| |
| |
| |
| |
เริ่มเลี้ยงปูนิ่มได้อย่างไร และเมื่อไหร่ครับ ? |
|
| |
 |
| คุณกฤษดา
พึ่งแพง |
|
เริ่มจากการเลี้ยงปูเนื้อก่อน ประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว
ต่อมา่เข้ามาสู่วงการเลี้ยงปูนิ่ม โดยเริ่มแรก (10 กว่าปีมาแล้ว)
เลี้ยงแบบปูเต่า ในบ่อซีเมนต์ปูพื้นด้วยทราย และให้อากาศด้วยหัวทราย
และ ร่วมกับน้องชาย จัดตั้งบริษัท EARTH FOOD MANUFACTORING
CO. LTD. มีเว็บไซต์ คือ www.earthfood.co.th
ปัจจุบันเลี้ยงปูนิ่มแบบเลี้ยงในตะกร้า มีฟาร์มจำนวน
4 ฟาร์ม และมี "ลูกบ่อ"
อีกเป็นจำนวนมาก
สำหรับภาคตะวันออก มีฟาร์มของบริษัท 1 ฟาร์ม ที่ตั้ง
78/12 หมู่ 5 ต.เกาะเปริด
อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นฟาร์มที่จะนำเข้าชม
และปัจจุบันมีลูกบ่อในพื้นที่ กว่า 20 ฟาร์ม
|
|
| |
| |
แนวทางการผลิตปูนิ่ม และลูกบ่อของฟาร์ม ? |
|
| |
 |
บ่อเลี้ยงขนาด
3 ไร่ |
|
การผลิตปูนิ่มของฟาร์มเน้นที่คุณภาพและความสะอาดเป็นสำคัญ
การเก็บปูนิ่มและการบรรจุก็สำคัญ หากดำเนินการช้า ปูนิ่มจะไม่ได้คุณภาพที่เรียกว่า
ปูกระดาษ
ไม่สามารถขายได้
การวางแผนการผลิตของฟาร์มจะขยายพื้นที่การเลี้ยงให้แก่
ลูกบ่อ
โดยบริษัทจัดหาอุปกรณ์และพันธุ์ปูให้ และเป็นผู้รวบรวมผลผลิตปูนิ่มจากลูกบ่อกลับมาเพื่อบรรจุและส่งเข้าสู่ตลาดต่อไป
|
|
| |
| |
| |
แผนผังของ ฟาร์ม |
|
| |
เนื้อที่ฟาร์มประมาณ
11 ไร่ 2 งาน ประกอบด้วย
บ่อดินเก็บน้ำ
2 บ่อ มีพื้นที่รวม 8 ไร่
บ่อดินเลี้ยงปู
1 บ่อ ขนาด 3 ไร่ วาง 25,000 ตะกร้า |
บ่อดินเลี้ยงปู 1 บ่อ ขนาด
2 งาน วาง 10,000 ตะกร้า
โรงเรือนเตียมอาหารและบรรจุปูนิ่ม
|
|
| |
| |
| |
ระบบน้ำ ? |
|
| |
 |
บ่อพักน้ำ |
|
ความเค็มที่ใช้ 15-20 ppt เพราะหากต่ำกว่า 10 ppt จะมีสาหร่ายขนแมวขึ้นมาก
คุณภาพน้ำสำหรับการเลี้ยงนั้นฟาร์มจะดูจากความเค็มเป็นหลัก
และสังเกตจากสีน้ำ ความขุ่นใส ส่วนคุณสมบัติน้ำอื่นๆ
อาจมีการตรวจวัดบ้างในบางครั้ง อุณหภูมิของน้ำไม่ควรเกิน
30 องศาเซลเซียส ซึ่งจะมีผลต่อการกินอาหาร
มีการถ่ายน้ำเดือนละประมาณ 2 ครั้งๆ ละ ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์
ในช่วงฤดูแล้งใช้ระบบปิดไม่ถ่ายน้ำ ใช้วิธีการเติม จะเติมน้ำเดือนละประมาณ
2 ครั้ง และใช้จุลินทรีย์ช่วยในการย่อยสลายของเสียโดยเลือกใช้จุลินทรีย์ที่สามารถต่อเชื้อได้เป็นการประหยัดต้นทุน
|
|
| |
| |
| |
การเตรียมบ่อ ตะกร้า แพ ? |
|
| |
 |
สะพานในบ่อเลี้ยง |
|
ในบ่อจะสร้างสะพานมีหลังคา จากคันบ่อด้านกว้างด้านหนึ่งไปยังอีกด้าน
ไว้ตรวจสอบการลอกคราบของปู และให้อาหาร ด้วยการดึงแพลอดใต้สะพาน
เตรียมบ่อเลี้ยงโดยตากบ่อให้แห้ง กรณีที่บ่อเป็นกรด
มีสนิมเหล็กไม่สามารถตากบ่อได้นานจะนำน้ำเข้าบ่อทันที
(ระดับน้ำในบ่อลึก 1.20 เมตร)
