และอาร์ทีเมียได้อีกด้วย นอกจากนี้ เตตร้าเซลมิส
ยังสามารถใช้เป็นอาหารในการอนุบาลลูกหอยวัยอ่อน 2 ฝาได้
(ธิดา 2542) หรือลูกกุ้งทะเลตั้งแต่ระยะ ซูเอีย 2 ถึง
ไมซิส ในกรณีที่ขาดคีโตเซอรอสหรือสเกลีโตนีมา |
 |
| รูปที่
3 บ่ออนุบาลลูกกุ้ง |
|
|
| |
| |
| |
ขั้นตอนการขยายพันธุ์กลางแจ้ง
|
| |
| |
ขั้นตอนที่หนึ่ง เตรียมน้ำสะอาด |
|
|
1.
สูบน้ำจากแหล่งน้ำมาพักให้ตกตะกอน จากนั้นสูบน้ำจากบ่อตกตะกอนลงบ่อทรีตน้ำขนาด
12 ลบ.ม. ใส่คลอรีนผง (60 %) 20-25 กรัมต่อน้ำ 1 ลบ.ม.
เป่าลมแรง ๆ
2.
ประมาณ 2 วัน คลอรีนจะสลายตัวหมด สามารถตรวจสอบได้ด้วยชุดทดสอบคลอรีน
(คลิ๊กที่นี่ดูวิธีการทำเทสคิตท์ตรวจคลอรีน)
ปิดลมพักน้ำให้ตกตะกอน 12 ชั่วโมง
3.
สูบน้ำผ่านไส้กรอง (รูปที่
4) และผ่านถุงกรองละเอียด
(รูปที่ 5)
ใส่ในถังหรือบ่อที่ต้องการขยายแพลงก์ตอน
4.
น้ำที่ผ่านกระบวนการ จาก ข้อ 1-3 จะเป็นน้ำที่ใส สะอาด
ไม่มีฟองเหนียว ไม่มีตะกอน แต่บางครั้งน้ำจากแหล่งน้ำคุณภาพไม่ดี
อาจต้องเพิ่มปริมาณคลอรีน
5.
ความเค็มที่สามารถเพาะขยายเตตร้าเซลมิส และ คลอเรลลาได้อยู่ระหว่าง
20-33 พีพีที สูงหรือต่ำกว่านี้ได้เล็กน้อย และอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมระหว่าง
22-28 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิน้ำสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส
เตตร้าเซลมิสและคลอเรลลามักจะขยายตัวช้า จนถึงตายในที่สุด
|
 |
| รูปที่
4ไส้กรองน้ำ |
| |
| |
 |
| รูปที่
5สูบน้ำผ่านถุงกรอง |
|
|
| |
| |
| |
ขั้นตอนที่สอง จัดหาหัวเชื้อจากห้องแลป |
|
|
| |
| |
| |
| |
|
| |
| |
ขั้นตอนที่สาม เริ่มขยายพันธุ์ |
|
|
1.
ละลายปุ๋ยในน้ำจืดแล้วใส่ลงในถังหรือบ่อที่ต้องการเพาะ
(รูปที่ 8) ตามอัตราส่วนดังนี้
| |
ชนิดปุ๋ย |
อัตราส่วน
(กรัม/ลบ.ม.) |
| แอมโมเนียมซัลเฟต
(21-0-0) |
40-100 |
| ยูเรีย
(46-0-0)
|
5-10 |
| ไดโซเดียมฟอสเฟตแอนไฮดรัส |
3-5 |
| เฟอร์ริกคลอไรด์ |
0.5-1 |
|
| |
2. เทหัวเชื้อเตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลา
2- 8 ลิตร ลงในถัง 200 ลิตร (อัตราส่วน 1:50 ถึง 1:100)
(รูปที่ 9)
หมายเหตุ
บางโรงเพาะใส่หัวเชื้อก่อนแล้วค่อยเติมปุ๋ยตาม |
 |
| รูปที่
8 ละลายปุ๋ยลงน้ำ |
| |
 |
| รูปที่
9 ขยายหัวเชื้อในถัง 200 ลิตร |
|
|
| |
| |
| |
ขั้นตอนที่สี่ การขยายพันธุ์ต่อหรือเก็บเกี่ยวไปใช้ |
|
 |
| รูปที่
10 คลอเรลลา 3 วัน |
| |
 |
| รูปที่
11 เตตร้าเซลมิส 2 วัน |
|
1.
ในเวลา 3 วัน เตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาก็จะเพิ่มจำนวน
เห็นได้จากสีที่เขียวเข้มขึ้นมาก สามารถเก็บเกี่ยวไปใช้ได้
(รูปที่ 10) เมื่อเปรียบเทียบกับ
คีโตเซอรอส หรือ สเกลีโตนีมา
2.
