top
logo

GFMIS
webonline
กองคลัง กรมประมง 

 

ค้นหา   
  


การทดลองบำบัดน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยด้วยสาหร่ายผมนาง (Gracilaria fisheri) PDF Print
Written by Ekkamai   
Friday, 04 February 2011 11:08

การทดลองบำบัดน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยด้วยสาหร่ายผมนาง (Gracilaria fisheri)

โชติ  เขียนด้วง , เอกมัย  มาลา  และอิทธิกร  เหมทานนท์ 

 

รหัสทะเบียนวิจัย 49 0337 45097 098

 

คำนำ 

          อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งในอดีต  ที่ทำรายได้เข้าประทศสูงสุด คือ  การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus  monodon )  ได้ขยายพื้นที่การเลี้ยงอย่างรวดเร็ว กระจายอยู่ทั่วไปใน 22 จังหวัดชายฝั่งทะเล ซึ่งมีพื้นที่รวมไม่ต่ำกว่า 400,000 ไร่ และผลผลิตไม่น้อยกว่า 300,000 ตัน (ยุพินท์ ,2545)

          การเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนาต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน 20 ปี ในที่สุดก็ประสบปัญหาโรคระบาดอย่างรุนแรง กว้างขวาง เกือบจะล่มสลาย  พื้นที่เลี้ยงที่มีศักยภาพลดลง แปรเปลี่ยนสภาพไปเลี้ยงกุ้งขาว (Litopenaeus  vannamei ) เป็นส่วนใหญ่จนถึงปัจจุบัน   เป็นที่น่าห่วง  หากเกษตรกรยังใช้วีธีเลี้ยงแบบเดิมๆเหมือนที่ผ่านมา  ไม่มีการจัดระบบการเลี้ยง ,การจัดระบบฟาร์มให้เข้าสู่มาตรฐาน  อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งขาว  ก็จะวนเวียนเข้าวัฏจักรเหมือนเช่นการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

          ผลกระทบจากการเลี้ยงกุ้งทะเล ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของแหล่งน้ำธรรมชาติ  ปัญหาสิ่งแวดล้อม มลภาวะต่อสัตว์น้ำ  เมื่อแหล่งน้ำขาดความอุดมสมบูรณ์  สัตว์น้ำก็มีการอพยพย้ายถิ่นฐาน  ปริมาณสัตว์น้ำก็ลดน้อยถอยลงไป  ด้วยสาเหตุเนื่องจากการถ่ายเทน้ำทิ้ง ซึ่งเป็นน้ำเสียจากการเลี้ยงกุ้งทะเล  ที่ไม่ได้บำบัดน้ำก่อนทิ้ง ให้มีคุณภาพดีได้มาตรฐานตามค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง (กรมควบคุมมลพิษ,2544)   การเปลี่ยนถ่ายน้ำในระหว่างการเลี้ยงและการสูบถ่ายน้ำเมื่อจับกุ้ง  ในปริมาณมากๆลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ (ดุสิตและคณะ,2536)   ทำให้แหล่งน้ำรองรับน้ำที่มีธาตุอาหารมากเกินไป (Varathep and Lin, 1996)   รายงานธาตุอาหารทั้งหมดที่เกิดจากการเลี้ยงกุ้ง เช่น  ไนโตรเจน  และฟอสฟอรัส จะละลายและแขวนลอยอยู่ในน้ำประมาณ  45 เปอร์เซ็นต์ และ 26 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ( Burford and Williams ,2001) ไนโตรเจนละลายส่วนใหญ่มาจาก 3 แหล่ง คือ แอมโมเนีย ที่กุ้งขับออกมาจากเหงือก, อาหารส่วนที่เหลือจากการกินของกุ้ง และสิ่งขับถ่าย เมื่อปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ( Moriaty,1997) ส่งผลต่อคุณภาพน้ำและดิน ทำให้เกิดยูโทรฟิเคชั่น ออกซิเจนละลายในน้ำต่ำ

          การบำบัดน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้งเพื่อให้น้ำมีคุณภาพดี ก่อนปล่อยทิ้งลงสู่แหล่งน้ำหรือเพื่อหมุนเวียนกลับมาใช้ในการเลี้ยงใหม่ได้  สามารถทำได้หลายวิธี เช่น  การใช้หน่วยบำบัดทางชีวภาพ ได้แก่ สัตว์น้ำหรือพืชน้ำต่างๆ ระบบกรองทางชีวภาพ (biofilter)  ลดปริมาณไนโตรเจนในน้ำได้  (Roger and Klemetson,1985)  และระบบกรองกายภาพ หรือการใช้ร่วมกันระหว่างหน่วยบำบัดชีวภาพและระบบกรองกายภาพ (พิษณุและมานพ,2543 ; พุทธและคณะ ,2543)