ที่ฟาร์มไม่มีการตีน้ำเพิ่มอากาศ แต่ใช้การวางแพห่างกันมากขึ้น
แต่หากท่านใดจะตีน้ำแนะนำให้ตีช่วงฤดูแล้งเป็นการเคล้ามวลน้ำไปในตัวด้วย
|
|
 |
ตะกร้าเลี้ยงปูทะเล |
|
วางตะกร้าบนแพ ตะกร้าจะจมลงน้ำประมาณ 4 นิ้ว ปล่อยปูลงเลี้ยงในตะกร้า
ๆ ละ 1 ตัว
ตะกร้าที่ใช้มีขนาด 7 x 11 นิ้ว ตัวล่างสูง 4 นิ้ว และตัวบน
2.5 นิ้ว ต้นทุนตะกร้ามีการเปลี่ยนแปลงตลอด ปัจจุบันอยู่ที่
ประมาณตะกร้าละ 16 บาท อายุการใช้งาน ประมาณ 3-5 ปี
|
|
 |
แพวางตะกร้า
(1 แพ มี 4 แถว) |
|
 |
ตะกร้าใส่ปูวางบนแพ
ๆ ละ 4 แถว |
|
แพวางตะกร้าทำจากท่อ PVC ขนาด 1.2-1.5 นิ้ว ทำเป็นช่องวาง
4 แถว แพยาวประมาณ 32 เมตร วางได้ประมาณ 550 ตะกร้า
(ความยาวแพขึ้นกับความยาวบ่อเลี้ยงด้วย)
ใช้ไม้ปักด้านข้างของแพ ซ้าย-ขวา เพื่อรักษาแนวของแพ
|
|
| |
| |
| |
พันธุ์ุุปูทะเล ? |
|
| |
 |
ลังไม้และเข่งลำเลียงปูทะเล |
|
ใช้พันธุ์ปูจาก พม่า ขนาดประมาณ 18 ตัว/ก.ก.ถึง 6 ตัว/ก.ก.
ราคาประมาณ 8-14 บาท/ตัว แล้วแต่ขนาด ลำเลียงโดยรถยนต์
ใส่ตะกร้าและลัง (ลังละ 18-20 ก.ก.)
พันธุ์ปูทะเลที่ซื้อขายมี 3 ขนาด ได้แก่ ขนาดจิ๋ว
ต้องคัดขนาดหากพอใช้ได้จึงเลี้ยง หากเล็กเกินไปก็ปล่อยลงบ่อให้โตก่อน
ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ซึ่งฟาร์มซื้ออยู่จะสามารถเลี้ยงได้ทันที
โดยก่อนเลี้ยงมีการฆ่าเชื้อก่อน (ฟาร์มยังไม่ขอยังลงรายละเอียด
หากสนใจอยากให้เข้ามาคุยมากกว่าเพราะกลัวว่าหากทำตามแล้วจะเกิดผิดพลาดได้)
|
|
 |
ภาพตะปิ้งปูตัวผู้ |
|
 |
ภาพปูตัวเมีย
(นำไปขุนเป็นปูไข่) |
|
พันธุ์ปูที่นำมาเลี้ยงใช้เฉพาะ ปูตัวผู้และปูกระเทย
ส่วนปูตัวเมียไม่ใช้ (ใช้เลี้ยงขุนเป็นปูไข่)
หมายเหตุ ปูกระเทย
คือ ปูตัวเมียที่ยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์ ดูจากตะปิ้งที่มีขนาดระหว่างปูตัวผู้กับปูตัวเมีย
|
|
| |
| |
| |
การเลี้ยงและดูแลให้ปูลอกคราบเป็นปูนิ่ม ? |
|
| |
ให้อาหารทุก
2 วัน อาหารที่ใช้ได้แก่ปลาทั่วไป
แต่เน้นที่ต้องสด เพราะหากไม่สดจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้
ตรวจการลอกคราบทุก 4
ชั่วโมง โดยลากแพลอดใต้สะพาน หากพบว่ามีปูในกล่อง 2
ตัว (คือปูนิ่มและคราบเดิม) จะเก็บปูนิ่มขึ้นมา นำไปผ่านขั้นตอนการบรรจุ
และสามารถเก็บไว้ได้อีก 2-3 วัน ก่อนส่งขาย
ระยะเวลาการเลี้ยงจนกระทั่งปูลอกคราบ
ขึ้นกับระยะและความสมบูรณ์ของปูที่นำมาลงตะกร้า ปูเปลือกบางลอกคราบเร็วกว่าปูเปลือกหนา
เลี้ยงประมาณ 45 วัน
ปูทะเลลอกคราบได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ และอัตราการรอดของที่ฟาร์มประมาณ
95 เปอร์เซ็นต์
การเพิ่มน้ำหนัก โดยเฉลี่ยน้ำหนักปูเพิ่มหลังลอกคราบ
20 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับการซึมซับน้ำของปู
