เยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ   เยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ


      เนื้อหาชุดเยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เกิดจากทีมงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี เช่น ทีมงานจัดมาตรฐานฟาร์ม (ซีโอซี/จีเอพี) ทีมงานห้องตรวจสุขภาพสัตว์น้ำ ได้พูดคุยกับท่านเจ้าของฟาร์มหลายท่าน ที่ใจดีมีน้ำใจอนุญาตให้เราเผยแพร่ระบบ เทคนิค การจัดการ จุดเด่นของฟาร์ม รวมทั้งประสบการณ์และแนวคิดของเจ้าของฟาร์ม ฟาร์มที่เราเยี่ยมชมมีทั้งฟาร์มขนาดเล็กและใหญ่ที่เลี้ยงสัตว์น้ำกร่อยและน้ำเค็มครับ

      ขอขอบคุณท่านเจ้าของฟาร์มทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่สละเวลาให้ข้อมูล บันทึกภาพ และอนุญาตให้นำลงเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ซึ่งผมคิดว่าเนื้อหาเหล่านี้มีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่านเว็บไซต์นี้ครับ

เว็บมาสเตอร์ (มิถุนายน 2547)

เยี่ยมชม ฟาร์มเลี้ยงปูนิ่ม "ลุงเสียง" สาขาจันทบุรี

            เยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หน้านี้ได้แก่ฟาร์มเลี้ยงปูนิ่ม "ลุงเสียง" ของคุณ กฤษดา พึ่งแพง จัดเตรียมข้อมูลโดย คุณสามารถ ทีมงานจัดมาตรฐานฟาร์ม (ซีโอซี/จีเอพี) ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี (เผยแพร่ 2547)

 
 
 
 
   เริ่มเลี้ยงปูนิ่มได้อย่างไร และเมื่อไหร่ครับ ?
 
คุณกฤษดา พึ่งแพง

เริ่มจากการเลี้ยงปูเนื้อก่อน ประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว

ต่อมา่เข้ามาสู่วงการเลี้ยงปูนิ่ม โดยเริ่มแรก (10 กว่าปีมาแล้ว) เลี้ยงแบบปูเต่า ในบ่อซีเมนต์ปูพื้นด้วยทราย และให้อากาศด้วยหัวทราย และ ร่วมกับน้องชาย จัดตั้งบริษัท EARTH FOOD MANUFACTORING CO. LTD. มีเว็บไซต์ คือ www.earthfood.co.th

ปัจจุบันเลี้ยงปูนิ่มแบบเลี้ยงในตะกร้า มีฟาร์มจำนวน 4 ฟาร์ม และมี "ลูกบ่อ" อีกเป็นจำนวนมาก

สำหรับภาคตะวันออก มีฟาร์มของบริษัท 1 ฟาร์ม ที่ตั้ง 78/12 หมู่ 5 ต.เกาะเปริด อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นฟาร์มที่จะนำเข้าชม และปัจจุบันมีลูกบ่อในพื้นที่ กว่า 20 ฟาร์ม

 
 
   แนวทางการผลิตปูนิ่ม และลูกบ่อของฟาร์ม ?
 
บ่อเลี้ยงขนาด 3 ไร่

การผลิตปูนิ่มของฟาร์มเน้นที่คุณภาพและความสะอาดเป็นสำคัญ การเก็บปูนิ่มและการบรรจุก็สำคัญ หากดำเนินการช้า ปูนิ่มจะไม่ได้คุณภาพที่เรียกว่า ปูกระดาษ ไม่สามารถขายได้

การวางแผนการผลิตของฟาร์มจะขยายพื้นที่การเลี้ยงให้แก่ ลูกบ่อ โดยบริษัทจัดหาอุปกรณ์และพันธุ์ปูให้ และเป็นผู้รวบรวมผลผลิตปูนิ่มจากลูกบ่อกลับมาเพื่อบรรจุและส่งเข้าสู่ตลาดต่อไป

 

 

 
 
