แพะ สัตว์ที่หลายๆ ท่านคิดว่าเหม็นสาบ สกปรก กินอาหารไม่เลือก นิยมเลี้ยงกันในหมู่ชาวไทย ไม่เหมาะสม
สำหรับพื้นที่ที่เป็นสวนผลไม้นั้น ใครจะคาดคิดบ้างว่า แพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ
ในปัจจุบันที่สุด แพะมีข้อดีต่างๆ จำนวนมากที่สมควรจะนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับทดแทน โค-กระบือ เช่น
ในปัจจุบัน คือ

   1.เป็นสัตว์ที่ให้ผลผลิตได้ทั้งเนื้อและนม
   2.เป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็ก ผู้หญิงและเด็กก็สามารถเลี้ยงดูได้
   3.เป็นสัตว์ที่กินอาหารได้เกือบทุกชนิด แม้แต่วัชพืชที่โคกระบือไม่กินก็ใช้เป็นอาหารได้     
   4.เป็นสัตว์ที่เจริญเติบโตเป็นหนุ่ม-สาว ได้เร็ว  สามารถผสมพันธุ์ได้ ตั้งแต่อายุเพียง 8 เดือน
   5.เป็นสัตว์ที่มีความสมบูรณ์พันธุ์สูง มักคลอดลูกแฝด ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงลูกสั้น
     จึงทำให้สามารถตั้งท้องใหม่ได้เร็ว
   6.พื้นที่ที่ใช้ในการเลี้ยงดูน้อย ทั้งโรงเรือนและพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์
   7.เป็นสัตว์ที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีมีความอดทนต่อสภาพแห้งแล้งและอากาศร้อนได้ดี
   8.เป็นสัตว์ที่ประชาชนทุกศาสนาสามารถใช้บริโภคได้ต่อเนื่องจากไม่มีศาสนาบัญญัติใดระบุห้ามบริโภคเนื้อแพะ

พันธุ์แพะ

1.แพะพันธุ์พื้นเมืองในประเทศไทย

       เป็นแพะที่มาจากแถบประเทศอินเดีย หรือปากีสถาน มีรูปร่างใหญ่กว่าแพะทางใต้ ส่วนทางใต้ของประเทศไทย
เข้าใจว่ามาจากแพะพื้นเมืองของมาเลเซีย คือพันธุ์แกมมิงกัตจัง ให้ผลผลิตและน้ำนมต่ำ

2.แพะพันธุ์ต่างประเทศ

       2.1 พันธุ์ซาแบน เป็นแพะนมที่มีขนาดใหญ่ให้ผลผลิตนมมากกว่าแพะพันธุ์อื่น แพะพันธุ์นี้มีสีขาวครีมหรือ
             น้ำตาลอ่อนๆ น้ำหนักโตเต็มที่ประมาณ 60 กิโลกรัม ให้น้ำนมประมาณวันละ 2 ลิตร
             ระยะเวลาการให้นมนานถึง 200 วัน
       2.2 แพะพันธุ์แองโกลบูเนียน แพะพันธุ์นี้มีน้ำหนักโตเต็มที่ประมาณ 75 กิโลกรัม
             พันธุ์นี้มีหลายสี เช่น ดำ เทา ครีม น้ำตาล น้ำตาลแดง และอาจมีจุดหรือด่างขนาดต่างๆ ได้
             ผลผลิตน้ำนมประมาณ 1.5 ลิตรต่อวัน ระยะเวลาให้นมประมาณ 165 วัน

วิธีการเลี้ยงแพะ

1.การเลี้ยงแบบผูกล่าม โดยการใช้เชือกผูกล่าม เพื่อให้แพะหาหญ้ากิน รอบบริเวณที่ผูก โดยผู้เลี้ยงต้องมีน้ำ
  และแร่ธาตุให้แพะกินเวลากลางคืน ก็ต้องนำแพะไปไว้ในคอกหรือเพิงที่มีที่หลบฝน
2.การเลี้ยงแบบปล่อย โดยมากให้ออกหากินตอนกลางวัน โดยจะต้องคอยดูแล เพราะเป็นการเลี้ยงที่ประหยัด
  การปล่อยแพะออกหากินไม่ควรปล่อยในเวลาที่ฝนตกหรือแดดร้อนจัด เพราะแพะอาจเจ็บป่วยได้ แพะจะกิน
  อาหารเพียง 1-2 ชั่วโมง
3.การเลี้ยงแบบขังคอก การเลี้ยงแบบนี้จะขังแพะไว้ในคอก รอบๆ คอกอาจมีแปลงหญ้าเพื่อให้แพะได้ออก
  กินหญ้าในแปลง บางครั้งต้องตักหญ้าให้แพะกินบ้าง ในคอกต้องมีน้ำและอาหารข้นให้กิน การเลี้ยงแบบนี้
  ประหยัดพื้นที่แต่ลงทุนสูง
4.การเลี้ยงแบบผสมผสานกับการปลูกพืช การเลี้ยงแบบนี้ทำโดยการปลูกพืชปะปนไปกับการเลี้ยงแพะ
  เช่น ปลูกยางพารา ปลูกปาล์มน้ำมัน และปลูกมะพร้าว ในภาคใต้ของประเทศไทย มีเกษตรกรจำนวนมาก
  ที่ทำการเลี้ยงแพะควบคู่ไปกับการทำสวนยาง


ติดต่อ-สอบตามข้อมูลได้ที่ : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  E_mail :kkbrdsc@yahoo.com
โทรศัพท์ : 0-3943-3216-8 โทรสาร : 0-3943-3209