|
2. สภาพของกว๊านพะเยาเมื่อปี 2482
หลวงมัศยจิตรการ ผู้แทนการประมง เดินทางไปตรวจกว๊านพะเยาเมื่อวันที่ 8-18 พฤศจิกายน 2482 และรายงานเสนอต่อหัวหน้ากองการประมง ดังนี้
2.1 เขตต์กว๊านพะเยา
ด้านตะวันตกของกว๊านจดนาของราษฎรเป็นส่วนมาก ด้านเหนือ และใต้ติดหมู่บ้านและนาของราษฎรบ้างเล็กน้อย ด้านตะวันออกติดหมู่บ้านของราษฎร และติดถนนสายลำปาง-เชียงราย เขตเท่าที่สำรวจแล้วมีพื้นน้ำ 15,675 ไร่ ในระดับ + 391 (รทก.) แต่ในฤดูน้ำลดจะมีระดับ + 390 (รทก.) คือน้ำลดลง 1 เมตร จะมีเนื้อที่น้ำเพียง 10,607 ไร่ ตามความมุ่งหมายที่จะกักน้ำไว้ ทั้งนี้ตามทางคำนวณของกรมชลประทาน
2.2 น้ำ
ในเวลาที่สำรวจวันที่ 12 พฤศจิกายน น้ำในกว๊านมีน้อย ระดับทั่วๆไป มีน้ำประมาณ 1 เมตร บางตอนทางด้านตะวันตกของกว๊านมีความลึกเพียง 30-40 ซม. แต่ที่ท้องกว๊านจะวัดได้ในราว 1.50-2.00 เมตร เป็นอย่างมากเฉพาะในแอ่งลึกๆ ในฤดูที่น้ำมากที่สุด จะมีความลึกราว 4.00 เมตร แต่ในฤดูแล้งจะลดลงมากเหลือ 1.00 เมตร เป็นอย่างมาก บางตอนจะแห้งเขินเป็นเนินเตี้ยๆ ปกคลุมไปด้วยกอหญ้าและผักตบชวา
2.3 สิ่งที่เกิดในกว๊าน
(1) ผักตบชวา มีมากประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่น้ำในกว๊าน และถ้าพื้นน้ำวัดได้ 10,607 ไร่ ในระดับ + 390 (รทก.) ฉะนั้นคงเป็นเนื้อที่ของผักตบชวาในราว 3,535 ไร่ ผักตบชวาไม่อยู่เป็นที่เป็นทางและมักจะอยู่เป็นแห่งๆ ที่กระจัดกระจายอยู่มีน้อย น้ำติดค้างอยู่ตามริมกว๊านก็มีมาก ที่ที่ มีผักตบชวาคือทางด้านตะวันตกทั่วไปและทางด้านเหนือและด้านใต้ ส่วนด้านตะวันออกไม่ค่อยมี เพราะอยู่ใกล้ถนนบริเวณหมู่บ้านเป็นทางเรือผ่านไปมา เวลามีลมจัด และน้ำในกว๊านมาก ลมมักจะพัดกอผักตบชวาใหญ่ๆ ย้ายที่ไปได้ไกลๆ และไปติดรวมกันเป็นแห่งๆ ผักตบชวาในกว๊านนั้นแสดงว่ามีมานาน ต้นจึงงามใหญ่และสูงใหญ่ ผักตบชวาไม่ให้ประโยชน์อย่างใด นอกจากจะเป็นที่อาศัยของปลา
(2) หญ้าต่างๆ ในกว๊านมีหญ้าหลายชนิด เช่น หญ้าปล้อง หญ้าเข้านก ขึ้นอยู่ทั่วไป ถ้าในฤดูแล้งน้ำลดลง ต้นหญ้าจะขึ้นงามและเป็นกอสูงๆ โดยมากมีอยู่ทางด้านใต้
(3) แหน สาหร่าย บัว และกระจับ แหนมีบ้างเล็กน้อยเป็นบางตอน สาหร่ายมีมากทางด้านเหนือของบึง มีอยู่ 3 ชนิด พื้นเมืองเรียกกันว่า สาหร่ายนุ้ย ต้นและใบยาวเล็กเป็นฝอย สาหร่ายเกียว ต้นยาวใบโตกว่า และสาหร่ายหางม้า สาหร่ายเหล่านี้ราษฎรใช้เลี้ยงหมู และเก็บไปขายกันด้วยขนาดเรือธรรมดา ลำละ 30-40 สตางค์ ส่วนบัวต่างๆ มีหลายชนิด ชนิดที่มีมากเรียกกว่าบัวป้านดอกเล็กใบเล็ก ดอกมีสีขาว ก้านยาวเพรียว ใช้เป็นอาหารของราษฎร สาหร่ายมีมากในกว๊านและซื้อขายกัน ส่วนกระจับมีไม่มากพอเป็นอาชีพของราษฎรได้เล็กน้อยเท่านั้น