          การทดลองนี้เพื่อศึกษาความเป็นไปได้  ในการบำบัดน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วย  โดยใช้หน่วยบำบัดชีวภาพสาหร่ายผมนาง เปรียบเทียบกับการใช้หน่วยบำบัดชีวภาพสาหร่ายผมนาง ร่วมกับระบบกรองกายภาพโดยใช้ทรายละเอียดจะมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในระบบฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งในอนาคตต่อไปได้หรือไม่

 

วิธีดำเนินการวิจัย 

การวางแผนการทดลอง 

วางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด (Completely Randomized Design;CRD) 

แบ่งการทดลองออกเป็น 2 ชุดการทดลอง 

ชุดการทดลองที่ 1 การเลี้ยงสาหร่ายผมนางด้วยระบบน้ำหมุนเวียนผ่านการกรองด้วยทรายละเอียด 

ชุดการทดลองที่ 2 การเลี้ยงสาหร่ายผมนางด้วยระบบน้ำหมุนเวียนไม่ผ่านการกรอง 

แบ่งการทดลองชุดละ 3 ซ้ำ 

การเตรียมการทดลอง  เตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้ดำเนินการทดลอง โดยการเตรียมระบบหมุนเวียนน้ำและการเตรียมพันธุ์สาหร่ายผมนาง 

 

ตารางแสดงรายละเอียดของชุดการทดลอง 

 

ข้อที่

ชุดการทดลองที่ 1 (กรองทรายละเอียด)

ชุดการทดลองที่ 2 (ไม่กรอง)

1.

ถังไฟเบอร์ทรงกรวย 1 ถัง(พักน้ำในระบบ)

เหมือนกัน

2.

ถังขนาด 1 ตัน3 ถัง (เลี้ยงสาหร่ายผมนาง)

อีก 1 ถัง (กรองด้วยทรายละเอียด)

ถังเลี้ยงสาหร่าย  3 ถัง( ไม่มีถังกรอง)

 

3.

แผงตาข่ายพลาสติกวางก้นถังสำหรับรองรับสาหร่าย

เหมือนกัน

 

4.

 

ไดโว่ขนาด 1 นิ้ว 1 ตัว พร้อมชุดลูกลอย

(สำหรับสูบน้ำและตัดน้ำในระบบ)

เหมือนกัน

 

5.

สาหร่ายผมนาง(บำบัดน้ำ)

เหมือนกัน

6.

น้ำจากบ่อกุ้งแชบ๊วยซึ่งลากโซ่ทั่วทั้งบ่อก่อนนำมาใช้เลี้ยงสาหร่าย

เหมือนกัน

 

 

 

วิธีดำเนินการทดลอง

 

     1.  ระบบหมุนเวียนน้ำมาใช้ในการเลี้ยงสาหร่าย    น้ำที่นำมาใช้เลี้ยงสาหร่ายผมนางสูบจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยที่กำลังเลี้ยงอยู่ ทุกครั้งก่อนสูบมาใช้จะต้องทำการลากโซ่พื้นบ่อให้แล้วเสร็จ  วิธีการโดยสูบน้ำเข้าให้เต็มทุกถัง  เริ่มทดลองบำบัดน้ำ  หมุนเวียนน้ำจากถังพักน้ำเข้าสู่ถังเลี้ยงสาหร่าย  อัตราการไหลของน้ำ 4 ลิตร /นาที   เมื่อปริมาณน้ำในถังพักเหลืออยู่น้อยที่ระดับหนึ่ง ชุดลูกลอยก็จะทำงานให้ไดโว่สูบน้ำเข้าถังพัก   และเมื่อปริมาณน้ำได้ตามระดับที่ตั้งไว้  ชุดลูกลอย ก็จะตัดไฟให้ไดโว่หยุดทำงาน  เป็นเช่นนี้ตลอด  ความแตกต่างในการหมุนเวียนน้ำของชุดการทดลองที่ 1 และ2 คือ ชุดการทดลองที่ 1 ไดโว่สูบน้ำจากถังกรองทรายละเอียดเข้าถังพักน้ำแต่ชุดการทดลองที่2 ไดโว่สูบน้ำจากถังเลี้ยงสาหร่ายเข้าถังพักน้ำ(ไม่ผ่านการกรองทราย)

   2.  ทดลองเลี้ยงสาหร่ายผมนาง เตรียมสาหร่ายผมนางคัดแยกเอาส่วนที่ตายและวัชพืชที่ไม่ต้องการออก ชั่งน้ำหนักสาหร่ายใส่ถังทดลอง ถังละ 6 กิโลกรัม  ให้อากาศตลอดการเลี้ยง

