กว๊านพะเยา

ประวัติกว๊านพะเยา

 

1. สภาพดั้งเดิมกว๊านพะเยาก่อนสร้างประตูน้

     ดร. ฮิว แมคคอร์มิค สมิท (H.M. Smith) ตำแหน่งที่ปรึกษาแผนกสัตว์น้ำ พร้อมด้วยเจ้าพระยาพลเทพ เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เดินทางไปตรวจกว๊านพะเยา ระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ถึง 5 มีนาคม 2466 ได้สอบถามข้อมูลอันเกี่ยวด้วยเรื่อง หนองบึงกับพืชพันธุ์ปลาจาก เจ้าพนักงาน และชาวประมงในตำบลแม่ใจ ตำบลม่วงพาน และตำบลพะเยา และได้จัดทำรายงานไว้ ดังนี้

 

1.1 เรื่องน้ำ

     ในระหว่างฤดูน้ำ กว๊านพะเยามีระยะทางยาวประมาณ 15 กิโลเมตร กว้างราว 10 กิโลเมตร ลึกระหว่าง 3.5 ถึง 5.0 เมตร คิดเฉลี่ย 2.0 เมตร หรือกว่า แต่ช่วงเวลาที่ตรวจอยู่นั้นยาวประมาณ 6 กิโลเมตร กว้าง 4 กิโลเมตร ลึกระหว่าง 1.3 - 1.5 เมตร มีลำน้ำเล็กๆ ไหลลงสู่บึงนี้หลายสาย (เช่น ลำน้ำแม่ตุ้ม แม่สรวง แม่เย็น แม่เผื่อน แม่นาหัว แม่ต๋ำ ฯลฯ) บึงนี้ติดต่อกับหนองเล็งทรายโดยมีลำน้ำอิง ลำน้ำอยู่ระหว่างบึงทั้งสองนี้ยาวประมาณ 25 กม. ในบึงนี้น้ำไม่แห้ง แต่อาจจะลดต่ำ และอาจหยุดไหลลงไปในลำน้ำอิง มีผักหญ้าขึ้นอยู่มากมายรอบบริเวณฝั่งของบึงนี้ และมีผักตบชวาขึ้นอยู่บริบูรณ์ ซึ่งปรากฏว่า ได้เกิดมีขึ้นเมื่อสองสามปีมานี่เอง

 

1.2 พันธุ์ปลา

 

     ได้รวบรวมและตรวจสอบพันธุ์ปลาต่างๆ ได้สามสิบสองชนิด ประกอบด้วย ปลาช่อน (ปลาหลีม) ปลาหมอ(ปลาเสด็จ) ปลากะดี่(ปลาสลัก) ปลาตะเพียนขาว(ปลาปีก) ปลาดาบลาว ปลาเพี้ย(ปลากา) ปลาข้างลาย ปลาสร้อย ปลาซิว ปลาม้าเอา ปลาหางแดง ปลาแปบ ปลาเกล็ดถี่ ปลาสลาด(ปลาตอง) ปลาดุกดำ ปลาเนื้ออ่อน ปลาแขยง ปลาไหล ปลาลิด ได้รับรายงานจากข้าราชการว่า มีราษฎรลงจับปลาในกว๊านพะเยาทุกวันในระหว่างฤดูหน้าแล้ง มีจำนวนไม่ต่ำกว่าสองสามร้อยคนได้ใช้เครื่องมือชนิดที่ถือด้วยมือ บางพวกก็เป็นราษฎรในพื้นที่เมืองพะเยา บางพวกมาจากที่ห่างไกล

 

