การขยายพันธุ์แพลงก์ตอน
การขยายพันธุ์แพลงก์ตอน
คลิ๊กชมวิธีการแยกชนิดและขยายพันธุ์แพลงก์ตอน
   การเพาะขยายแพลงก์ตอนสีเขียวกลางแจ้ง      การเพาะขยายแพลงก์ตอนสีเขียวในห้องปฏิบัติการ
   การเพาะขยายแพลงก์ตอนกลุ่มไดอะตอมกลางแจ้ง      การเพาะขยายไดอะตอมในห้องปฏิบัติการ
   การเพาะขยายโรติเฟอร์กลางแจ้ง (23 ตค. 47)      การแยกชนิดแพลงก์ตอนพืชด้วยปิเปต
   การสร้างห้องแลปแพลงก์ตอนพืช      การแยกชนิดและเก็บรักษาแพลงก์ตอนพืชด้วยวุ้น
   ชมภาพแพลงก์ตอนพืช พร้อมจำแนกชนิดกว่า 140 ภาพ      วิธีการนับแพลงก์ตอนพืช
การขยายพันธุ์แพลงก์ตอนสีเขียวกลางแจ้ง ของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี

      เนื้อหาชุดการขยายพันธุ์แพลงก์ตอน หน้านี้เป็นหน้าแรก เกี่ยวกับการขยายพันธุ์ เตตร้าเซลมิส และ คลอเรลล่าน้ำเค็ม บันทึกภาพถ่ายและจัดเตรียมข้อมูลโดย ห้องแพลงก์ตอน ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี (เผยแพร่ 27 มิถุนายน 2547)

 
 

   อนุกรมวิธานของ Tetraselmis sp.

      Division   Chlorophyta
         Class   Prasinophyceae
             Order
  Chlorodendrales
               Family
  Chlorodendraceae
                  Genus   Tetraselmis
                  Tetraselmis suecica   และ Tetraselmis chuii

   อนุกรมวิธานของ Chlorella sp.

      Division   Chlorophyta
         Class   Chlorophyceae
             Order   Chlorococcales
               Family   Oocystaceae
                  Genus   Chlorella

 
 
รูปที่ 1 เตตร้าเซลมิส

   ลักษณะของเตตร้าเซลมิส (Tetraselmis sp.)

     Tetraselmis เซลล์มีเปลือกหุ้มซึ่งเกิดจากเกล็ดคลุมเซลล์ เซลล์แบนข้างเล็กน้อยปลายบนสุดของเซลล์เว้าเป็นแอ่ง คลอโรพลาสต์รูปถ้วย 1 ถ้วย สีเขียวแกมเหลือง ตามีสีส้มแกมแดงขนาดใหญ่อยู่กลางเซลล์ (รูปที่ 1) หนวดมี 4 เส้น ความยาวเซลล์ 8 –12 ไมครอน มองในกล้องจุลทรรศน์ จะมองเห็นวิ่งไปมา

   
รูปที่ 2 คลอเรลลา

   ลักษณะของคลอเรลลา (Chlorella sp.)

     Chlorella เซลล์รูปร่างกลม คลอโรพลาสต์รูปถ้วย หรือเป็นแผ่น อยู่ริมเซลล์ (รูปที่ 2) สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยการแบ่งเซลล์


      เตตร้าเซลมิส และ คลอเรลลา หรือที่เรียกกันในโรงเพาะฟักว่า "น้ำเขียว" จะถูกใช้เป็นอาหารหลักของโรติเฟอร์ และสามารถใช้เป็นอาหารของ ไรน้ำกร่อย และอาร์ทีเมียได้อีกด้วย นอกจากนี้ เตตร้าเซลมิส ยังสามารถใช้เป็นอาหารในการอนุบาลลูกหอยวัยอ่อน 2 ฝาได้ (ธิดา 2542) หรือลูกกุ้งทะเลตั้งแต่ระยะ ซูเอีย 2 ถึง ไมซิส ในกรณีที่ขาดคีโตเซอรอสหรือสเกลีโตนีมา
รูปที่ 3 บ่ออนุบาลลูกกุ้ง
 
 
 

ขั้นตอนการขยายพันธุ์กลางแจ้ง

 
 
   ขั้นตอนที่หนึ่ง เตรียมน้ำสะอาด
 

 

      1. สูบน้ำจากแหล่งน้ำมาพักให้ตกตะกอน จากนั้นสูบน้ำจากบ่อตกตะกอนลงบ่อทรีตน้ำขนาด 12 ลบ.ม. ใส่คลอรีนผง (60 %) 20-25 กรัมต่อน้ำ 1 ลบ.ม. เป่าลมแรง ๆ

      2. ประมาณ 2 วัน คลอรีนจะสลายตัวหมด สามารถตรวจสอบได้ด้วยชุดทดสอบคลอรีน (คลิ๊กที่นี่ดูวิธีการทำเทสคิตท์ตรวจคลอรีน) ปิดลมพักน้ำให้ตกตะกอน 12 ชั่วโมง

