ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ก่อตั้งตามพระราชดำริ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี พ.ศ. 2524 เพื่อให้เป็นศูนย์ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาในเขตพื้นที่ดินชายทะเล
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ ได้ดำเนินการศึกษาพัฒนาอาชีพตลอดจน การจัดการทรัพยากรชายฝั่ง
ให้เกิดความสมดุลต่อระบบนิเวศน์วิทยาเพื่อป้องกันผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของราษฎร การดำเนินงาน
ดังกล่าวของศูนย์ฯ คุ้งกระเบนประสบความสำเร็จเรื่อยมาเป็นลำดับและเป็นที่ยอมรับของราษฎร
บริเวณพื้นที่โครงการนำไปปฏิบัติ แต่ศูนย์ฯ คุ้งกระเบนมิได้พึงพอใจหรือหยุดนิ่งเพียงเท่านี้

     ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯมีความประสงค์ที่จะเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานตามแนวพระราชดำริ
ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน จึงมีการให้บริการศึกษาดูงานในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ
แก่หน่วยงานราชการ องค์กรภาคเอกชน เกษตรกรและประชาชนที่สนใจทั่วไป โดยการศึกษาดูงาน
จะได้รับความรู้ทางวิชาการสาขาต่างๆแบบหลากหลายจากหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในโครงการ ที่เรียกว่า
"ONE STOP SERVICE"  นอกจากจะได้รับความรู้ทางวิชาการที่คุ้มค่า และสามารถนำไปปฏิบัติ
หรือประกอบอาชีพได้ผู้ศึกษาดูงานยังได้รับความเพลิดเพลินไม่เคร่งเครียด และได้พบเห็นสิ่งที่สวยงาม
เนื่องจากพื้นที่ศึกษาดูงานเป็นรูปแบบ "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต(LIVE MUSIUM)"
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯได้ดำเนินการจัดศึกษาดูงานแบบผสมผสานตามพระราชดำรัสของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยดำเนินการจัดศึกษาดูงานในรูปแบบ "การท่องเที่ยวเชิงพัฒนา
(Development Tour)"
บริการแก่ผู้ศึกษาดูงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนเพื่อสอดคล้อง
กับพระราชดำรัสที่ว่า :-
"..ศูนย์ศึกษาการพัฒนา ซึ่งหมายความว่าเป็นศูนย์หรือแหล่งที่รวมการศึกษาเพื่อดูว่าทำอย่างไรจะพัฒนาได้ผล.."
"..ศูนย์ศึกษาฯ ไม่ใช่วิทยาลัย ไม่ใช่โรงเรียน แต่เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่คนทุกระดับสามารถที่จะมาดู.."
"..ทุกหน้าที่ สามารถดูในแห่งเดียวกัน วิชาการที่จะพัฒนาในสาขาต่างๆ ของวิชาการอันนี้ก็เท่ากับเป็นเหมือน
พิพิธภัณฑ์ที่จะมาดูอะไร มีวิชาการใดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา นอกจากนี้ก็ไปดูศูนย์ศึกษา ไปพักผ่อนหย่อนใจ
ก็ได้เพราะ ว่าทำงานมาเครียด ก็ไปเที่ยวศูนย์ศึกษาฯ เหมือนไปเที่ยวสวนสาธารณะก็ได้.."

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
26 สิงหาคม 2531

      การจัดการท่องเที่ยวเชิงพัฒนา (Development Tour) ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน
เริ่มจากรับฟังบรรยายสรุป และศึกษาดูงานในพื้นที่โครงการ
     บรรยายสรุป เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ จัดบรรยายสรุปการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ ในรูปแบบ
"Macroecosystem" ประกอบสื่อ สไลด์ วีดีทัศน์ หรือสไลด์พรีเซนเตชั่นขึ้นกับระยะเวลาและ
วัตถุประสงค์ของการศึกษาดูงานในแต่ละคณะ
      หลังจากเสร็จสิ้นการรับฟังการบรรยายสรุป เพื่อให้การศึกษาดูงานเกิดประโยชน์สูงสุด ศูนย์ฯคุ้งกระเบน
จะจัดรถพ่วงศึกษาดูงานการปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ พาศึกษาดูงานและบรรยาย
ตลอดเส้นทางการศึกษาดูงาน การท่องเที่ยวเชิงพัฒนา จะมีจุดศึกษาดูงานทั้งสิ้น 15 จุด โดยมีรายละเอียดดังนี้

