เว็บเพจเยี่ยมห้องวิเคราะห์น้ำ ผมจะแบ่งการนำเสนอออกเป็นหลายตอน สำหรับหน้านี้ขอนำเสนอตอน การวิเคราะห์ความเป็นด่าง หรือ อัลคาลินิตี้ (Alkalinity) ประกอบด้วย 6 หัวข้อย่อย หากต้องการชมตอนอื่น คลิ๊กที่ห้องวิเคราะห์น้ำ
ผมพยายามนำเสนอแบบอ่านแล้วเข้าใจง่ายๆ แต่สาระก็ยังเข้มข้นครับ
การวัดอัลคาลินิตี้รวม ใช้น้ำยาเคมีเพียง 2 ตัวเท่านั้น คือ น้ำกรดเข้มข้น 0.02 N น้ำยาบีเอ็ม (ใช้เป็นอินดิเคเตอร์ ที่พีเอช 4.5)
เริ่มวัดโดย รินน้ำตัวอย่างใส่กระบอกตวงจนได้ปริมาตร 100 มิลลิลิตร หรือ 100 ซีซี พอดี
เมื่อน้ำตัวอย่างเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นชมพู ก็หยุดการหยด น้ำกรด ทันที จาก น้ำกรด ที่ใช้มีความเข้มข้น 0.02 N และน้ำตัวอย่างที่ตวงมา 100 มิลลิลิตร ปริมาตรน้ำกรดที่ใช้ 1 มิลลิลิตร จะเท่ากับ ค่าอัลคาลินิตี้ 10 มก./ล. ครับ เช่น ใช้น้ำกรด 12.5 มิลลิลิตร ค่าอัลคาลินิตี้เท่ากับ 125 มก./ล.(ที่มา : เทียบกับน้ำหนักโมเลกุลของแคลเซียมคาร์บอเนต ซึ่งเท่ากับ 50) สามารถอ่านจากหนังสืออ้างอิงข้างล่างครับ
ข้อสังเกตุครับ การเปลี่ยนสีของน้ำยาบีเอ็มจะเร็วมาก ก่อนถึงจุดเปลี่ยนสี เพียงหยดน้ำกรดเพิ่ม 3-4 หยด น้ำจะเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นชมพูอย่างชัดเจน เพราะเป็นจุด End Point (ก่อนเปลี่ยนสี พีเอชวัดได้ 4.8 แต่พอเปลี่ยนสีเป็นชมพูโดยหยดกรดเพิ่ม 3-4 หยด เท่านั้น พีเอชตกเหลือ 4.4 ทันที)
น้ำกรดที่ใช้เป็นกรดแก่ คือ กรดซัลฟูริก หรือ กรดไฮโดรคลอริก ก็ได้ ของเราใช้กรดซัลฟูริกครับ มีขายหลายยี่ห้อ ความเข้มข้นอยู่ที่ประมาณ 36 N แต่เราต้องการใช้ น้ำกรด ที่ความเข้มข้นต่ำเพียง 0.02 N เท่านั้น จึงต้องเจือจางกรดที่ซื้อมาด้วยน้ำกลั่นก่อน (กรด 36 N นี่อันตรายมากครับ ถูกผิวหนังไม่ได้เด็ดขาด ส่วนที่เจือจางเหลือ 0.02 N ไม่อันตรายแล้ว ถูกผิวหนังพอได้ แต่ห้ามเข้าตาครับ)
แล้วปล่อยน้ำกรดเข้มข้น 36 N ลงในขวดตวงทรงกลม (Volumetric Flask) ขนาด 1 ลิตร ที่มีน้ำกลั่นใส่ไว้แล้วเกือบเต็ม เสร็จแล้วจึงเติมน้ำกลั่นให้ครบ 1 ลิตร และเขย่าให้เข้ากัน (ต้องใส่น้ำกลั่นไว้ก่อนบางส่วนเนื่องจากเราต้อง เทกรดลงน้ำ ห้ามเทน้ำลงในกรด) ตอนนี้เราได้น้ำกรดเข้มข้น 0.1 N อยู่ในขวดตวงทรงกลม (Volumetric Flask) จำนวน 1 ลิตร
หมายเหตุ ท่านต้องแน่ใจนะครับว่า กรดที่ซัลฟูริกที่ซื้อมาเข้มข้น 36 N จริง หากไม่ใช่ การเจือจางกรดก็จะไม่ได้ความเข้มข้น 0.1 N ตามที่เราต้องการ สามารถตรวจสอบความเข้มข้นได้โดย ไตรเตรชั่นกับ โซเดียมคาร์บอเนต (รายละเอียดใน กรรณิการ์ 2544; นิคมและยงยุทธ 2546) ส่วนท่านที่เลือกใช้กรด ไฮโดรคลอริก ซึ่งขายกันในความเข้มข้น 11-12 N ซึ่งจางกว่ากรดซัลฟูริก เวลาเตรียมก็ต้องใช้น้ำกรดมากกว่าตามสัดส่วนความเข้มข้นครับ
จากนั้นชั่ง บรอมครีซอลกรีน 100 มิลลิกรัม เทตามลงไปในแอลกอฮอล์ที่มีเมททิลเรดละลายอยู่แล้ว และกวนให้เข้ากัน เท่านี้ก็ได้น้ำยา บีเอ็ม แล้วครับ
หมายเหตุ ปกติห้องวิเคราะห์น้ำของศูนย์ฯ จะใช้อินดิเคเตอร์ พีนอฟทาลีน สำหรับพีเอช 8.3 และ เมททิลออเรนจ์ สำหรับพีเอช 4.5 เพราะเจ้าหน้าที่เคยชินครับ แต่สีของเมททิลออเรนจ์จะดูยากเพราะสีจะเปลี่ยนจากเหลืองเป็นส้มเหลือง ในขณะที่ น้ำยาบีเอ็ม สีจะเปลี่ยนแบบตัดกัน แต่ผลวิเคราะห์ก็ออกมาเหมือนกัน