      3. สูบน้ำผ่านไส้กรอง (รูปที่ 4) และผ่านถุงกรองละเอียด (รูปที่ 5) ใส่ในถังหรือบ่อที่ต้องการขยายแพลงก์ตอน

      4. น้ำที่ผ่านกระบวนการ จาก ข้อ 1-3 จะเป็นน้ำที่ใส สะอาด ไม่มีฟองเหนียว ไม่มีตะกอน แต่บางครั้งน้ำจากแหล่งน้ำคุณภาพไม่ดี อาจต้องเพิ่มปริมาณคลอรีน

      5. ความเค็มที่สามารถเพาะขยายเตตร้าเซลมิส และ คลอเรลลาได้อยู่ระหว่าง 20-33 พีพีที สูงหรือต่ำกว่านี้ได้เล็กน้อย และอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมระหว่าง 22-28 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิน้ำสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส เตตร้าเซลมิสและคลอเรลลามักจะขยายตัวช้า จนถึงตายในที่สุด

รูปที่ 4ไส้กรองน้ำ
 
 
รูปที่ 5สูบน้ำผ่านถุงกรอง
 
 
     ขั้นตอนที่สอง จัดหาหัวเชื้อจากห้องแลป
รูปที่ 6หัวเชื้อน้ำนึ่งกับน้ำต้ม

   ขั้นตอนที่สอง จัดหาหัวเชื้อจากห้องแลป

       ขอหรือซื้อหัวเชื้อจากห้องแลปแพลงก์ตอน (รูปที่ 6) โดยทั่วไปหัวเชื้อที่นำมาขยายกลางแจ้งจะมี 2 แบบ ได้แก่

หัวเชื้อน้ำนึ่งแรงดัน ส่วนมากมักขยายที่ความจุ 1-5 ลิตร ในฟลาสก์ หรือ ขวดน้ำเกลือ

หัวเชื้อน้ำต้ม มักจะขยายที่ความจุ มากกว่า 5 ลิตร ในโหล ถุงพลาสติกพิเศษ

 
 
 
 
  
รูปที่ 7.1 เตตร้าเซลมิส(ซ้าย)
              คลอเรลลา(ขวา)
รูปที่ 7.2 เตตร้าเซลมิสเคลื่อนที่ได้

       เตตร้าเซลมิสกับคลอเรลลา หากไม่ดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ก็พอจะแยกความแตกต่างได้โดย

การสังเกตุสี เมื่อเซลล์หนาแน่นใกล้กัน คลอเรลลาจะสีเขียวสว่างกว่าเตตร้าเซลมิส (รูปที่ 7.1)

หากนำเตตร้าเซลมิสใส่ในภาชนะโปร่งแสง ประมาณครึ่งชั่วโมง เตตร้าเซลมิสจะว่ายมารวมกันเป็นกลุ่ม (รูปที่ 7.2)

 
 
   ขั้นตอนที่สาม เริ่มขยายพันธุ์
 

 

      1. ละลายปุ๋ยในน้ำจืดแล้วใส่ลงในถังหรือบ่อที่ต้องการเพาะ (รูปที่ 8) ตามอัตราส่วนดังนี้

 
ชนิดปุ๋ย
อัตราส่วน (กรัม/ลบ.ม.)
   แอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0)
40-100
   ยูเรีย (46-0-0)
5-10
   ไดโซเดียมฟอสเฟตแอนไฮดรัส
3-5
   เฟอร์ริกคลอไรด์
0.5-1
 


      2. เทหัวเชื้อเตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลา 2- 8 ลิตร ลงในถัง 200 ลิตร (อัตราส่วน 1:50 ถึง 1:100) (รูปที่ 9)

หมายเหตุ บางโรงเพาะใส่หัวเชื้อก่อนแล้วค่อยเติมปุ๋ยตาม

รูปที่ 8 ละลายปุ๋ยลงน้ำ
 
รูปที่ 9 ขยายหัวเชื้อในถัง 200 ลิตร
 
 
       ขั้นตอนที่สี่ การขยายพันธุ์ต่อหรือเก็บเกี่ยวไปใช้
รูปที่ 10 คลอเรลลา 3 วัน
 
รูปที่ 11 เตตร้าเซลมิส 2 วัน

 

      1. ในเวลา 3 วัน เตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาก็จะเพิ่มจำนวน เห็นได้จากสีที่เขียวเข้มขึ้นมาก สามารถเก็บเกี่ยวไปใช้ได้ (รูปที่ 10) เมื่อเปรียบเทียบกับ คีโตเซอรอส หรือ สเกลีโตนีมา

      2. แต่หากต้องการเตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาในปริมาณมาก ก็ต้องขยายต่อจากถัง 200 ลิตร ไปลงถังความจุ 2 ลูกบาศก์เมตร (อัตราส่วน 1:9) ในเวลา 3 วัน เตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาก็จะเพิ่มจำนวน (รูปที่ 11) เห็นได้จากสีที่เขียวเข้มขึ้นมาก สามารถเก็บเกี่ยวไปใช้ได้ แต่หากถัง 200 ลิตรไม่เข้มมากต้องใช้ 2 ถัง (อัตราส่วน 1:4)