   3.  การเปลี่ยนถ่ายน้ำ  หมุนเวียนน้ำเดิมเพื่อให้สาหร่ายดูดซับแร่ธาตุอาหารไปใช้ ทุกๆ 4 วัน ก็จะถ่ายน้ำเดิมทิ้งทั้งหมด  ทำความสะอาดถังพร้อมทั้งฉีดน้ำไล่ตะกอนเลนออก  คัดแยกวัชพืชที่เจริญเติบโตขึ้นใหม่ออกจากสาหร่ายผมนางเสร็จแล้ว จึงสูบน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยที่ลากโซ่พื้นบ่อแล้วจนเต็มทุกถังเหมือนเดิม

  4.  การเก็บข้อมูล 

4.1  ตรวจเช็คการเจริญเติบโตของสาหร่ายผมนางทุกๆ 12  วัน  หลังการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ก่อนทำการชั่งสาหร่ายสะเด็ดน้ำให้แห้งและคัดแยกวัชพืชออกแล้วชั่งน้ำหนัก บันทึกข้อมูล

4.2  ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำก่อนและหลังการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกครั้ง หาค่าต่างๆได้แก่

-          ความเค็ม (Salinity) ด้วย Salino –reflectometer

-          อุณหภูมิน้ำ ด้วยเทอร์โมมิเตอร์ชนิดปรอท

-          ความเป็นกรด-ด่าง (pH)  ด้วยเครื่องวัดความเป็นกรด-ด่างแบบ Electrometer

-          ความเป็นด่าง (Total Alkalinity)วิธี Titration  (Apha,1985)

-          ออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (Dissolved  Oxygen)วิธีการของ (APHA,AWWA and WPCF,1980)

-          แอมโมเนียรวม (Total ammonia) วิธี Phenol  hypochlorite (Grass hoff,1976)

-          ไนไตรท์ (Nitrite)วิธี Diazotization  (Bendschneider and Robinson,1952)

-          ฟอสเฟต (Phosphate ) วิธี phosphomolybdate  (Stricklands and Person,1972)

สถานที่และระยะเวลาดำเนินการวิจัย   ณ โครงการวิจัยและสาธิตการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยระบบชีวภาพ   ศูนย์พัฒนาประมงพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ระยะเวลาตั้งแต่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ถึง 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2549

 

การวิเคราะห์ข้อมูล

วิเคราะห์ประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำและเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของสาหร่ายผมนางที่เลี้ยงในระบบน้ำหมุนเวียนด้วยระบบกรองทรายและไม่กรองทราย

 

ผลการทดลอง

ผลการบำบัดน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยด้วยสาหร่ายผมนาง

              ทดลองบำบัดน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยผ่านระบบน้ำหมุนเวียนที่ใช้สาหร่ายผมนางเป็นตัวบำบัด  ทดลองจำนวน 28 ครั้งๆละ 4 วัน  เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำใน 2 ชุดการทดลอง ดังค่าพารามิเตอร์ที่ได้ตรวจพบ

คุณภาพน้ำทางด้านกายภาพ

ในระหว่างดำเนินการทดลอง ทั้ง 2 ชุดการทดลอง มีค่าอุณหภูมิ 26-32   C และความเค็ม 6-17 ppt 

คุณภาพน้ำทางด้านเคมี

ความเป็นด่าง   น้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วย มีค่าความเป็นด่างเฉลี่ย 124.25 ±30.94  mg/l  เมื่อผ่านการบำบัด  ชุดการทดลองที่ 1 มีค่าเฉลี่ย 82.07±13.61 mg/l  ชุดการทดลองที่ 2 มีค่าเฉลี่ย 83.85 ± 9.82 mg/l  ค่าความเป็นด่างของน้ำหลังการบำบัดมีค่าลดลงในระดับใกล้เคียงกันทั้ง 2 ชุดการทดลอง

ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ(DO)  น้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยมีค่าปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำเฉลี่ย 7.67±1.31 mg/l หลังการบำบัดชุดการทดลองที่ 1 และ2 มีค่าเฉลี่ย 8.99±1.2 mg/l และ 9.78±1.45 mg/l  ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าชุดการทดลองที่ 2 เพิ่มปริมาณออกซิเจนได้ดีกว่าชุดการทดลองที่ 1

ปริมาณสารประกอบไนโตรเจน  ศึกษาการเปลี่ยนแปลงค่าแอมโมเนียและไนไตรท์ ค่าแอมโมเนีย  น้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยมีค่าแอมโมเนียเฉลี่ย 0.5892±0.42 mg/l หลังการบำบัดชุดการทดลองที่ 1และ2 มีค่าเฉลี่ย 0.0245±0.01 mg/l 1 และ 0.0224±0.01 mg/l  ตามลำดับ ทั้ง 2 ชุดการทดลองปริมาณแอมโมเนียลดลงในระดับใกล้เคียงกัน