1.3 การทำนุบำรุงปริมาณปลาให้ดีขึ้น

     อาจจะรักษาและทำนุบำรุงปริมาณปลาให้ดีขึ้นได้ เหตุเพราะความตื้นเขินของบึงจึงจับปลาได้ง่ายดาย และอันตรายน่าจะบังเกิดขึ้น เนื่องจากมีการจับปลามากขึ้นยิ่งกว่าที่ธรรมชาติจะอำนวยให้บังเกิดขึ้นทดแทนได้ทันในขวบรอบปีหนึ่งๆ  ทางที่ควรทำได้คือ โดยกั้นทำนบลงไปในลำน้ำแม่อิง ตอนใกล้ทางที่จะระบายน้ำออกจากบึงตรงที่ๆ ใต้เท้ากรุณาได้ไปตรวจเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ อันเป็นตอนที่ลำน้ำมีขนาดกว้างเพียง 18 เมตร และตลิ่งของลำน้ำสูงประมาณเพียง 1 เมตร  ถ้ามีตลิ่งของลำน้ำอิงมีระดับสูงขึ้นและเป็นที่ที่เหมาะแก่การที่จะก่อสร้างทำนบขึ้นไว้ เพื่อรักษาระดับน้ำของบึงให้คงมีระดับสูงกว่าเวลาหน้าแล้ง เวลานี้ลึก 1.5 ถึง 2.0 เมตร ได้แล้วก็ควรจะเลือกเอาทำเลที่นั้นเป็นที่ที่จะก่อสร้างทำนบ                                                             

 

1.4 ความเห็นแนะนำ

      ข้อสำคัญที่ควรจะกระทำ คือ สร้างทำนบขึ้นแห่งหนึ่งเป็นบานประตู ทำนบชนิดที่ปิดที่เปิดได้ กั้นลำน้ำอิงไว้ทางตอนใต้กว๊านพะเยาลงมา เพื่อกักเอาน้ำในบึงและบริเวณหนองเล็งทรายนั้นไว้ให้มีระดับสูงที่สุดที่จะกักไว้ได้ในฤดูหน้าแล้ง

 

1.5 ข้อบังคับในการจับปล

(1) ห้ามการใช้อวนมองต่างๆ และเครื่องมือจับปลาชนิดใดๆ ที่มิได้ใช้ด้วยมือ และกระทำด้วยแรงคนๆ เดียว ตลอดจนเครื่องมือประจำที่และเครื่องมือกางกั้นกับการจับปลาในทางผูกขาด ลงทำการจับปลาในบึง และบริเวณที่ติดต่อกับลำน้ำแม่อิงตอนระหว่างบึงกับตอนใต้กว๊านพะเยา

(2) ห้ามการใช้เครื่องมือใดๆ ที่มีตาเล็กเกินกว่า 1 ซม. ตารางเหลี่ยม หรือเครื่องมือจักสานใดๆ ที่มีช่องห่างน้อยกว่า 1 ซม. ลงทำการจับปลา

 

2. สภาพของกว๊านพะเยาเมื่อปี 2482

      หลวงมัศยจิตรการ ผู้แทนการประมง เดินทางไปตรวจกว๊านพะเยาเมื่อวันที่ 8-18 พฤศจิกายน 2482 และรายงานเสนอต่อหัวหน้ากองการประมง ดังนี้

 

2.1 เขตต์กว๊านพะเยา

     ด้านตะวันตกของกว๊านจดนาของราษฎรเป็นส่วนมาก ด้านเหนือ และใต้ติดหมู่บ้านและนาของราษฎรบ้างเล็กน้อย ด้านตะวันออกติดหมู่บ้านของราษฎร และติดถนนสายลำปาง-เชียงราย เขตเท่าที่สำรวจแล้วมีพื้นน้ำ 15,675 ไร่ ในระดับ + 391 (รทก.) แต่ในฤดูน้ำลดจะมีระดับ + 390 (รทก.) คือน้ำลดลง 1 เมตร จะมีเนื้อที่น้ำเพียง 10,607 ไร่ ตามความมุ่งหมายที่จะกักน้ำไว้ ทั้งนี้ตามทางคำนวณของกรมชลประทาน

 

