ป่าพรุควนเคร็งไหม้ถึงขั้นวิกฤต คาดเอี่ยวนักการเมืองดังในกระทรวง
นครศรีธรรมราช - ไฟลามป่าพรุควนเคร็งนครศรีฯ เข้าขั้นวิกฤต ด้าน ผอ.สำนักอนุรักษ์ 5 เดือด ลั่นต้องเร่งแก้ หากไม่สำเร็จต้องย้ายกันไปสักข้าง รับสาวไม่ถึงตัวใหญ่ เผยเผาระห่ำหวังแค่ครอบครองพื้นที่ปลูกปาล์ม
วันนี้ (10 มิ.ย.) ที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีความคืบหน้าในกรณีไฟป่าได้โหมลุกลามป่าพรุควนเคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช อย่างต่อเนื่อง ซึ่งครั้งนี้เป็นสถานการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน โดยไฟได้โหมลุกลามเข้าสู่ใจกลางป่าพรุ ซึ่งเป็นพื้นที่การเก็บ “กระจูด” ของชาวชะอวด และเป็นแหล่งพืชผักธรรมชาติของคนในพื้นที่มาหลายชั่วอายุคน จนทำให้หมู่บ้านในพื้นที่อยู่ในสภาพตกอยู่ในหมอกควันไฟ และเริ่มมีการทยอยอพยพออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไม่สามารถทนอยู่ในสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยม่านหมอกควันได้
นายศรัณย์ ใจสะอาด ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 ได้เรียกประชุมด่วนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดประกอบด้วยสายตรวจ ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า สถานีป้องกันไฟป่านครศรีธรรมราช สถานีป้องกันไฟป่าพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานสนับสนุนที่ 4 ส่วนป้องกันและปราบปราม สำนักจัดการป่าไม้ที่ 12 นครศรีธรรมราช ได้เข้าประชุมเพื่อหามาตรการในการแก้ไขปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่า พรุควนเคร็ง ที่ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อย่างหนัก
“หากแก้ไม่ได้ต้องย้ายกันไปสักข้าง ไม่เป็นผมเองก็ต้องเป็นหัวหน้าที่ดูแลอยู่ในพื้นที่ทั้งหลาย วิธีการของคนพวกนี้ที่ต้องการเอาพื้นที่ป่าพรุที่ดีที่สุด คือ การจุดไฟเผาแล้วขุดแนวร่องน้ำ และเป็นการเผาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของชาวบ้านที่ต้องการที่ทำกิน รับจ้างเผา นายทุน กลุ่มเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน จุดไฟเผากันทุกวัน พอเจ้าหน้าที่ดับ ชาวบ้านที่ช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่าร่วมกันดับคนพวกนี้จุดอีก จากการติดตามสถานการณ์พบว่าหากยังไม่มีฝนตกหนักไฟจะสงบได้ราวเดือนตุลาคม 53 ในปี 2552 มีการจุดวางเพลิงรวม 150 ครั้งพื้นที่เสียหายไป 3 หมื่นไร่เศษ” นายศรัณย์กล่าว
ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 กล่าวต่อว่าในปี 53 เป็นปีที่วิกฤตมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะสภาพอากาศที่แล้งจัด นายทุนมีมากขึ้น ติดตามดูได้เลยว่ามีรถแบ๊คโฮเข้าไปในพื้นที่เยอะมาก การดับไฟของเจ้าหน้าที่เป็นแค่การแก้ปลายเหตุ ในปีนี้มีไฟถูกจุดทั้งสิ้น 253 ครั้ง พื้นที่เสียหายไปแล้วว่า 1 หมื่นไร่ขั้นวิกฤต และภาวะเช่นนี้ต้องระดมทุกหน่วยงานเข้าแก้ปัญหา