 
  แผนผังของ ฟาร์ม
 

     เนื้อที่ฟาร์มประมาณ 11 ไร่ 2 งาน ประกอบด้วย

      บ่อดินเก็บน้ำ 2 บ่อ มีพื้นที่รวม 8 ไร่

      บ่อดินเลี้ยงปู 1 บ่อ ขนาด 3 ไร่ วาง 25,000 ตะกร้า

 

บ่อดินเลี้ยงปู 1 บ่อ ขนาด 2 งาน วาง 10,000 ตะกร้า

โรงเรือนเตียมอาหารและบรรจุปูนิ่ม

 
 
 
   ระบบน้ำ ?
 
บ่อพักน้ำ

ความเค็มที่ใช้ 15-20 ppt เพราะหากต่ำกว่า 10 ppt จะมีสาหร่ายขนแมวขึ้นมาก

คุณภาพน้ำสำหรับการเลี้ยงนั้นฟาร์มจะดูจากความเค็มเป็นหลัก และสังเกตจากสีน้ำ ความขุ่นใส ส่วนคุณสมบัติน้ำอื่นๆ อาจมีการตรวจวัดบ้างในบางครั้ง อุณหภูมิของน้ำไม่ควรเกิน 30 องศาเซลเซียส ซึ่งจะมีผลต่อการกินอาหาร

มีการถ่ายน้ำเดือนละประมาณ 2 ครั้งๆ ละ ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงฤดูแล้งใช้ระบบปิดไม่ถ่ายน้ำ ใช้วิธีการเติม จะเติมน้ำเดือนละประมาณ 2 ครั้ง และใช้จุลินทรีย์ช่วยในการย่อยสลายของเสียโดยเลือกใช้จุลินทรีย์ที่สามารถต่อเชื้อได้เป็นการประหยัดต้นทุน

 
 
 
  การเตรียมบ่อ ตะกร้า แพ ?
 
สะพานในบ่อเลี้ยง

ในบ่อจะสร้างสะพานมีหลังคา จากคันบ่อด้านกว้างด้านหนึ่งไปยังอีกด้าน ไว้ตรวจสอบการลอกคราบของปู และให้อาหาร ด้วยการดึงแพลอดใต้สะพาน

เตรียมบ่อเลี้ยงโดยตากบ่อให้แห้ง กรณีที่บ่อเป็นกรด มีสนิมเหล็กไม่สามารถตากบ่อได้นานจะนำน้ำเข้าบ่อทันที (ระดับน้ำในบ่อลึก 1.20 เมตร)

ที่ฟาร์มไม่มีการตีน้ำเพิ่มอากาศ แต่ใช้การวางแพห่างกันมากขึ้น แต่หากท่านใดจะตีน้ำแนะนำให้ตีช่วงฤดูแล้งเป็นการเคล้ามวลน้ำไปในตัวด้วย

ตะกร้าเลี้ยงปูทะเล

วางตะกร้าบนแพ ตะกร้าจะจมลงน้ำประมาณ 4 นิ้ว ปล่อยปูลงเลี้ยงในตะกร้า ๆ ละ 1 ตัว

ตะกร้าที่ใช้มีขนาด 7 x 11 นิ้ว ตัวล่างสูง 4 นิ้ว และตัวบน 2.5 นิ้ว ต้นทุนตะกร้ามีการเปลี่ยนแปลงตลอด ปัจจุบันอยู่ที่ ประมาณตะกร้าละ 16 บาท อายุการใช้งาน ประมาณ 3-5 ปี

แพวางตะกร้า (1 แพ มี 4 แถว)
ตะกร้าใส่ปูวางบนแพ ๆ ละ 4 แถว

แพวางตะกร้าทำจากท่อ PVC ขนาด 1.2-1.5 นิ้ว ทำเป็นช่องวาง 4 แถว แพยาวประมาณ 32 เมตร วางได้ประมาณ 550 ตะกร้า (ความยาวแพขึ้นกับความยาวบ่อเลี้ยงด้วย)

ใช้ไม้ปักด้านข้างของแพ ซ้าย-ขวา เพื่อรักษาแนวของแพ

 

 
 
 
  พันธุ์ุุปูทะเล ?
 