2.2 น้

     ในเวลาที่สำรวจวันที่ 12 พฤศจิกายน น้ำในกว๊านมีน้อย ระดับทั่วๆไป มีน้ำประมาณ 1 เมตร บางตอนทางด้านตะวันตกของกว๊านมีความลึกเพียง 30-40 ซม. แต่ที่ท้องกว๊านจะวัดได้ในราว 1.50-2.00 เมตร เป็นอย่างมากเฉพาะในแอ่งลึกๆ ในฤดูที่น้ำมากที่สุด จะมีความลึกราว 4.00 เมตร แต่ในฤดูแล้งจะลดลงมากเหลือ 1.00 เมตร เป็นอย่างมาก บางตอนจะแห้งเขินเป็นเนินเตี้ยๆ ปกคลุมไปด้วยกอหญ้าและผักตบชวา

 

2.3 สิ่งที่เกิดในกว๊าน

(1) ผักตบชวา มีมากประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่น้ำในกว๊าน และถ้าพื้นน้ำวัดได้ 10,607 ไร่ ในระดับ + 390 (รทก.) ฉะนั้นคงเป็นเนื้อที่ของผักตบชวาในราว 3,535 ไร่ ผักตบชวาไม่อยู่เป็นที่เป็นทางและมักจะอยู่เป็นแห่งๆ ที่กระจัดกระจายอยู่มีน้อย น้ำติดค้างอยู่ตามริมกว๊านก็มีมาก ที่ที่ มีผักตบชวาคือทางด้านตะวันตกทั่วไปและทางด้านเหนือและด้านใต้ ส่วนด้านตะวันออกไม่ค่อยมี เพราะอยู่ใกล้ถนนบริเวณหมู่บ้านเป็นทางเรือผ่านไปมา เวลามีลมจัด และน้ำในกว๊านมาก ลมมักจะพัดกอผักตบชวาใหญ่ๆ ย้ายที่ไปได้ไกลๆ และไปติดรวมกันเป็นแห่งๆ ผักตบชวาในกว๊านนั้นแสดงว่ามีมานาน ต้นจึงงามใหญ่และสูงใหญ่ ผักตบชวาไม่ให้ประโยชน์อย่างใด นอกจากจะเป็นที่อาศัยของปลา

(2) หญ้าต่างๆ ในกว๊านมีหญ้าหลายชนิด เช่น หญ้าปล้อง หญ้าเข้านก ขึ้นอยู่ทั่วไป ถ้าในฤดูแล้งน้ำลดลง ต้นหญ้าจะขึ้นงามและเป็นกอสูงๆ โดยมากมีอยู่ทางด้านใต้

(3) แหน สาหร่าย บัว และกระจับ แหนมีบ้างเล็กน้อยเป็นบางตอน สาหร่ายมีมากทางด้านเหนือของบึง มีอยู่ 3 ชนิด พื้นเมืองเรียกกันว่า สาหร่ายนุ้ย ต้นและใบยาวเล็กเป็นฝอย สาหร่ายเกียว ต้นยาวใบโตกว่า และสาหร่ายหางม้า สาหร่ายเหล่านี้ราษฎรใช้เลี้ยงหมู และเก็บไปขายกันด้วยขนาดเรือธรรมดา ลำละ 30-40 สตางค์ ส่วนบัวต่างๆ มีหลายชนิด ชนิดที่มีมากเรียกกว่าบัวป้านดอกเล็กใบเล็ก ดอกมีสีขาว ก้านยาวเพรียว ใช้เป็นอาหารของราษฎร สาหร่ายมีมากในกว๊านและซื้อขายกัน ส่วนกระจับมีไม่มากพอเป็นอาชีพของราษฎรได้เล็กน้อยเท่านั้น

 

3. การก่อสร้างประตูระบายน้

       กองการประมงได้รับเงินงบประมาณ เงินการจรสำหรับใช้ในการปรับปรุงกว๊าน พะเยา จังหวัดเชียงราย ปี พ.ศ. 2482-2483 เป็นเงิน 77,000 บาท เป็นค่าใช้จ่าย ดังนี้