3. การก่อสร้างประตูระบายน้ำ
กองการประมงได้รับเงินงบประมาณ เงินการจรสำหรับใช้ในการปรับปรุงกว๊าน พะเยา จังหวัดเชียงราย ปี พ.ศ. 2482-2483 เป็นเงิน 77,000 บาท เป็นค่าใช้จ่าย ดังนี้
(1) ค่ารังวัด เพื่อกำหนดการขอเวรคืนที่ดิน 5,000 บาท
(2) ค่าก่อสร้างประตูระบายน้ำ 65,000 บาท
(3) ค่าเก็บผักตบชวา 4,000 บาท
(4) ค่าสร้างที่พัก 3,000 บาท
รวม 77,000 บาท
การก่อสร้างประตูระบายน้ำ ขนาด 4.28 x 4.50 เมตร จำนวน 1 บาน ระดับกักเก็บที่ 391 (รทก.) เก็บน้ำได้สูงสุด 36 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่น้ำ 21.539 ตารางกิโลเมตร ด้านข้างประตูระบายน้ำมี บันไดปลาโจนแบบ pool typeขนาดกว้าง 3.40 เมตร ยาว 30.0 เมตร ลึก 1.0 เมตรslope 1 : 5 ต่อมาสถานีฯ ้ได้รับงบประมาณก่อสร้างภายใตโครงการประมงในแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ วงเงินงบประมาณ 185 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2534 ก่อสร้างเสร็จปี 2536 ได้ก่อสร้างประตูน้ำขึ้นใหม่แทนประตูน้ำเดิม มีขนาด 5.0 x 5.0 เมตร จำนวน 2 บาน ระดับกักเก็บที่ 391.50 (รทก.) เก็บน้ำได้สูงสุด 47,410,500 ลูกบาศก์เมตร พื้นที่น้ำ 23.458 ตารางกิโลเมตร ด้านข้างประตูน้ำมีบันไดปลาโจนแบบ pool type ขนาดกว้าง 3.0 เมตร ขั้นบันได 15 ขั้น ความยาว 57.0 เมตร
4. กำหนดกว๊านพะเยาเป็นที่จับสัตว์น้ำประเภทที่รักษาพืชพันธุ์
ประกาศจังหวัดเชียงราย ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2492 เรื่อง กำหนดกว๊านพะเยาเป็นที่จับสัตว์น้ำประเภทที่รักษาพืชพันธุ์และ กำหนด
เครื่องมือที่อนุญาตให้ทำการประมง ความว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และ 9 แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 โดยอนุมัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการและอธิบดีกรมการประมง คณะกรรมการจังหวัดเชียงรายได้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า
(ก) ที่จับสัตว์น้ำกว๊านพะเยา ภายในเขตต์เส้นสีแดง ตามแผนที่ท้ายประกาศนี้
1. ทิศเหนือเริ่มตั้งแต่หลัก กม.ที่ 139 ตำบลแม่ต๋ำ เลียบไปตามถนนประชาธิปัตย์ทางทิศตะวันตกโดยผ่านหลัก กม. 140-141-142 จนถึงวัดศรีคำโคม(พระเจ้าตนหลวง) เป็นสุดเขตต์ด้านทิศเหนือ
