อ่านข่าวออนไลท์  

 
   

รายงานประจำปี  

รายงานประจำปี ๒๕๕๔

   
000439101
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
17
296
617
267268
5733
14577
439101
IP ของคุณ: 54.211.219.68
Server Time: 2014-12-23 02:23:52
   

ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์น้ำ

สารบัญ

            แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรปูทะเล มาตรการและแนวทางที่เหมาะสม เพื่อใช้อนุรักษ์ทรัพยากรปูทะเลที่มีอยู่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน มีดังนี้

           1. ปรับปรุงแก้ไข กฎหมายประมงให้มีผลบังคับในทางปฏิบัติ เนื่องจาก ประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 11 กรกฏาคม พ.ศ. 2506 ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่มีผลในการอนุรักษ์ทรัพยากรปูทะเลในทางปฏิบัติเท่าที่ควร รัฐควรแก้ไขประกาศดังกล่าวให้ทันต่อเหตุการณ์และมีผลในทางอนุรักษ์ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรปูทะเลให้คืนสภาพโดยเร็ว มาตรการที่ควรแก้ไขและเพิ่มเติมคือ

            - กำหนดขนาดของปูทะเล : การกำหนดขนาดของปูทะเลที่อนุญาตให้ชาวประมงจับเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่หลายประเทศได้นำไปใช้ ในการอนุรักษ์ปูทะเล เช่น ฟิจิ ห้ามจับปูทะเลที่มีความกว้างของกระดองต่ำกว่า 12 ซ.ม. ที่ออสเตรเลียขนาดปูที่ชาวประมงจับต้องมีความกว้างของกระดองไม่ต่ำกว่า 13-15 ซ.ม. แต่จะเป็นขนาดไหนนั้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของแต่ละรัฐตามที่เห็นสมควร แต่ต้องแน่ใจว่าขนาดที่กำหนดให้จับได้นั้น ต้องเป็นปูที่ได้พ้นวัยเจริญพันธุ์แล้วและมีโอกาสผสมพันธุ์หรือวางไข่แล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็มีบางท่านไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ เพราะเชื่อว่าปูเพศเมียแม่หนึ่งมีไข่จำนวนมาก ถ้าปูทะเลแม่หนึ่งมีโอกาสได้วางไข่ ก็สามารถมีปูรุ่นใหม่ ปริมาณมากที่สามารถทดแทนปูที่ถูกจับได้ การอนุรักษ์ปูทะเลเพศเมียเอาไว้มาก ๆ ทำให้สูญเสียโอกาสการใช้ทรัพยากร อีกประการหนึ่งปูทะเลมีช่วงชีวิตประมาณ 3-3.5 ปี การอนุรักษ์ปูทะเลขนาดใหญ่ไว้มาก ๆ ทำให้มีการแย่งที่อยู่อาศัยและอาหาร ทำให้อัตรารอดของปูแต่ละรุ่นที่เกิดทดแทนตามธรรมชาตินั้นน้อยลง สำหรับประเทศไทย การกำหนดขนาดปูทะเลเพื่อห้ามจับปูขนาดเล็กเป็นมาตรการหนึ่ง ที่น่าจะนำมาใช้ เพราะปูที่ชาวประมงจับทั้งฝั่งทะเลตะวันออก ฝั่งทะเลตะวันตกและฝั่งทะเลอันดามันในปัจจุบันประมาณร้อยละ 86.54 เป็นที่มีขนาดต่ำกว่า 9 ซ.ม. เนื่องจากปูทะเลในอ่าวไทยและทางฝั่งทะเลอันดามันนั้นจะเติบโตถึงวัยเจริญพันธุ์ครั้งแรกเมื่อมีขนาดระหว่าง 8.4-11.5 ซ.ม. การห้ามจับปูทะเลที่มีขนาดต่ำกว่า 9 ซ.ม. นับว่าเหมาะสมเพราะอย่างน้อยปูทะเลส่วนหนึ่งจะได้มีโอกาสได้ผสมพันธุ์และวางไข่ ออกลูกออกหลานทดแทนส่วนที่ถูกชาวประมงจับกินจับใช้ไป

            - กำหนดชนิดและปริมาณของเครื่องมือทำการประมง : การกำหนดชนิดและปริมาณของเครื่องมือประมงที่ใช้จับปูเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่นิยมใช้ ที่ รัฐควีนแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย โดยรัฐจะใช้วิธีกำหนดจำนวนลอบที่ชาวประมงแต่ละคนใช้จับปู คือชาวประมงคนหนึ่งจะมีลอบจับปูได้ไม่เกิน 50 ลูก สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 สามารถมีลอบดักปูได้ไม่เกิน 4 ลูก เพื่อป้องกันการแอบอ้างนำเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีไปใช้สิทธิ์ในการมีลอบจับปูเพิ่มขึ้น