ลังไม้และเข่งลำเลียงปูทะเล

ใช้พันธุ์ปูจาก พม่า ขนาดประมาณ 18 ตัว/ก.ก.ถึง 6 ตัว/ก.ก. ราคาประมาณ 8-14 บาท/ตัว แล้วแต่ขนาด ลำเลียงโดยรถยนต์ ใส่ตะกร้าและลัง (ลังละ 18-20 ก.ก.)

พันธุ์ปูทะเลที่ซื้อขายมี 3 ขนาด ได้แก่ ขนาดจิ๋ว ต้องคัดขนาดหากพอใช้ได้จึงเลี้ยง หากเล็กเกินไปก็ปล่อยลงบ่อให้โตก่อน ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ซึ่งฟาร์มซื้ออยู่จะสามารถเลี้ยงได้ทันที โดยก่อนเลี้ยงมีการฆ่าเชื้อก่อน (ฟาร์มยังไม่ขอยังลงรายละเอียด หากสนใจอยากให้เข้ามาคุยมากกว่าเพราะกลัวว่าหากทำตามแล้วจะเกิดผิดพลาดได้)

ภาพตะปิ้งปูตัวผู้
ภาพปูตัวเมีย (นำไปขุนเป็นปูไข่)

พันธุ์ปูที่นำมาเลี้ยงใช้เฉพาะ ปูตัวผู้และปูกระเทย ส่วนปูตัวเมียไม่ใช้ (ใช้เลี้ยงขุนเป็นปูไข่)

หมายเหตุ ปูกระเทย คือ ปูตัวเมียที่ยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์ ดูจากตะปิ้งที่มีขนาดระหว่างปูตัวผู้กับปูตัวเมีย

 

 
 
 
  การเลี้ยงและดูแลให้ปูลอกคราบเป็นปูนิ่ม ?
 

ให้อาหารทุก 2 วัน อาหารที่ใช้ได้แก่ปลาทั่วไป แต่เน้นที่ต้องสด เพราะหากไม่สดจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้

ตรวจการลอกคราบทุก 4 ชั่วโมง โดยลากแพลอดใต้สะพาน หากพบว่ามีปูในกล่อง 2 ตัว (คือปูนิ่มและคราบเดิม) จะเก็บปูนิ่มขึ้นมา นำไปผ่านขั้นตอนการบรรจุ และสามารถเก็บไว้ได้อีก 2-3 วัน ก่อนส่งขาย

ระยะเวลาการเลี้ยงจนกระทั่งปูลอกคราบ ขึ้นกับระยะและความสมบูรณ์ของปูที่นำมาลงตะกร้า ปูเปลือกบางลอกคราบเร็วกว่าปูเปลือกหนา เลี้ยงประมาณ 45 วัน ปูทะเลลอกคราบได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ และอัตราการรอดของที่ฟาร์มประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์

การเพิ่มน้ำหนัก โดยเฉลี่ยน้ำหนักปูเพิ่มหลังลอกคราบ 20 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับการซึมซับน้ำของปู

ปูที่หลุดหนีจากกล่องพบบ้างประมาณ 1-2 กล่อง ต่อรอบการเลี้ยง เนื่องจากกล่องเลี้ยงของที่ฟาร์มสั่งทำเป็นพิเศษ

 

ใช้ปลาข้างเหลืองเป็นอาหาร
 
สะพานตรวจการลอกคราบและให้อาหาร
 
 
  การบรรจุ การจำหน่าย

เมื่อได้ปูนิ่มแล้วจะนำมาแช่น้ำจืด และเป่าอากาศด้วยหัวทราย เพื่อให้ปูคายความเค็ม 25 นาที