2. ทิศใต้เริ่มตั้งแต่หลัก กม.ที่ 138 เป็นแนวตัดเส้นตรงไปยังวัดจอมคำ บ้านร่องไฮ ตำบลแม่นาเรือ จนถึงหมุด ป.ม. 64 บ้านแม่ใส ตำบลแม่นาเรือ เป็นสุดเขตต์ด้านทิศใต้
3. ทิศตะวันออกเริ่มตั้งแต่หลัก กม. 139 ตำบลแม่ต๋ำผ่านหมุด ห.ม. 6-7-8-9-10-11-12-13 และ 14 แล้วตัดตรงไปยังทิศใต้ถึงหลัก กม. 138 ตำบลแม่ต๋ำ เป็นสุดเขตต์ด้านทิศตะวันออก
4. ทิศตะวันตกเริ่มตั้งแต่หมุด ป.ม. 64 บ้านแม่ใส ตำบลแม่นาเรือ เป็นแนวเส้นตรงตัด ข้ามกว๊านไปทางทิศเหนือ ผ่านหมุดปม. 9 ถึงวัดศรีคำโคมเป็นสุดเขตต์ด้านทิศตะวันตก ภายในเขตต์ที่กำหนดตามรายการในข้อ (ก) ดังกล่าวแล้วข้างต้นนั้น ให้ถือว่าเป็นที่จับสัตว์น้ำประเภทที่รักษาพืชพันธุ์ ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าไปทำการประมง ไม่ว่าด้วยเครื่องมือชนิดหนึ่งชนิดใด หรือด้วยวิธีการใดๆ ภายในอาณาเขตต์ดังกล่าวโดยเด็ดขาด
(ข) ที่จับสัตว์น้ำกว๊านพะเยาภายในเขตต์เส้นสีเขียวตามแผนที่ท้ายประกาศนี้ คือ
1. ทิศเหนือเริ่มตั้งแต่วัดศรีคำโคม (พระเจ้าตนหลวง) เลียบขึ้นไปตามถนนประชาธิปัตย์ ผ่านหลัก กม.143-144-145-146 จนถึงวัดรัตนจักรแก้ว (ฮ่องห้า) เป็นสุดเขตต์ด้านทิศเหนือ
2. ทิศใต้เริ่มตั้งแต่หมุด ปม. 64 แล้วตัดเส้นตรงไปยังวัดสันนามูล บ้านสันกว๊าน และวัดจันตะราช บ้านสันเวียงใหม่ ตำบลบ้านตุ่น เป็นสุดเขตต์ด้านทิศใต้
3. ทิศตะวันออกเริ่มตั้งแต่วัดศรีโคมคำ (พระเจ้าตนหลวง) ตัดเป็นแนวเส้นตรงข้ามกว๊านไปทางทิศใต้ ผ่านหมุด ป.ม. 9 แล้วตรงไปจนหมุด ป.ม. 64 เป็นสุดเขตต์ด้านทิศตะวันออก
4. ทิศตะวันตกเริ่มตั้งแต่วัดจันตะราช ตำบลบ้านสันเวียงใหม่ ตัดเป็นแนวเส้นตรงไปยังหมุด ป.ม. 35 และจากหมุดนี้ถือแนวเส้นตรงถึงวัดรัตนจักรแก้ว (ฮ่องห้า) เป็นสุดเขตต์ด้านทิศตะวันตก ภายในเขตต์ที่กำหนดตามในรายการข้อ (ข) ดังกล่าวข้างต้นนั้นให้ถือว่าเป็นที่จับสัตว์น้ำประเภทที่รักษาพืชพันธุ์ ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าไปทำการประมง ไม่ว่าด้วยเครื่องมือชนิดหนึ่งชนิดใดหรือด้วยวิธีการใดๆ ภายในอาณาเขตต ์ดังกล่าวโดยเด็ดขาด เว้นแต่การทำการประมงด้วยเครื่องมือเบ็ดต่างๆ ลอบนอน ไซ จั๋ม (ยกยอ) และสุ่ม เพื่อบริโภคในครอบครัวเรือน ฉะนั้น ให้ยกเลิกบรรดาประกาศที่มีข้อความขัดแย้งกับประกาศฉะบับนี้เสียทั้งสิ้นและให้ใช้ประกาศฉบับนี้ตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป
ศาลากลางจังหวัดเชียงราย
ประกาศ ณ. วันที่ 29 ธันวาคม 2492
พ.ต.ท. หลวงวีรเดชกำแหง
(หลวงวีรเดชกำแหง)
ผู้รักษาการในตำแหน่งข้าหลวงประจำจังหวัด
|