            - กำหนดขนาดตาอวนของลอบพับ : ปัจจุบันประมาณร้อยละ 87.39 ของปูที่จับได้ทั้งหมด เป็นปูที่จับได้ด้วยลอบพับซึ่งมีตาอวนขนาดประมาณ 1 นิ้ว เป็นเครื่องมือที่สามารถจับปูทะเลได้เกือบทุกขนาดแม้แต่ปูขนาด 3.5 ซ.ม. หรือเล็กว่านั้น การกำหนดขนาดตาของลอบพับน่าจะเป็นมาตราการหนึ่งที่รัฐบาลควรจะนำไปพิจารณา เพื่อให้ปูขนาดเล็กมีโอกาสเติบโตเป็นปูเต็มวัยมากขึ้น

            2. มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อลดการทำลายป่าชายเลนเนื่องจากป่าชายเลนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอาหารของปูทะเลที่มีอยู่ธรรมชาติ จำเป็นต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนที่ถูกทำลายไปนั้น ให้ฟื้นคืนดังเดิม มาตรการที่เหมาะสมมีดังนี้

            - รณรงค์ส่งเสริมให้มีการปลูกป่าชายเลนให้เป็นรูปธรรม : ปัจจุบันมีหน่วยราชการและองค์การเอกชนหลายแห่งได้ร่วมมือกันปลูกป่าชายเลนตาม พ.ร.บ.สวนป่า 2535 ของกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มากขึ้น ทำให้ป่าชายเลนหลายแห่งได้ฟื้นคืนได้ในระดับหนึ่ง เช่น ตำบลคลองโคน และ ตำบลแหลมใหญ่ จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ตำบลหัวเขา จังหวัดสงขลา และที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เป็นต้น เป็นที่น่ายินดีที่ป่าชายเลนที่ปลูกใหม่นั้น แม้จะเป็นป่าที่เพิ่งปลูกมีอายุเพียง 1 ปี

            - ปลูกฝังความรับผิดชอบและสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรปูทะเลให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น


            รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันที่ใช้มาตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2540 เป็นต้นมานั้น ได้มีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ประมาณ 10 มาตรา คือ

            · มาตรา 46 ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการ รวมทั้งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักของความสมดุลย์และยั่งยืน ใช้อย่างประหยัด และ รู้คุณค่า ในขณะเดียวกันจะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายฉบับอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น พ.ร.บ.ป่าไม้, พ.ร.บ.ประมง และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ มาตรานี้ให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงกำหนดให้ชุมชนต้องรักษาและฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมิให้สูญหาย รู้จักใช้ทรัพยากร ธรรมชาติที่มีอยู่อย่างประหยัด และรู้คุณค่า

            · มาตรา 56-62 (เว้นมาตรา 57) ได้พูดถึงสิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาและใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ กล่าวคือ ถ้าหน่วยงานของรัฐหรือท้องถิ่นจะดำเนินโครงการหรือกิจกรรมใด ๆ อันอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ บุคคลมีสิทธิที่จะฟ้องหน่วยราชการหรือองค์กรของรัฐได้ ถ้าหลีกเลี่ยงหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 56

            · มาตรา 69 รัฐธรรมนูญได้กำหนดหน้าที่ของประชาชนชาวไทยไว้หลายประการ รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

            · มาตรา 79 ได้กำหนดให้รัฐต้องสนับสนุนประชาชนให้มีส่วนร่วมในการสงวน บำรุงรักษาและใช้ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ

            · มาตรา 290 ได้กำหนดหน้าที่ขององค์กรท้องถิ่น เช่น อ.บ.ต. มีหน้าที่จัดการบำรุงรักษา และ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ธรรมชาติในเขตพื้นที่ของตน และ นอกเขตพื้นที่ของตนด้วยถ้าคาดว่าการไม่รักษาทรัพยากรธรรมชาตินั้น คาดว่าอาจเกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

            ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน อ.บ.ต. และประชาชนในท้องถิ่น จะมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้การอนุรักษ์พื้นฟู ทรัพยากรปูทะเลในแต่ละท้องถิ่นเป็น รูปธรรมเร็วขึ้น ดังนั้นรัฐและองค์กรเอกชนต่าง ๆ ควรให้ความรู้ ความเข้าใจ ปลูกฝังความรับผิดชอบและสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรปูทะเลให้แก่ชาวประมงพื้นบ้าน นักเรียนและประชาชนในท้องถิ่นให้ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ทรัพยากรปูทะเล ภายใต้กรอบกฎหมายของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน

   
นายธนาวุฒิ กุลจิตติชนก
ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาประมง
พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่อง
มาจากพระราชดำริ
   
   

กรมอุตุนิยมวิทยา