ใช้โอโซนเป่าลงน้ำอีก 25 นาที

จากนั้นนำไปน็อคด้วยน้ำแข็ง 5 นาที อุณหภูมิไม่เกิน - 10 องศาเซลเซียส

นำไปแช่แข็งในตู้อุณหภูมิประมาณ - 30 องศาเซลเซียส

 

    การบรรจุมี 2 แบบ คือ

การบรรจุแบบรวม จะบรรจุใส่ตะกร้า

เครื่องโอโซนและเครื่องเป่าอากาศ
ปูนิ่มในตะกร้า

การบรรจุแบบแช่แข็ง โดยการใช้ถุงและกล่อง บรรจุ 1 ตัวต่อถุงหรือกล่อง

การขาย มี 3 ขนาด คือ 50-120 กรัม 121-180 กรัม และ 181 กรัม ขึ้นไป

ตลาดที่ส่งขายได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน และร้านอาหารในประเทศ โดยผลผลิต 90 เปอร์เซ็นต์ส่งออกต่างประเทศ

บรรจุแบบแช่แข็งในถุง
บรรจุแบบแช่แข็งในกล่อง
 
   
 
  ภาพรวมการเลี้ยงปูนิ่มในอนาคต
 
ตู้แช่ปูนิ่มในถุงหรือกล่องพลาสติก
 
ปูนิ่มในกล่องโฟม

การเลี้ยงและบรรจุปูนิ่มเป็นสิ่งที่ต้องใช้เทคนิคบ้าง ทำให้บุคคลทั่วไปที่ขาดอุปกรณ์หรือความพร้อมด้านอื่นไม่สามารถทำด้วยตนเอง ฟาร์มจึงต้องรับผิดชอบตรงส่วนนี้ให้ทำให้การขยายพื้นที่การเลี้ยงให้กับ ลูกบ่อ ถูกจำกัดไปด้วย หากในอนาคตได้พัฒนามากกว่านี้แล้ว เชื่อว่าจะสามารถขยายการเลี้ยงได้มากขึ้น ปัญหาการเลี้ยงพบบ้างเล็กน้อยเช่น การเกิดเพรียงหลอดเกาะนมปูในช่วงที่ความเค็มสูง หรือ Bacteria ในช่วงฤดูร้อน

 

อนาคตการเลี้ยงปูนิ่มมองเป็น 2 ระดับ คือ ระดับประเทศและระดับท้องถิ่น การส่งเสริมการเลี้ยงต้องมีการขยายตลาดควบคู่ไปด้วย หากหวังตลาดในประเทศอย่างเดียวคิดว่ายังไม่เพียงพอรองรับการขยายตัว ต้องมีการขยายตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศไปพร้อมๆกัน เพราะรายย่อยที่ไม่สามารถทำการบรรจุและควบคุมคุณภาพสินค้าได้จะไม่สามารถขายไปต่างประเทศ ระดับท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ผมเห็นว่าน่าสนใจโดยเกษตรกรส่วนใหญ่มีบ่อที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์สามารถนำมาดัดแปลงเลี้ยงปูนิ่มได้ แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องพันธุ์และการบรรจุจึงอยากให้ลองศึกษาให้รอบคอบก่อนลงทุน

 

 
สนใจเนื้อหาชุดเยี่ยมฟาร์ม อื่นๆ คลิ๊กที่นี่
   
เนื้อหาและภาพถ่ายของเว็บไซต์ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
คัดลอกไปใช้กรุณาแจ้งเว็บมาสเตอร์ ยกเว้นเพื่อการศึกษาที่ไม่ใช่ธุรกิจหรือค้ากำไร
 
 
       สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ คุณกฤษดา พึ่งแพง ที่สละเวลาให้ข้อมูล ภาพถ่าย และอนุญาตให้เผยแพร่เนื้อหาที่มีประโยชน์ทางเว็บไซต์
 
 
ศูนย์วิจัยและและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
ตำบล บางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัด จันทบุรี 22000
โทร 0-3945-7987-8 โทรสาร 0-3939-1025
email : crchantaburi@dof.thaigov.net หรือ chanfisheries@yahoo.com