จุดที่ 1 ระบบชลประทานน้ำเค็มเพื่อการเลี้ยงกุ้งทะเล
     เป็นอาคารโรงสูบน้ำทะเลสำหรับจัดสรรน้ำทะเลที่มีคุณภาพเหมาะสมต่อการ เลี้ยงกุ้งทะเลแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลรอบอ่าวคุ้งกระเบนตัวอาคารมีส่วน
เก็บกัก น้ำทะเลอยู่ใต้ดินประมาณ4,650ลบ.ม.และระบายน้ำต่อด้วยเครื่องสูบน้ำ
ขนาด 200 แรงม้า จำนวน 8 เครื่อง(แต่ละเครื่องระบายน้ำได้ 1.25 ลบ.ม./วินาที)
เข้าสู่พื้นที่เลี้ยงกุ้งทะเลรอบอ่าวคุ้งกระเบน

จุดที่ 2 งานผลิตพันธุ์สัตว์น้ำ
         ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ มีภารกิจในการผลิตพันธุ์สัตว์น้ำ
เพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ แจกจ่ายให้เกษตรกร หรือหน่วยงานราชการ
และจำหน่ายแก่เกษตรกร พันธุ์สัตว์น้ำที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ
ผลิตมี 4 ชนิด คือ กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ ปลากะพงขาว และปลากะรังหรือปลาเก๋า
นอกจากนี้ ศูนย์ฯคุ้งกระเบนยังดำเนินการศึกษาการเพาะขยายพันธุ์และส่งเสริมการ
เลี้ยงปลาทะเลเศรษฐกิจตัวอื่น ได้แก่ "ปลากุดสลาดหรืออุณรุท" ซึ่งเป็นปลาที่มีสีสัน
สวยงามและเนื้อมีรสชาติอร่อย ทำให้มีราคาแพงเหมาะต่อการส่งเสริมเกษตรกร
เลี้ยงเพื่อการค้า ศูนย์ฯ คุ้งกระเบนคาดว่าจะสามารถเพาะขยายพันธุ์
และส่งเสริมการเลี้ยงปลาดังกล่าวในกระชังแก่เกษตรกรในระยะเวลาอันใกล้นี้

จุดที่ 3 งานบริการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบสัตว์น้ำ
       เ
ป็นงานบริการทางวิชาการแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในจังหวัดจันทบุรีและ
จังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลรอบอ่าวคุ้งกระเบน ภายในอาคารมีงานบริการด้านคลินิคสัตว์น้ำ การตรวจเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาว
ด้วยเทคนิค PCR การตรวจสอบยาปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อกุ้งทะเล
ด้วยเทคนิค HPLC และการตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

จุดที่ 4 งานวิชาการเกษตร
      เป็นกิจกรรมการศึกษาคัดเลือกพันธุ์พืชเศรษฐกิจที่มีความเหมาะสมต่อ
พื้นที่ชายทะเลการใช้ประโยชน์พื้นที่ขนาดเล็กเพื่อทำการเกษตร
(พื้นที่ขนาด 2, 4 และ 6 ไร่)เช่น การปลูกไม้ดอก-ไม้ประดับ การปลูกผักอนามัย
การทำเกษตรผสมผสานรวมทั้งการฝึกอบรมอาชีพแก่เกษตรกร ตลอดจน
การจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรเพื่อเป็นชุมชนเข็มแข็ง เช่น การจัดตั้งโรงสีข้าวชุมชน

จุดที่ 5 โครงการลดผลกระทบจากการเลี้ยงกุ้งทะเลด้วย
        การทำปุ๋ยหมักดินเลนนากุ้ง

     โดยศูนย์ฯ คุ้งกระเบนห้ามเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลรอบอ่าวคุ้งกระเบน
ระบายดินเลนลงสู่แหล่งน้ำหรือพื้นที่ป่าชายเลน เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล
ต้องมีบ่อเก็บกักดินเลนของตัวเอง หรือบ่อเก็บกักดินเลนรวม
เมื่อบ่อเก็บกักดินเลนเต็ม ศูนย์ฯคุ้งกระเบนจะดำเนินการรวบรวมดินเลน
จากบ่อดังกล่าวของเกษตรกรแล้วนำมาผลิตปุ๋ยหมักดินเลานากุ้ง โดยที่เกษตรกร
ไม่ต้องรับผิดชอบในการขนย้ายดินเลน การทำปุ๋ยหมักดินเลนนากุ้ง ประกอบด้วย
ดินเลนนากุ้ง ฟางข้าวหรือเปลือกผลไม้ ปุ๋ย ยูเรียและสารเร่ง พ.ด.1
ของกรมพัฒนาที่ดิน เป็นส่วนประกอบ ใช้ระยะเวลา 4 เดือน จะได้ปุ๋ยหมักดินเลนกุ้ง
ที่สามารถนำไปใช้กับทางการเกษตรได้ จากการทดสอบโดยงานวิชาการเกษตร
ปุ๋ยหมักดินเลนนากุ้งสามารถนำไปใช้กับพืชผักสวนครัว ไม้ดอก-ไม้ประดับ
ข้าว และไม้ผลเช่นเดียวกับปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์อื่นๆ