          (1) ค่ารังวัด เพื่อกำหนดการขอเวรคืนที่ดิน 5,000 บาท

          (2) ค่าก่อสร้างประตูระบายน้ำ 65,000 บาท

          (3) ค่าเก็บผักตบชวา 4,000 บาท

          (4) ค่าสร้างที่พัก 3,000 บาท 

          รวม 77,000 บาท

         

          การก่อสร้างประตูระบายน้ำ ขนาด 4.28 x 4.50 เมตร จำนวน 1 บาน ระดับกักเก็บที่ 391 (รทก.) เก็บน้ำได้สูงสุด 36 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่น้ำ 21.539 ตารางกิโลเมตร ด้านข้างประตูระบายน้ำมี บันไดปลาโจนแบบ pool typeขนาดกว้าง 3.40 เมตร ยาว 30.0 เมตร ลึก 1.0 เมตรslope 1 : 5 ต่อมาสถานีฯ ้ได้รับงบประมาณก่อสร้างภายใตโครงการประมงในแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ วงเงินงบประมาณ 185 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2534 ก่อสร้างเสร็จปี 2536 ได้ก่อสร้างประตูน้ำขึ้นใหม่แทนประตูน้ำเดิม มีขนาด 5.0 x 5.0 เมตร จำนวน 2 บาน ระดับกักเก็บที่ 391.50 (รทก.) เก็บน้ำได้สูงสุด 47,410,500 ลูกบาศก์เมตร พื้นที่น้ำ 23.458 ตารางกิโลเมตร ด้านข้างประตูน้ำมีบันไดปลาโจนแบบ pool type ขนาดกว้าง 3.0 เมตร ขั้นบันได 15 ขั้น ความยาว 57.0 เมตร
 

4. กำหนดกว๊านพะเยาเป็นที่จับสัตว์น้ำประเภทที่รักษาพืชพันธุ์

         ประกาศจังหวัดเชียงราย ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2492 เรื่อง กำหนดกว๊านพะเยาเป็นที่จับสัตว์น้ำประเภทที่รักษาพืชพันธุ์และ กำหนด เครื่องมือที่อนุญาตให้ทำการประมง ความว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และ 9 แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 โดยอนุมัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการและอธิบดีกรมการประมง คณะกรรมการจังหวัดเชียงรายได้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า 

        (ก) ที่จับสัตว์น้ำกว๊านพะเยา ภายในเขตต์เส้นสีแดง ตามแผนที่ท้ายประกาศนี้    

              1. ทิศเหนือเริ่มตั้งแต่หลัก กม.ที่ 139 ตำบลแม่ต๋ำ เลียบไปตามถนนประชาธิปัตย์ทางทิศตะวันตกโดยผ่านหลัก กม. 140-141-142 จนถึงวัดศรีคำโคม(พระเจ้าตนหลวง) เป็นสุดเขตต์ด้านทิศเหนื

              2. ทิศใต้เริ่มตั้งแต่หลัก กม.ที่ 138 เป็นแนวตัดเส้นตรงไปยังวัดจอมคำ บ้านร่องไฮ ตำบลแม่นาเรือ จนถึงหมุด ป.ม. 64 บ้านแม่ใส ตำบลแม่นาเรือ เป็นสุดเขตต์ด้านทิศใต้

              3. ทิศตะวันออกเริ่มตั้งแต่หลัก กม. 139 ตำบลแม่ต๋ำผ่านหมุด ห.ม. 6-7-8-9-10-11-12-13 และ 14 แล้วตัดตรงไปยังทิศใต้ถึงหลัก กม. 138 ตำบลแม่ต๋ำ เป็นสุดเขตต์ด้านทิศตะวันออก