ค่าไนไตรท์ (NO2-N) น้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยมีค่าไนไตรท์เฉลี่ย 0.14±0.11 mg/L หลังการบำบัดชุดการทดลองที่ 1 และ 2 มีค่าเฉลี่ย 0.0052±0.02 mg/L  และ 0.0067±0.01 mg/L ตามลำดับ ทั้ง 2 ชุดการทดลอง ปริมาณไนไตรท์ลดลงในระดับใกล้เคียงกัน

ปริมาณสารประกอบฟอสฟอรัส ศึกษาการเปลี่ยนแปลงค่าฟอสเฟตของน้ำในระบบหมุนเวียนก่อนและหลังการบำบัด

ค่าฟอสเฟต (PO4 3-) น้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยมีค่าฟอสเฟตเฉลี่ย 0.039±0.06 mg/L หลังการบำบัดชุดการทดลองที่ 1 และ 2 มีค่าเฉลี่ย 0.0046±0.006 mg/L และ 0.004±0.004 mg/L ตามลำดับ ทั้ง 2 ชุดการทดลองปริมาณฟอสเฟตลดลงในระดับใกล้เคียงกัน

กราฟแสดงคุณภาพน้ำก่อนและหลังการบำบัด ทั้งสองชุดการทดลอง

   

                                                          

 

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การเจริญเติบโตของสาหร่ายผมนาง

          การทดลองบำบัดน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยระบบน้ำหมุนเวียนด้วยสาหร่ายผมนางเป็นเวลา 112   วัน สาหร่ายผมนางทั้ง 2 ชุดการทดลอง มีผลการเจริญเติบโตดังกราฟที่ 7 เริ่มทดลองใช้สาหร่ายผมนางปริมาณ 6 กิโลกรัม/ถัง  เมื่อสิ้นสุดการทดลองสาหร่ายผมนางในชุดการทดลองที่ 1 และ 2 มีการเจริญเติบโตเฉลี่ย  12.4 กิโลกรัม และ 10.67 กิโลกรัม  ตามลำดับ สาหร่ายผมนางในชุดการทดลองที่ 1 มีการเจริญเติบโตดีกว่าชุดการทดลองที่ 2

 

 

สรุปและวิจารณ์ผลการทดลอง

ประสิทธิภาพการบำบัดน้ำของชุดการทดลองที่ 1 (ใช้สาหร่ายผมนางร่วมกับการกรองด้วยทราย) และชุดการทดลองที่ 2 (ใช้สาหร่ายผมนางเพียงอย่างเดียว) พบว่า สามารถลดปริมาณแอมโมเนีย ไนไตรท์ และฟอสเฟตได้ โดยแอมโมเนียในชุดการทดลองที่ 1 และ 2 ลดลงร้อยละ 95.89 และ 96.19 ตามลำดับ ไนไตรท์ในชุดการทดลองที่ 1 และ 2 ลดลงร้อยละ 96.28 และ 95.21 ตามลำดับ  ฟอสเฟตในชุดการทดลองที่ 1 และ 2 ลดลงร้อยละ 88.20 และ 89.74 ตามลำดับ ประสิทธิภาพการบำบัดน้ำของทั้ง 2 ชุดการทดลองไม่เห็นผลแตกต่างกันอย่างชัดเจนแสดงว่าระบบการกรองด้วยทรายเพียงอย่างเดียวยังไม่เหมาะสม ควรเพิ่มหน่วยกายภาพชนิดอื่นเข้าไปด้วย แต่การทดลองนี้ สอดคล้องกับ (ประมัยพรและยงยุทธ, 2551) สาหร่ายผมนางสามารถลดปริมาณแอมโมเนียรวมได้ เนื่องจากทำให้ปริมาณแอมโมเนียรวมลดลงได้ 93.6 เปอร์เซ็นต์ ในวันแรกของการทดลอง  การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในปัจจุบันได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งน้ำเป็นอย่างมาก เกิดความเสื่อมโทรมมีแพลงค์ตอนพืช วัชพืชน้ำ และสาหร่ายมากเกินไป เนื่องจากการปล่อยน้ำที่มีธาตุอาหารและสิ่งขับถ่ายของสัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำ Smith (1929)  และ Wood (1985) กล่าวว่าของเสียที่ขับถ่ายจากปลามีสารประกอบไนโตรเจนสูง 60-90 เปอร์เซ็นต์  สารประกอบไนโตรเจนโดยเฉพาะแอมโมเนียที่พบในบ่อเลี้ยงปลา มาจากการสลายตัวของสารอินทรีย์ในรูปของอาหารที่ใช้เลี้ยงปลา (เวียง, 2525) อาหารที่ปลากินเข้าไปจะมีสารโปรตีนเป็นส่วนประกอบ เมื่อสารโปรตีนผ่านไปในระบบย่อยอาหาร จะแตกตัวให้กรดอะมิโนแล้วถูกดูดซึมผ่านลำไส้เข้าในกระแสเลือด ผ่านกระบวนการเมตาโบลิซึมให้สารประกอบแอมโมเนีย ขับถ่ายออกมา  เพื่อลดปัญหาแอมโมเนีย ไนไตรท์  ฟอสเฟต อันจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์น้ำ หรือก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ การบำบัดน้ำโดยใช้สาหร่ายผมนางครั้งนี้เป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโดยทั่วไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงในระบบปิดหรือกึ่งปิดกึ่งเปิด การบำบัดน้ำเดิมและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ นอกจากจะช่วยลดปริมาณน้ำที่มีไม่พียงพอใช้แล้ว ยังป้องกันปัญหาคุณภาพน้ำจากภายนอกที่เลวกว่าได้ การบำบัดน้ำด้วยสาหร่ายผมนาง (ประมัยพรและยงยุทธ, 2551) พบว่ามีประสิทธิภาพในการลดความเข้มข้นของปริมาณแอมโมเนียรวม ไนไตรท์  ไนเตรท และฟอสเฟต 99.6 , 70.9 , 77.0 และ 98.4 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ

ผลการเจริญเติบโตของสาหร่ายผมนาง

          ผลการเจริญเติบโตของสาหร่ายผมนางในการทดลองครั้งนี้  ชุดการทดลองที่ 1 เจริญเติบโตได้ดีในช่วงแรก ชะลอตัวตั้งแต่ช่วงกลางและมีแนวโน้มลดลงเมื่อใกล้สิ้นสุดการทดลอง  ชุดการทดลองที่ 2เจริญเติบโตได้ดีในช่วงแรก ชะลอตัวตั้งแต่ช่วงกลางและมีแนวโน้มลดลงเมื่อใกล้สิ้นสุดการทดลอง แสดงให้เห็นว่าการเลี้ยงสาหร่ายผมนางที่ผ่านระบบกรองทราย สาหร่ายมีการเจริญเติบโตดีกว่าแบบไม่กรองทราย  การเจริญเติบโตของสาหร่ายผมนางชะลอตัวและคงที่จนกระทั่งลดลง ตั้งแต่ช่วงกลางจนถึงสิ้นสุดการทดลอง เนื่องจากน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยที่นำมาเลี้ยงสาหร่ายได้ขาดแร่ธาตุ สารอาหาร เพราะว่าได้ทำการจับกุ้งแชบ๊วยและไม่มีการให้อาหารกุ้งตั้งแต่ช่วงกลางของการทดลองเพียงแต่ได้คราดพรวนตะกอนเลนก่อนที่จะสูบน้ำเข้ามาเลี้ยงสาหร่ายผมนางเท่านั้น

สาหร่ายผมนางสามารถบำบัดน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นจากสาหร่ายผมนางมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเริ่มต้นของการทดลอง อาจเป็นเพราะข้อจำกัดของอุปกรณ์ทดลองและอาหารที่ได้รับจึงทำให้สาหร่ายผมนางมีการเจริญเติบโตลดลงเมื่อสิ้นสุดการทดลอง   (ประมัยพรและยงยุทธ, 2551) สาหร่ายไส้ไก่ สาหร่ายผักกาดทะเล สาหร่ายพวงองุ่น และสาหร่ายผมนางมีอัตราการบำบัดไนโตรเจน ใกล้เคียงกัน แต่มีอัตราการบำบัดฟอสเฟตแตกต่างกัน แต่ถ้าพิจารณาร่วมกัน ความสามารถในการปรับตัวของสาหร่ายไส้ไก่และสาหร่ายผักกาดทะเลอาจไม่เหมาะสำหรับการบำบัดในน้ำนิ่ง ส่วนสาหร่ายพวงองุ่นและสาหร่ายผมนางมีความเหมาะสมในการบำบัดในน้ำนิ่ง โดยสาหร่ายที่เหมาะสมที่สุดคือ สาหร่ายผมนางซึ่งสามารถดูดซับไนโตรเจนได้หลายรูปแบบและสามารถดูดซับฟอสเฟตได้อย่างต่อเนื่อง

 

                                     

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมมลพิษ.2544  การจัดการและแก้ไขปัญหาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง.กรมควบคุมมลพิษ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.31 หน้า

ดุสิต  ตันวิไลย,พุทธ ส่องแสงจินดา และคณิต  ไชยาคำ.2536 .ปริมาณมวลสารที่ปล่อยออกจากฟาร์มเลี้ยงกุ้ง แบบพัฒนา.เอกสารวิชาการฉบับที่5/2536. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง,กรมประมง.16 หน้า