ปูที่หลุดหนีจากกล่องพบบ้างประมาณ
1-2 กล่อง ต่อรอบการเลี้ยง เนื่องจากกล่องเลี้ยงของที่ฟาร์มสั่งทำเป็นพิเศษ
|
 |
ใช้ปลาข้างเหลืองเป็นอาหาร |
| |
 |
สะพานตรวจการลอกคราบและให้อาหาร |
|
|
| |
| |
การบรรจุ การจำหน่าย |
|
เมื่อได้ปูนิ่มแล้วจะนำมาแช่น้ำจืด
และเป่าอากาศด้วยหัวทราย เพื่อให้ปูคายความเค็ม
25 นาที
ใช้โอโซนเป่าลงน้ำอีก 25 นาที
จากนั้นนำไปน็อคด้วยน้ำแข็ง 5
นาที อุณหภูมิไม่เกิน - 10 องศาเซลเซียส
|
นำไปแช่แข็งในตู้อุณหภูมิประมาณ
- 30 องศาเซลเซียส
การบรรจุมี 2 แบบ คือ
การบรรจุแบบรวม
จะบรรจุใส่ตะกร้า
|
 |
เครื่องโอโซนและเครื่องเป่าอากาศ |
|
|
|
 |
ปูนิ่มในตะกร้า |
|
|
|
การบรรจุแบบแช่แข็ง
โดยการใช้ถุงและกล่อง บรรจุ 1 ตัวต่อถุงหรือกล่อง
การขาย มี 3 ขนาด คือ 50-120
กรัม 121-180 กรัม และ 181 กรัม ขึ้นไป
ตลาดที่ส่งขายได้แก่
สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน และร้านอาหารในประเทศ โดยผลผลิต
90 เปอร์เซ็นต์ส่งออกต่างประเทศ
|
 |
บรรจุแบบแช่แข็งในถุง |
|
 |
| บรรจุแบบแช่แข็งในกล่อง |
|
|
| |
|
| |
ภาพรวมการเลี้ยงปูนิ่มในอนาคต |
|
| |
 |
ตู้แช่ปูนิ่มในถุงหรือกล่องพลาสติก |
| |
 |
ปูนิ่มในกล่องโฟม |
|
การเลี้ยงและบรรจุปูนิ่มเป็นสิ่งที่ต้องใช้เทคนิคบ้าง
ทำให้บุคคลทั่วไปที่ขาดอุปกรณ์หรือความพร้อมด้านอื่นไม่สามารถทำด้วยตนเอง
ฟาร์มจึงต้องรับผิดชอบตรงส่วนนี้ให้ทำให้การขยายพื้นที่การเลี้ยงให้กับ
ลูกบ่อ ถูกจำกัดไปด้วย หากในอนาคตได้พัฒนามากกว่านี้แล้ว
เชื่อว่าจะสามารถขยายการเลี้ยงได้มากขึ้น ปัญหาการเลี้ยงพบบ้างเล็กน้อยเช่น
การเกิดเพรียงหลอดเกาะนมปูในช่วงที่ความเค็มสูง หรือ
Bacteria ในช่วงฤดูร้อน
อนาคตการเลี้ยงปูนิ่มมองเป็น 2 ระดับ คือ ระดับประเทศและระดับท้องถิ่น
การส่งเสริมการเลี้ยงต้องมีการขยายตลาดควบคู่ไปด้วย
หากหวังตลาดในประเทศอย่างเดียวคิดว่ายังไม่เพียงพอรองรับการขยายตัว
ต้องมีการขยายตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศไปพร้อมๆกัน
เพราะรายย่อยที่ไม่สามารถทำการบรรจุและควบคุมคุณภาพสินค้าได้จะไม่สามารถขายไปต่างประเทศ
ระดับท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ผมเห็นว่าน่าสนใจโดยเกษตรกรส่วนใหญ่มีบ่อที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์สามารถนำมาดัดแปลงเลี้ยงปูนิ่มได้
แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องพันธุ์และการบรรจุจึงอยากให้ลองศึกษาให้รอบคอบก่อนลงทุน
|
|
| |
|
|
คัดลอกไปใช้กรุณาแจ้งเว็บมาสเตอร์
ยกเว้นเพื่อการศึกษาที่ไม่ใช่ธุรกิจหรือค้ากำไร |
|
| |
| |
| สุดท้ายนี้
ขอขอบคุณ คุณกฤษดา พึ่งแพง ที่สละเวลาให้ข้อมูล ภาพถ่าย
และอนุญาตให้เผยแพร่เนื้อหาที่มีประโยชน์ทางเว็บไซต์ |
|
| |
| |