ทั้งนี้ ได้มีมาตรการที่เร่งด่วนที่สุดเข้าดำเนินการ คือ 1.ทำการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 2.ขอสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้ง อส. อปพร. ใน 5 อำเภอ คือ ชะอวด เชียรใหญ่ ปากพนัง เฉลิมพระเกียรติ ร่อนพิบูลย์ เข้าพื้นที่ โดยมีเฮลิคอปเตอร์บินชี้เป้าหากพบรถแบ็กโฮ ภาคพื้นดินจะเข้าดำเนินการทันที และทำหนังสือด่วนที่สุดผ่านทาง ผวจ.นครศรีธรรมราช ถึงที่ดินจังหวัดตรวจสอบเอกสารสิทธิ โดยเร่งด่วน ส.ป.ก. และ พนักงานสอบสวนหากมีการแจ้งความ ดำเนินคดีให้รับเรื่องทันทีและสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด” นายศรัณย์ระบุ
นายศรัณย์ยังกล่าวต่อว่า ในส่วนของการป้องกันนั้นเร่งทำแนวเขตรอบป่าพรุ ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน เป็นสัญลักษณ์แสดงแนวเขต ซึ่งขอยืนยันว่าหากเจ้าหน้าที่ใคร คนไหน ไม่ทำงาน ไม่สนใจจะทำ จะต้องถูกเอาเรื่องรายงานและย้ายออกไปจากพื้นที่ไปตามขั้นตอน ที่ผ่านมามาตรการต่างๆที่ดำเนินการนั้นไม่ได้ผลเลย ชาวบ้านบางคนบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่เป็นเสียเอง เผาเองเพราะเห็นแก่เงิน เห็นแก่ประโยชน์ การเผาจึงเกิดขึ้นสูงมาก เวลานี้จึงคิดที่จะตั้งรางวัลที่จะให้ได้ตัวคนจุดไฟเผามาดำเนินคดี ซึ่งคนที่อยู่ข้างหลัง หรืออาจจะมีข้าราชการบางคนนั้นเราสาวไปไม่ถึง เพราะคนพวกนี้ไม่แสดงตัวอยู่แล้ว
ขณะที่นายเอกพจน์ ภิรมรักษ์ กำนันตำบลเคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าสภาพพื้นที่เสียหายอย่างรุนแรง หมอกควันยังคงปกคลุมในพื้นที่ ป่าพรุทั้งหมดเสียหายราวกว่าครึ่งของผืนป่าทั้งหมด ไฟที่เกิดขึ้นไม่สามารถดับได้ไม่มีน้ำ พื้นที่แล้งจัดหลังจากนี้สิ่งที่ตามมายังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างชะตา กรรมของชาวบ้านส่วนใหญ่อยู่กับป่าพรุ ทำมาหากินประกอบอาชีพกับป่าพรุ เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่ตามคืออาชีพของชาวบ้านจะไม่มี กระจูดถูกไฟไหม้ไปหมดแล้ว ไม่มีจะมาทำกิน
ขณะที่ นายสมเอก อินทร์ช่วย นายก อบต.เคร็ง เปิดเผยว่าไม่ปฏิเสธขบวนการที่เข้ามาบุกรุกเผาพื้นที่ป่า ไฟได้ลงไปคุกกรุ่นเผาไหม้ในชั้นใต้ดินแล้ว เชื้อเพลิงข้างบนพื้นดินหมดไปแล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นเป็นความเสียหายอย่างมหาศาล ขณะนี้สิ่งที่ต้องช่วยกันแก้คือปัญหาของชาวบ้าน ปัญหานี้หนักกว่าปัญหาน้ำท่วมหลายเท่าน้ำท่วมยังมีวัตถุดิบในการทำงานทำ อาชีพ แต่ไฟที่เผาผลาญนั้นผลาญทุกอย่าง ชาวบ้านไม่มีวัตถุดิบ หากจะฟื้นตัวนั้นต้องเป็นอย่างน้อย 2 ปี ต่างก็ต้องอพยพออกนอกพื้นที่หาอาชีพอื่นทำประทังไปก่อนโดยเฉพาะอาชีพรับจ้าง และก่อสร้างไม่เช่นนั้นไม่พอต่อรายจ่าย
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า ในพื้นที่นั้นชาวบ้าน ต.เคร็ง ยังคงอยู่ในสภาวะตกอยู่ภายใต้หมอกควัน ในทางการหาข้อมูลการข่าวของบางหน่วยงานมีรายงานตรงกันว่าผู้ที่อยู่เบื้อง หลังในการบุกรุกพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง และเผาเพื่อให้ได้พื้นที่ในการทำสวนปาล์มน้ำมันนั้น เป็นนักการเมืองรายหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และมีอำนาจในกระทรวงหนึ่งในรัฐบาลยุคปัจจุบัน ซึ่งยังไม่สามารถที่จะหาพยานหลักฐานมาดำเนินการได้ รวมทั้งข้าราชการต่างทราบดีแต่ไม่มีใครกล้าที่จะแพร่งพราย เนื่องจากเกรงผลกระทบต่อหน้าที่ราชการ

10 มิถุนายน 2553
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000080194