แต่หากต้องการเตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาในปริมาณมาก ก็ต้องขยายต่อจากถัง
200 ลิตร ไปลงถังความจุ 2 ลูกบาศก์เมตร (อัตราส่วน 1:9)
ในเวลา 3 วัน เตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาก็จะเพิ่มจำนวน
(รูปที่ 11)
เห็นได้จากสีที่เขียวเข้มขึ้นมาก สามารถเก็บเกี่ยวไปใช้ได้
แต่หากถัง 200 ลิตรไม่เข้มมากต้องใช้ 2 ถัง (อัตราส่วน
1:4)
3.
แต่หากต้องการเตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาในปริมาณมากกว่า
2 ลบ.ม. ก็ต้องขยายต่อจากถังความจุ 2 ลูกบากศ์เมตร จำนวน
1-2 ถัง ไปบ่อคอนกรีตความจุ 12 ลบ.ม. ในเวลา 3-4 วัน
เตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาก็จะเพิ่มจำนวนสามารถเก็บเกี่ยวไปใช้ได้
4.
เมื่อเปรียบเทียบกับ คีโตเซอรอส
หรือ สเกลีโตนีมา ที่ใช้เวลาขยายพันธุ์ในแต่ละช่วงเพียง
1 - 2 วัน การผลิตเตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลา
ที่ใช้เวลานานประมาณ 3 วัน ในแต่ละช่วงการขยาย
จึงต้องมีการวางแผนผลิตล่วงหน้าเพื่อให้ได้ผลผลิตที่เพียงพอ |
|
| |
| |
วิธีการเก็บเกี่ยว
การเก็บเกี่ยวโดยการใช้ปั๊มน้ำสูบเตตร้าเซลมิส หรือคลอเรลลาไปใช้
จากบ่อคอนกรีตความจุ 12 ลบ.ม.ทำได้ 2 วิธี
(เลี้ยงเก็บผลผลิตครั้งเดียว,
Batch
culture) สูบไปใช้จนหมดบ่อ แล้วล้างบ่อเริ่มขยายใหม่
ข้อดีคือได้ผลผลิตที่สะอาด ข้อเสียคือ เปลืองแรงงานทำความสะอาดบ่อ
(เลี้ยงเก็บผลผลิตต่อเนื่อง,
Continuous
culture) สูบไปใช้ประมาณ 70%
จากนั้นเติมน้ำที่สะอาดลงในบ่อที่มีเตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาเหลือ
เติมปุ๋ยตามอัตราส่วนปริมาตรน้ำ ในเวลา 3-4 วัน เตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาก็จะเพิ่มจำนวนสามารถเก็บเกี่ยวไปใช้ได้อีก
ข้อดีคือประหยัดบ่อ ประหยัดเวลาและแรงงาน ข้อเสียคือ
หากทำซ้ำหลายครั้ง ผลผลิตที่ได้มักมีการปนเปื้อนจากโปรโตซัว
|
|
| |
| |
เทคนิค ปัญหา และอุปสรรคในการขยายพันธุ์
1.
ปุ๋ยที่ใช้ควรเลือกที่ผลิตจากบริษัทที่มีมาตรฐาน ในปุ๋ยชนิดสีขาวก็ควรขาว
ไม่มีสีอื่นปน (รูปที่
12)
2.
ละลายปุ๋ยแยกกัน เนื่องจากปุ๋ยบางตัวหากผสมแล้วละลายพร้อมกันจะจับกันเป็นก้อน
ละลายไม่หมด
3.
ในฤดูร้อน อุณหภูมิเป็นอุปสรรคมากต่อการขยายพันธ์ เตตร้าเซลมิสและคลอเรลลา
ในช่วงนี้จึงควรขยายในที่ซึ่งมีหลังคาเพื่อป้องกันความร้อน
4.
บางครั้งน้ำจากแหล่งน้ำคุณภาพไม่ดี สังเกตุจากเป่าอากาศแล้วเกิดฟองเหนียว
ขนาดใหญ่ (รูปที่ 13)
ก็ไม่ควรใช้ หากจำเป็นต้องใช้ ควรทรีตน้ำ 2 ครั้ง แต่ถึงกระนั้นก็มักพบว่ายังมีปัญหา
เช่น ขยายพันธุ์ได้ช้า หรือไม่ได้เลย
5.
ธิดา (2542) รายงานว่า การใส่คลอรีนผง 1 กรัม/น้ำ 1
ตัน เติมได้ทุกวัน สามารถลดการปนเปื้อนจากแพลงก์ตอนอื่น
โปรโตซัว ทำให้สามารถเลี้ยงคลอเรลลาได้ต่อเนื่องเป็นเวลา
11 ปี โดยไม่ต้องใช้หัวเชื้อจากห้องปฏิบัติการ โดยใช้อัตราส่วนคลอเรลลา:น้ำเลี้ยง
เท่ากับ 1:2 - 1:5 |
 |
| รูปที่
12 ปุ๋ยฟอสเฟตสีขาว |
| |
 |
| รูปที่
13 น้ำไม่ดีตีลมมีฟองเหนียว |
|
|
| |
| |
เอกสาร
ธิดา
เพชรมณี. 2542 คู่มือการเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอน. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลา.
49 หน้า
ลัดดา วงรัตน์.
2543. คู่มือการเลี้ยงแพลงก์ตอน. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
127 หน้า
|
| |
| |