จุดที่ 6 สวนรุกขชาติชายหาดแหลมเสด็จ
       ศูนย์ฯ คุ้งกระเบนโดยงานป่าไม้ได้ปรับปรุงพื้นที่ราชพัสดุเดิมที่รกร้าง
ให้เป็นสวนรุกชาติชายหาดแหลมเสด็จ พร้อมทั้งสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก
เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยว อีกทั้งนักท่องเที่ยว
ยังสามารถพักค้างแรมเพื่อชมหรือศึกษาธรรมชาติในบริเวณดังกล่าวได้
ตลอดจนสวนรุกขชาติชายหาดแหลมเสด็จ ได้จัดสถานที่เพื่อบริการจัดค่ายพักแรม
หรือค่ายวิทยาศาสตร์แก่โรงเรียนต่างๆนอกจากจะได้รับความสนุกสนาน
ความเพลิดเพลินยังได้รับความรู้ด้านพฤกษศาสตร์อีกด้วยสวนรุกขชาติดังกล่าว
จะเป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังจิตสำนึกของนักท่องเที่ยวให้ตระหนักถึงการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและเป็นกิจกรรมที่ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ของ
จังหวัดจันทบุรีอีกด้วย

จุดที่ 7 สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา
        ศูนย์ฯ คุ้งกระเบน ร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงมีพระชนมายุครบ 6 รอบโดยการจัดสร้างสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบริเวณ
ชายหาดแหลมเสด็จความทรงทราบถึงฝ่าละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระองค์ทรงพระราชทานนามว่า
        "สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา"
ซึ่งสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งนี้จัดแสดงสัตว์น้ำที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในบริเวณ
อ่าวคุ้งกระเบนและพื้นที่ใกล้เคียงตลอดจนแสดงระบบนิเวศน์วิทยาของ
อ่าวคุ้งกระเบน และความสัมพันธ์ของสัตว์น้ำ พันธุ์ไม้น้ำต่ออ่าวคุ้งกระเบน
ซึ่งสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งนี้ เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริม
การท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

จุดที่ 8 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสิรินธร 6
        ศูนย์ฯ คุ้งกระเบน ร่วมกับสโมสรซอนต้าสากลกรุงเทพฯ 3 จัดสร้าง
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสิริธร 6 เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
ที่ทรงมีพระราชดำริว่า
       "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้องมีศูนย์เด็กเล็ก"
เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาขาดแคลนคนดูแลลูกหลาน ทำให้
ไม่สามารถไปประกอบอาชีพได้ อีกทั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กยังเป็นการเตรียม
ความพร้อมของเด็กก่อนวัยเรียนให้มีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในสถานศึกษาต่อไป

จุดที่ 9 ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร
        นอกจากศูนย์ฯ คุ้งกระเบนจะพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรแล้ว ศูนย์ฯ
คุ้งกระเบน โดยงานส่งเสริมการเกษตรยังจัดตั้งและพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร
ให้แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและประมง เพื่อจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว
ผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่มีความต้องการ ของตลาดอย่างมาก คือ
กะปิและน้ำปลา ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 งานเกษตรแห่งชาติ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ. 2541

จุดที่ 10 งานสาธิตการเลี้ยงปลาในกระชังอ่าวคุ้งกระเบน
        เป็นงานที่ดำเนินการด้านสาธิต เผยแพร่ความรู้ด้านการเลี้ยงปลาในกระชัง
ปลาทะเลเศรษฐกิจที่ทางศูนย์ฯ คุ้งกระเบน สาธิต ส่งเสริมและเผยแพร่
การเลี้ยงปลาในกระชัง คือ ปลาเก๋า ปลากะพงขาว และปลากะพงแดง
ตลอดจนมีหน้าที่สอดส่องดูแลการใช้ทรัพยากรชายฝั่งในอ่าวคุ้งกระเบน
ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อความยั่งยืนต่อไป

จุดที่ 11 งานปศุสัตว์
       ดำเนินการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีก เช่น นกกระทา ไก่เนื้อ ไก่ไข่ และเป็ดเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มอาหารโปรตีนและเป็นรายได้เสริมของราษฎร
ตลอดจนดำเนินการทดลองเลี้ยงกวางลูซี่เพื่อตัดเขาขาย และการเลี้ยงแพะนม
เพื่อนำน้ำนมที่ได้ และไข่นกกระทา สนับสนุนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสิรินธร 6