ประมัยพร  ทองคณารักษ์และยงยุทธ  ปรีดาลัมพะบุตร.2551  เปรียบเทียบประสิทธิภาพของสาหร่ายทะเล 4 ชนิด ในการลดปริมาณไนโตรเจนและฟอสเฟตในน้ำทิ้งจากการเลี้ยงปลากะรังดอกแดง.เอกสารวิชาการฉบับที่ 40/2551 . สถาบันการวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง.27 หน้า

พิษณุ  นาอนันต์ และมานพ  เห็นดีน. 2543 .การเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบปิดหมุนเวียน.เอกสารวิชาการฉบับที่  14/2543  . ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงทะเลฝั่งอ่าวไทย  สถาบันวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล   กรมประมง.31 หน้า

พุทธ  ส่องแสงจินดา,สิริ  ทุกข์วินาศ,ชัชวาล  อินทรมนตรี และลักษณา  ละอองศิริวงศ์. 2543.การบำบัดจากบ่อเลี้ยงกุ้งทะเลระบบปิดหมุนเวียนโดยใช้ออกซิเดชั่นและระบบกรองด้วยทราย.เอกสารวิชาการฉบับ3.ที่ 2/2543.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลฝั่งอ่าวไทย  สถาบันวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล  กรมประมง.12 หน้า.

ยุพินท์  วิวัฒนชัยเศรษฐ์.2545.สัมมนา “ แผนยุทธศาสตร์สินค้าประมง”  วารสารการประมง,ปีที่ 55  เล่มที่  4:307-318

เวียง   เชื้อโพธิ์หัก.2525.คุณภาพน้ำกับกำลังผลิตของบ่อปลา.ภาควิชา เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ,คณะประมง,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,กรุงเทพฯ.

Burford,M.A. and K.C. Williams.2001.The fate of  nitrogenous  waste  form  shrimp  feeding.Aquaculture 198:97-93

Moriaty.D.J.W.1997.The  role of  microorganism  in aquaculture  pond.  Aquaculture151:333-349

Roger G.L. and S.L. Klemetson.1985.Ammonia  removal in selected  aquaculture  water  reusebiofilters.Aquacult.Engineering.4:p135-154

Smith,G.M.1929.The  Excretion  of Ammonia and Urea by the gill of fish.J.Biol.Chem.81:727-742

Varathep,M .and C.K.Lin.1996.Water quality and  nutrient budget  in intensive  marine shrimp culture pond.Technical  paper71/1996  Institute of  Marine Science,Burapha  University.28 pp.

Wood, J.D.1985.Nitrogen Excretion  in Some Marine Teleosts.Can.J.Biochem.Physiol.36:1,237-1,242.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การเจริญเติบโตของสาหร่ายผมนาง

                การทดลองบำบัดน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยระบบน้ำหมุนเวียนด้วยสาหร่ายผมนางเป็นเวลา 112   วัน สาหร่ายผมนางทั้ง 2 ชุดการทดลอง มีผลการเจริญเติบโตดังกราฟที่ 7 เริ่มทดลองใช้สาหร่ายผมนางปริมาณ 6 กิโลกรัม/ถัง  เมื่อสิ้นสุดการทดลองสาหร่ายผมนางในชุดการทดลองที่ 1 และ 2 มีการเจริญเติบโตเฉลี่ย  12.4 กิโลกรัม และ 10.67 กิโลกรัม  ตามลำดับ สาหร่ายผมนางในชุดการทดลองที่ 1 มีการเจริญเติบโตดีกว่าชุดการทดลองที่ 2

 

 