      3. แต่หากต้องการเตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาในปริมาณมากกว่า 2 ลบ.ม. ก็ต้องขยายต่อจากถังความจุ 2 ลูกบากศ์เมตร จำนวน 1-2 ถัง ไปบ่อคอนกรีตความจุ 12 ลบ.ม. ในเวลา 3-4 วัน เตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาก็จะเพิ่มจำนวนสามารถเก็บเกี่ยวไปใช้ได้

     4. เมื่อเปรียบเทียบกับ คีโตเซอรอส หรือ สเกลีโตนีมา ที่ใช้เวลาขยายพันธุ์ในแต่ละช่วงเพียง 1 - 2 วัน การผลิตเตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลา ที่ใช้เวลานานประมาณ 3 วัน ในแต่ละช่วงการขยาย จึงต้องมีการวางแผนผลิตล่วงหน้าเพื่อให้ได้ผลผลิตที่เพียงพอ

 
 

     วิธีการเก็บเกี่ยว

        การเก็บเกี่ยวโดยการใช้ปั๊มน้ำสูบเตตร้าเซลมิส หรือคลอเรลลาไปใช้ จากบ่อคอนกรีตความจุ 12 ลบ.ม.ทำได้ 2 วิธี

        (เลี้ยงเก็บผลผลิตครั้งเดียว, Batch culture) สูบไปใช้จนหมดบ่อ แล้วล้างบ่อเริ่มขยายใหม่ ข้อดีคือได้ผลผลิตที่สะอาด ข้อเสียคือ เปลืองแรงงานทำความสะอาดบ่อ

        (เลี้ยงเก็บผลผลิตต่อเนื่อง, Continuous culture) สูบไปใช้ประมาณ 70% จากนั้นเติมน้ำที่สะอาดลงในบ่อที่มีเตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาเหลือ เติมปุ๋ยตามอัตราส่วนปริมาตรน้ำ ในเวลา 3-4 วัน เตตร้าเซลมิสหรือคลอเรลลาก็จะเพิ่มจำนวนสามารถเก็บเกี่ยวไปใช้ได้อีก ข้อดีคือประหยัดบ่อ ประหยัดเวลาและแรงงาน ข้อเสียคือ หากทำซ้ำหลายครั้ง ผลผลิตที่ได้มักมีการปนเปื้อนจากโปรโตซัว

 
 


   เทคนิค ปัญหา และอุปสรรคในการขยายพันธุ์

      1. ปุ๋ยที่ใช้ควรเลือกที่ผลิตจากบริษัทที่มีมาตรฐาน ในปุ๋ยชนิดสีขาวก็ควรขาว ไม่มีสีอื่นปน (รูปที่ 12)

      2. ละลายปุ๋ยแยกกัน เนื่องจากปุ๋ยบางตัวหากผสมแล้วละลายพร้อมกันจะจับกันเป็นก้อน ละลายไม่หมด

      3. ในฤดูร้อน อุณหภูมิเป็นอุปสรรคมากต่อการขยายพันธ์ เตตร้าเซลมิสและคลอเรลลา ในช่วงนี้จึงควรขยายในที่ซึ่งมีหลังคาเพื่อป้องกันความร้อน

      4. บางครั้งน้ำจากแหล่งน้ำคุณภาพไม่ดี สังเกตุจากเป่าอากาศแล้วเกิดฟองเหนียว ขนาดใหญ่ (รูปที่ 13) ก็ไม่ควรใช้ หากจำเป็นต้องใช้ ควรทรีตน้ำ 2 ครั้ง แต่ถึงกระนั้นก็มักพบว่ายังมีปัญหา เช่น ขยายพันธุ์ได้ช้า หรือไม่ได้เลย

      5. ธิดา (2542) รายงานว่า การใส่คลอรีนผง 1 กรัม/น้ำ 1 ตัน เติมได้ทุกวัน สามารถลดการปนเปื้อนจากแพลงก์ตอนอื่น โปรโตซัว ทำให้สามารถเลี้ยงคลอเรลลาได้ต่อเนื่องเป็นเวลา 11 ปี โดยไม่ต้องใช้หัวเชื้อจากห้องปฏิบัติการ โดยใช้อัตราส่วนคลอเรลลา:น้ำเลี้ยง เท่ากับ 1:2 - 1:5

รูปที่ 12 ปุ๋ยฟอสเฟตสีขาว
 
รูปที่ 13 น้ำไม่ดีตีลมมีฟองเหนียว
 
 

เอกสาร

       ธิดา เพชรมณี. 2542 คู่มือการเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอน. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลา. 49 หน้า
       ลัดดา วงรัตน์. 2543. คู่มือการเลี้ยงแพลงก์ตอน. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 127 หน้า

 
 
ศูนย์วิจัยและและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
ตำบล บางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัด จันทบุรี 22000
โทร 0-3945-7987-8 โทรสาร 0-3939-1025
email : crchantaburi@dof.thaigov.net หรือ chanfisheries@yahoo.com