จุดที่ 12 เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายหาด
        ศูนย์ฯ คุ้งกระเบนโดยงานป่าไม้ ได้จัดสร้างเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
ป่าชายหาดเข้าไปในพื้นที่ป่าชายหาดเดิม มีระยะทางประมาณ 400 เมตร
พร้อมทั้งจัดทำสื่อความหมาย ให้ความรู้ด้านนิเวศวิทยาของป่าชายหาด
ซึ่งป่าดังกล่าวเป็นป่าที่มีความสำคัญ แต่มักจะถูกละเลยไป ป่าชายหาด
เป็นป่ารอยต่อระหว่างป่าบกและป่าชายเลนทำให้ป่าชายหาดเป็นป่าที่มีระบบ

นิเวศน์วิทยาที่โดดเด่นเป็นของตัวเอง ดังจะเห็นได้จากป่าชายหาด
ซึ่งอยู่ติดกับทะเล แต่เป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญสำหรับการอุปโภค
และบริโภคของชาวประมง

จุดที่ 13 เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน
        ศูนย์ฯ คุ้งกระเบนโดยงานป่าไม้ได้เล็งเห็นความสำคัญของป่าชายเลน
ที่มีต่อระบบนิเวศวิทยาและการปลูกจิตสำนึกในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ป่าชายเลน จึงได้จัดสร้างสะพานทางเดินทอดตัวคดเคี้ยวไปตามแนวป่าชายเลน
บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ซึ่งจะผ่านพื้นที่ปลูกป่า ป่าชายเลนเดิมที่สมบูรณ์และ
พื้นที่ฟื้นฟูป่าชายเลน โดยผสมผสานระหว่างการปลูกป่าและการเลี้ยงปลากะพงขาว
ตลอดเส้นทางเดินมีศาลาสื่อความหมายอธิบายให้ทราบถึงประโยชน์ระบบนิเวศน์วิทยา
ห่วงโซ่อาหารในแง่มุมต่างๆ ของป่าชายเลนเส่นทางเดินดังกล่าวมีความยาว
ประมาณ 1,600 เมตร นอกจากท่านจะได้รับความรู้ทางด้านป่าชายเลนแล้วท่านยังจะ
ชื่นชมกับความสวยงามของป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ตลอดจนปูก้ามดาบ
ที่มีสีสันสวยงามเปรียบประดุจอัญมณีแห่งป่าชายเลน และ อีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดมิได้
จากป่าชายเลนคือ "ปลาตีน" ผู้เป็นหนึ่งในวัฎจักรระบบนิเวศน์ป่าชายเลน

จุดที่ 14 งานสาธิตการเลี้ยงกุ้งระบบปิด
            เป็นการศึกษาพัฒนาเทคนิคการเลี้ยงกุ้งทะเลให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
น้อยที่สุด คือ"การเลี้ยงกุ้งระบบปิด"โดยการเลี้ยงดังกล่าวจะไม่มีการระบายน้ำและ
ของเสียลงสู่ธรรมชาติหรือมีน้อยที่สุดซึ่งทำให้ระบบนิเวศน์วิทยาของอ่าวคุ้งกระเบน
ยังคงมีความสมดุลย์ เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ อันจะส่งผลต่อ
ความสมบูรณ์ของทรัพยากรประมง อีกทั้งการเลี้ยงกุ้งทะเลก็ยั่งยืนคู่กับอ่าวคุ้งกระเบน

จุดที่ 15 การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยระบบชลประทานน้ำเค็ม
         ศูนย์ฯ คุ้งกระเบนโดยงานประมงได้ส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งทะเลรอบ
อ่าวคุ้งกระเบนจำนวน728 ไร่ สำหรับเกษตรกร 113 ครอบครัว พร้อมทั้งอนุรักษ์
ป่าชายเลน 610 ไร่ การเลี้ยงกุ้งทะเลดังกล่าวประสบความสำเร็จเรื่อยมา
แต่เพื่อให้การเลี้ยงกุ้งทะเลรอบอ่าวคุ้งกระเบนยั่งยืนมากยิ่งขึ้น และเป็นแบบอย่าง
ให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ นำไปปฏิบัติ ศูนย์ฯคุ้งกระเบน จึงจัดสร้าง
ระบบชลประทานน้ำเค็ม เพื่อจัดสร้างระบบน้ำสำหรับการเลี้ยงกุ้งทะเล
รอบอ่าวคุ้งกระเบนตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรชายฝั่ง
ให้ถูกวิธี ทำให้การเลี้ยงกุ้งทะเลเกิดความยั่งยืน



ติดต่อ-สอบตามข้อมูลได้ที่ : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ   E_mail :kkbrdsc@yahoo.com