สรุปและวิจารณ์ผลการทดลอง

ประสิทธิภาพการบำบัดน้ำของชุดการทดลองที่ 1 (ใช้สาหร่ายผมนางร่วมกับการกรองด้วยทราย) และชุดการทดลองที่ 2 (ใช้สาหร่ายผมนางเพียงอย่างเดียว) พบว่า สามารถลดปริมาณแอมโมเนีย ไนไตรท์ และฟอสเฟตได้ โดยแอมโมเนียในชุดการทดลองที่ 1 และ 2 ลดลงร้อยละ 95.89 และ 96.19 ตามลำดับ ไนไตรท์ในชุดการทดลองที่ 1 และ 2 ลดลงร้อยละ 96.28 และ 95.21 ตามลำดับ  ฟอสเฟตในชุดการทดลองที่ 1 และ 2 ลดลงร้อยละ 88.20 และ 89.74 ตามลำดับ ประสิทธิภาพการบำบัดน้ำของทั้ง 2 ชุดการทดลองไม่เห็นผลแตกต่างกันอย่างชัดเจนแสดงว่าระบบการกรองด้วยทรายเพียงอย่างเดียวยังไม่เหมาะสม ควรเพิ่มหน่วยกายภาพชนิดอื่นเข้าไปด้วย แต่การทดลองนี้ สอดคล้องกับ (ประมัยพรและยงยุทธ, 2551) สาหร่ายผมนางสามารถลดปริมาณแอมโมเนียรวมได้ เนื่องจากทำให้ปริมาณแอมโมเนียรวมลดลงได้ 93.6 เปอร์เซ็นต์ ในวันแรกของการทดลอง  การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในปัจจุบันได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งน้ำเป็นอย่างมาก เกิดความเสื่อมโทรมมีแพลงค์ตอนพืช วัชพืชน้ำ และสาหร่ายมากเกินไป เนื่องจากการปล่อยน้ำที่มีธาตุอาหารและสิ่งขับถ่ายของสัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำ Smith (1929)  และ Wood (1985) กล่าวว่าของเสียที่ขับถ่ายจากปลามีสารประกอบไนโตรเจนสูง 60-90 เปอร์เซ็นต์  สารประกอบไนโตรเจนโดยเฉพาะแอมโมเนียที่พบในบ่อเลี้ยงปลา มาจากการสลายตัวของสารอินทรีย์ในรูปของอาหารที่ใช้เลี้ยงปลา (เวียง, 2525) อาหารที่ปลากินเข้าไปจะมีสารโปรตีนเป็นส่วนประกอบ เมื่อสารโปรตีนผ่านไปในระบบย่อยอาหาร จะแตกตัวให้กรดอะมิโนแล้วถูกดูดซึมผ่านลำไส้เข้าในกระแสเลือด ผ่านกระบวนการเมตาโบลิซึมให้สารประกอบแอมโมเนีย ขับถ่ายออกมา  เพื่อลดปัญหาแอมโมเนีย ไนไตรท์  ฟอสเฟต อันจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์น้ำ หรือก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ การบำบัดน้ำโดยใช้สาหร่ายผมนางครั้งนี้เป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโดยทั่วไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงในระบบปิดหรือกึ่งปิดกึ่งเปิด การบำบัดน้ำเดิมและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ นอกจากจะช่วยลดปริมาณน้ำที่มีไม่พียงพอใช้แล้ว ยังป้องกันปัญหาคุณภาพน้ำจากภายนอกที่เลวกว่าได้ การบำบัดน้ำด้วยสาหร่ายผมนาง (ประมัยพรและยงยุทธ, 2551) พบว่ามีประสิทธิภาพในการลดความเข้มข้นของปริมาณแอมโมเนียรวม ไนไตรท์  ไนเตรท และฟอสเฟต 99.6 , 70.9 , 77.0 และ 98.4 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ

ผลการเจริญเติบโตของสาหร่ายผมนาง

                ผลการเจริญเติบโตของสาหร่ายผมนางในการทดลองครั้งนี้  ชุดการทดลองที่ 1 เจริญเติบโตได้ดีในช่วงแรก ชะลอตัวตั้งแต่ช่วงกลางและมีแนวโน้มลดลงเมื่อใกล้สิ้นสุดการทดลอง  ชุดการทดลองที่ 2เจริญเติบโตได้ดีในช่วงแรก ชะลอตัวตั้งแต่ช่วงกลางและมีแนวโน้มลดลงเมื่อใกล้สิ้นสุดการทดลอง แสดงให้เห็นว่าการเลี้ยงสาหร่ายผมนางที่ผ่านระบบกรองทราย สาหร่ายมีการเจริญเติบโตดีกว่าแบบไม่กรองทราย  การเจริญเติบโตของสาหร่ายผมนางชะลอตัวและคงที่จนกระทั่งลดลง ตั้งแต่ช่วงกลางจนถึงสิ้นสุดการทดลอง เนื่องจากน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยที่นำมาเลี้ยงสาหร่ายได้ขาดแร่ธาตุ สารอาหาร เพราะว่าได้ทำการจับกุ้งแชบ๊วยและไม่มีการให้อาหารกุ้งตั้งแต่ช่วงกลางของการทดลองเพียงแต่ได้คราดพรวนตะกอนเลนก่อนที่จะสูบน้ำเข้ามาเลี้ยงสาหร่ายผมนางเท่านั้น

