"ป่าชายเลนมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์ของพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย แต่ปัจจุบันป่าชายเลนของประเทศไทย
เรากำลังถูกบุกรุกและถูกทำลายลงไปโดยผู้แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน จึงควรหาทางป้องกันอนุรักษ์
และขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นโกงกางเป็นไม้ชายเลนที่แปลกและขยายพันธุ์ค่อนข้างยาก เพราะต้องอาศัย
ระบบน้ำขึ้นน้ำลงในการเติบโตด้วย จึงขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง คือ กรมป่าไม้
กรมชลประทานและกรมอุทกศาสตร์ร่วมกันหาพื้นที่ที่เหมาะสม
ในการทดลองขยายพันธุ์โกงกางและปลูกสร้างป่าชายเลนกันต่อไป"
พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
(นายโฆษิต ปั้นเปื้อนรัษฎ์) เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2534
ป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน
ป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน อยู่ในพื้นที่โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ท้องที่ ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี มีพื้นที่ประมาณ 1,100 ไร่ เป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติ
ป่าคุ้งกระเบนและป่าอ่าวแขมหนู ในปัจจุบันจัดว่าเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัด
จันทบุรี มีพันธุ์ไม้ป่าชายเลนจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 30 ชนิด ขึ้นกระจายปกคลุมอยู่รอบอ่าว เป็นแนวกว้าง
โดยเฉลี่ย 30-200 เมตร และโค้งยาวไปตามขอบอ่าวเป็นระยะทางถึง 5 กิโลเมตร ป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน
จัดว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ป่าชายเลนแห่งนี้เป็นบริเวณที่มีเสน่ห์ และมีความเหมาะสมที่จะใช้เป็นที่ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ
ในรูปของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต (Living museum) รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ
ในรูปแบบของนิเวศทัศนา (Eco-tiurism)
ทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน
สะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2539 โดยงานป่าไม้
เป็นผู้สำรวจและออกแบบก่อสร้าง ตัวสะพานทางเดินสร้างด้วยไม้ตะเคียนทอง (Hopea odorata) มีความยาวทั้งสิ้น 1,433 เมตร และยังมีส่วนที่เป็นทางเดินปูด้วยแผ่นหินทรายยาว 363 เมตร
รวมเป็นระยะทางเดินศึกษาธรรมชาติทั้งสิ้น 1,793 เมตร จุดเริ่มต้นซุ้มประตูศาลาทางเข้าอยู่บริเวณ
ด้านทิศใต้ของอ่าวคุ้งกระเบน ห่างจากสำนักงานอาคารศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ฝั่งตรงข้าม
ถนนเพียง 200 เมตร เส้นทางเดินของสะพาน จะผ่านบริเวณสังคมพืชไม้เบิกนำจำพวกไม้แสม
ไม้ลำพู แปลงเพาะชำกล้าไม้ แปลงปลูกป่าไม้โกงกาง แปลงศึกษาวิจัย ข้ามสะพานแขวนไปสู่ป่า
ธรรมชาติ ที่มีไม้โกงกางขนาดใหญ่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นสมบูรณ์ จากนั้นสะพานจะวกกลับผ่าน
แปลงทดลองการปลูกป่าชายเลนผสมผสานกับการเลี้ยงปลา ผ่านบ่อทดลองการเลี้ยงกุ้งทะเล ที่มีการรักษา
สภาพแวดล้อมโดยระบบชลประทานน้ำเค็ม และไปสิ้นสุดที่ศาลาเชิงทรงซึ่งอธิบายลักษณะของพื้นที่และ
พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ระหว่างรอยต่อป่าชายเลนและป่าบก
บริเวณสะพานทางเดินได้จัดสร้างศาลาสื่อความหมายธรรมชาติ (Nature Interpretation) และระเบียงหยุดพักชมธรรมชาติเป็นระยะๆ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ศึกษาหาความรู้เรื่องราวของป่าชายเลน
บนบอร์ดนิทรรศการ พร้อมกับดูตัวอย่างจากของจริงบริเวณรอบ ๆ ศาลา จำนวนทั้งสิ้น 10 ศาลาดังนี้