              4. ทิศตะวันตกเริ่มตั้งแต่หมุด ป.ม. 64 บ้านแม่ใส ตำบลแม่นาเรือ เป็นแนวเส้นตรงตัด ข้ามกว๊านไปทางทิศเหนือ ผ่านหมุดปม. 9 ถึงวัดศรีคำโคมเป็นสุดเขตต์ด้านทิศตะวันตก  ภายในเขตต์ที่กำหนดตามรายการในข้อ (ก) ดังกล่าวแล้วข้างต้นนั้น ให้ถือว่าเป็นที่จับสัตว์น้ำประเภทที่รักษาพืชพันธุ์ ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าไปทำการประมง ไม่ว่าด้วยเครื่องมือชนิดหนึ่งชนิดใด หรือด้วยวิธีการใดๆ ภายในอาณาเขตต์ดังกล่าวโดยเด็ดขาด

       (ข) ที่จับสัตว์น้ำกว๊านพะเยาภายในเขตต์เส้นสีเขียวตามแผนที่ท้ายประกาศนี้ คือ

             1. ทิศเหนือเริ่มตั้งแต่วัดศรีคำโคม (พระเจ้าตนหลวง) เลียบขึ้นไปตามถนนประชาธิปัตย์ ผ่านหลัก กม.143-144-145-146 จนถึงวัดรัตนจักรแก้ว (ฮ่องห้า) เป็นสุดเขตต์ด้านทิศเหนือ

             2. ทิศใต้เริ่มตั้งแต่หมุด ปม. 64 แล้วตัดเส้นตรงไปยังวัดสันนามูล บ้านสันกว๊าน และวัดจันตะราช บ้านสันเวียงใหม่ ตำบลบ้านตุ่น เป็นสุดเขตต์ด้านทิศใต้

             3. ทิศตะวันออกเริ่มตั้งแต่วัดศรีโคมคำ (พระเจ้าตนหลวง) ตัดเป็นแนวเส้นตรงข้ามกว๊านไปทางทิศใต้ ผ่านหมุด ป.ม. 9 แล้วตรงไปจนหมุด ป.ม. 64 เป็นสุดเขตต์ด้านทิศตะวันออก

             4. ทิศตะวันตกเริ่มตั้งแต่วัดจันตะราช ตำบลบ้านสันเวียงใหม่ ตัดเป็นแนวเส้นตรงไปยังหมุด ป.ม. 35 และจากหมุดนี้ถือแนวเส้นตรงถึงวัดรัตนจักรแก้ว (ฮ่องห้า) เป็นสุดเขตต์ด้านทิศตะวันตก ภายในเขตต์ที่กำหนดตามในรายการข้อ (ข) ดังกล่าวข้างต้นนั้นให้ถือว่าเป็นที่จับสัตว์น้ำประเภทที่รักษาพืชพันธุ์ ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าไปทำการประมง ไม่ว่าด้วยเครื่องมือชนิดหนึ่งชนิดใดหรือด้วยวิธีการใดๆ ภายในอาณาเขตต   ์ดังกล่าวโดยเด็ดขาด เว้นแต่การทำการประมงด้วยเครื่องมือเบ็ดต่างๆ ลอบนอน ไซ จั๋ม (ยกยอ) และสุ่ม เพื่อบริโภคในครอบครัวเรือน ฉะนั้น ให้ยกเลิกบรรดาประกาศที่มีข้อความขัดแย้งกับประกาศฉะบับนี้เสียทั้งสิ้นและให้ใช้ประกาศฉบับนี้ตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

 

ศาลากลางจังหวัดเชียงราย

ประกาศ ณ. วันที่ 29 ธันวาคม 2492

พ.ต.ท. หลวงวีรเดชกำแหง

(หลวงวีรเดชกำแหง)

ผู้รักษาการในตำแหน่งข้าหลวงประจำจังหวัด

 

 

อ่านต่อหน้าต่อไป

 

กลับหน้าหลัก