สาหร่ายผมนางสามารถบำบัดน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นจากสาหร่ายผมนางมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเริ่มต้นของการทดลอง อาจเป็นเพราะข้อจำกัดของอุปกรณ์ทดลองและอาหารที่ได้รับจึงทำให้สาหร่ายผมนางมีการเจริญเติบโตลดลงเมื่อสิ้นสุดการทดลอง   (ประมัยพรและยงยุทธ, 2551) สาหร่ายไส้ไก่ สาหร่ายผักกาดทะเล สาหร่ายพวงองุ่น และสาหร่ายผมนางมีอัตราการบำบัดไนโตรเจน ใกล้เคียงกัน แต่มีอัตราการบำบัดฟอสเฟตแตกต่างกัน แต่ถ้าพิจารณาร่วมกัน ความสามารถในการปรับตัวของสาหร่ายไส้ไก่และสาหร่ายผักกาดทะเลอาจไม่เหมาะสำหรับการบำบัดในน้ำนิ่ง ส่วนสาหร่ายพวงองุ่นและสาหร่ายผมนางมีความเหมาะสมในการบำบัดในน้ำนิ่ง โดยสาหร่ายที่เหมาะสมที่สุดคือ สาหร่ายผมนางซึ่งสามารถดูดซับไนโตรเจนได้หลายรูปแบบและสามารถดูดซับฟอสเฟตได้อย่างต่อเนื่อง

 

                                                               

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมมลพิษ.2544  การจัดการและแก้ไขปัญหาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง.กรมควบคุมมลพิษ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.31 หน้า

ดุสิต  ตันวิไลย,พุทธ ส่องแสงจินดา และคณิต  ไชยาคำ.2536 .ปริมาณมวลสารที่ปล่อยออกจากฟาร์มเลี้ยงกุ้ง แบบพัฒนา.เอกสารวิชาการฉบับที่5/2536. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง,กรมประมง.16 หน้า

ประมัยพร  ทองคณารักษ์และยงยุทธ  ปรีดาลัมพะบุตร.2551  เปรียบเทียบประสิทธิภาพของสาหร่ายทะเล 4 ชนิด ในการลดปริมาณไนโตรเจนและฟอสเฟตในน้ำทิ้งจากการเลี้ยงปลากะรังดอกแดง.เอกสารวิชาการฉบับที่ 40/2551 . สถาบันการวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง.27 หน้า

พิษณุ  นาอนันต์ และมานพ  เห็นดีน. 2543 .การเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบปิดหมุนเวียน.เอกสารวิชาการฉบับที่  14/2543  . ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงทะเลฝั่งอ่าวไทย  สถาบันวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล   กรมประมง.31 หน้า

พุทธ  ส่องแสงจินดา,สิริ  ทุกข์วินาศ,ชัชวาล  อินทรมนตรี และลักษณา  ละอองศิริวงศ์. 2543.การบำบัดจากบ่อเลี้ยงกุ้งทะเลระบบปิดหมุนเวียนโดยใช้ออกซิเดชั่นและระบบกรองด้วยทราย.เอกสารวิชาการฉบับ3.ที่ 2/2543.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลฝั่งอ่าวไทย  สถาบันวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล  กรมประมง.12 หน้า.

ยุพินท์  วิวัฒนชัยเศรษฐ์.2545.สัมมนา “ แผนยุทธศาสตร์สินค้าประมง”  วารสารการประมง,ปีที่ 55  เล่มที่  4:307-318

เวียง   เชื้อโพธิ์หัก.2525.คุณภาพน้ำกับกำลังผลิตของบ่อปลา.ภาควิชา เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ,คณะประมง,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,กรุงเทพฯ.

Burford,M.A. and K.C. Williams.2001.The fate of  nitrogenous  waste  form  shrimp  feeding.Aquaculture 198:97-93

Moriaty.D.J.W.1997.The  role of  microorganism  in aquaculture  pond.  Aquaculture151:333-349

Roger G.L. and S.L. Klemetson.1985.Ammonia  removal in selected  aquaculture  water  reusebiofilters.Aquacult.Engineering.4:p135-154

Smith,G.M.1929.The  Excretion  of Ammonia and Urea by the gill of fish.J.Biol.Chem.81:727-742

Varathep,M .and C.K.Lin.1996.Water quality and  nutrient budget  in intensive  marine shrimp culture pond.Technical  paper71/1996  Institute of  Marine Science,Burapha  University.28 pp.

Wood, J.D.1985.Nitrogen Excretion  in Some Marine Teleosts.Can.J.Biochem.Physiol.36:1,237-1,242.

 

 

 

 

 
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้27
mod_vvisit_counterเมื่อวาน99
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้539
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่ผ่านมา731
mod_vvisit_counterเดือนนี้2305
mod_vvisit_counterเดือนที่ผ่านมา2802
mod_vvisit_counterรวม ตั้งแต่ 1 พย.2553221684

We have: 2 guests online
IP ของคุณ คือ: 54.91.159.232
 , 
Today: 25, Oct, 2014
Visitors Counter

แบบสำรวจ(โพลล์)

คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเว็บไซต์?
 

bottom

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งนครศรีธรรมราช
331 หมู่ที่ 3 ตำบลสิชล อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช 80120 โทร.075536157
E-mail:cf-nakhon@dof.in.th ติดต่อ webmaster
ใช้งานได้ดีที่ความละเอียด 1024x768 Pixel