กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนว
พระราชดำริ มาใช้ในการจัดการบริหารพื้นที่การเกษตร ซึ่งแบ่งออกเป็น
4 ส่วน ได้แก่ แหล่งน้ำ การทำนา การเพาะปลูกพืชและที่อยู่อาศัย
เพื่อบรรเทาปัญหาผู้ว่างงานจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจพอเพียง


ในจังหวัดสิงห์บุรี มีผู้เข้าร่วมโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ในปี 2541-2545
จำนวน 48 ราย พื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 1,162.58 ไร่ โดยมีกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ให้การสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกร รายละ
5,000 บาท สนับสนุนด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและขุดสระน้ำทั้งจังหวัด
เป็นเงิน 420,000 บาท

จังหวัดสิงห์บุรี มีเกษตรกร 24 ราย ที่ทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนว
พระราชดำริอย่างต่อเนื่องและให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพื้นที่
การเกษตรที่มีจำกัด

มีการขยายเครือข่ายกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ตำบลหัวป่า ตั้งแต่ปี 2541-2549
เป็น 10 กว่าครัวเรือน ที่ยึดแนวทางในการดำเนินการร่วมกันในการประกอบ
อาชีพการเกษตร ได้แก่ การทำนาเป็นอาชีพหลัก อาชีพเสริมมีการปลูกพืชผัก
สวนครัว และการเลี้ยงปลาในนาข้าว ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี 

ในปี 2549 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่อง
มาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้จัดประกวดผลงานตามปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ 1 จังหวัดสิงห์บุรีได้ดำเนินการตามกระบวนการ
และได้เกษตรกรที่เป็นต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้แก่ คุณธนพล ศรีใส
บ้านเลขที่ 51/1 บ้านชลอน หมู่ที่ 2 ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
อายุ 41 ปี จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวด
ผลงานเศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ 1 

กิจกรรมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ของคุณธนพลนั้น ประกอบด้วย นาข้าว 8 ไร่
 ทำนาแบบลดต้นทุนการผลิต ไม่เผาฟางข้าว ปลูกปุ๋ยพืชสด ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
ใช้ฮอร์โมนและสมุนไพรไล่แมลงที่ผลิตขึ้นเองบริเวณคันนา ปลูกไม้ยืนต้น เช่น
งิ้วแดง ตะกู ยูคาลิปตัส มะฮอกกานี เป็นต้น 

บ่อปลา 3 งาน เลี้ยงปลากินเนื้อ เช่น ปลาช่อน ปลาบู่ และเลี้ยงปลาในกระชัง
กินพืช เช่น ปลานิล ปลาทับทิม ปลาดุก 

สวนผสมผสาน 2 ไร่ 3 งาน ปลูกพืชสร้างรายได้รายวัน เช่น ไผ่หวาน ผักปัง
ผักหวาน ชะอม พริก กล้วย ข่า ตะไคร้ มะนาว มะกรูด ฯลฯ พื้นที่ 1 งาน สร้าง
โรงสีชุมชน อีก 1 งาน สร้างที่อยู่อาศัย 

ในด้านการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ครอบครัวเคยประสบ
ปัญหาเรื่องหนี้สิน ล้มเหลวจากการประกอบอาชีพทางการเกษตร สุขภาพไม่ดี
มีหนี้สินมากมาย หลังจากเริ่มทำเกษตรทฤษฎีใหม่โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง มีการลองผิดลองถูกในการประกอบอาชีพทางการเกษตร และมีการทำ
บัญชีครัวเรือน จนปัจจุบันประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งอย่างที่กล่าวมาข้างต้น
จึงอยากถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับบุคคลทั่วไปในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
โดยในครอบครัวใช้หลักคิดที่ว่า "เดินตามรอยพ่อ อยู่อย่างพอเพียง พอกิน
พอใช้ แบ่งบัน เหลือขาย" ซึ่งเมื่อยึดปรัชญานี้แล้ว สามารถทำให้ชีวิตและ
ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2545 และใน
ปัจจุบันหนี้สินไม่มี และมีเงินเก็บอยู่ส่วนหนึ่ง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับครอบครัว 



ก่อนที่จะมาเป็นศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านเกษตรพอเพียง

ใน ปี 2549 ครอบครัวได้ใช้หนี้ที่มีอยู่ประมาณ 160,000 บาท และได้ตั้งปฏิญาณ
ในครอบครัวว่าเราจะไม่กู้หนี้ยืมสินใครอีกเด็ดขาด โดยครอบครัวจะยึดหลัก
เศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง ในการดำเนินชีวิต เพราะระยะเวลาประมาณ
4 ปีกว่าที่เราใช้หลักคิดของพ่อหลวงในการดำเนินชีวิต ครอบครัวมีความเป็นอยู่
ที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก

ใน ปี 2550 การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอพรหมบุรี ได้จัดให้มีการอบรมเรื่อง
เศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้พื้นที่ของตนเองเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องเศรษฐกิจ
พอเพียง และต่อมามีหลายหน่วยงานได้เข้ามาจัดตั้งให้เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่อง
เศรษฐกิจพอเพียง เช่น สถานีพัฒนาที่ดินสิงห์บุรี และสำนักงานเกษตรอำเภอ
พรหมบุรี 

ใน ปี 2552 เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสิงห์บุรี เสนอโครงการเรื่องเครือข่าย
ปราชญ์ชาวบ้าน โดยตั้งคำถามว่า สนใจหรือไม่ ซึ่งตรงกับใจของเกษตรกรคือ
ทุกวันนี้ที่มีตรงนี้ได้ เพราะเกษตรทฤษฎีใหม่ และเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประสบ
ความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว

คุณธนพล บอกว่า อยากจะถ่ายทอดประสบการณ์ให้คนอื่นได้รู้ว่า เศรษฐกิจ
พอเพียงที่พ่อหลวงได้มีพระราชดำรัสไว้ ถ้าใครนำกลับไปปฏิบัติ หรือนำกลับ
ไปประยุกต์ใช้กับครอบครัวของตนเอง รับรองว่าครอบครัวจะมีชีวิตความเป็นอยู่
ที่ดีอย่างแน่นอน จึงตกลงใจสมัครเป็นเครือข่ายศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านเกษตร
ทฤษฎีใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผ่านการฝึกอบรมแล้ว 7 รุ่น ในระยะเวลา 2 ปี รวม
335 คน ได้มีการฝึกอบรมเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี ได้นำองค์ความรู้
ไปใช้ในการประกอบอาชีพ

องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นของศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน เช่น
การสอนให้เกษตรกรรู้จักตัวตนที่แท้จริงของตนเอง การปลูก การดูแล
การขยายพันธุ์ ไผ่เลี้ยง ไผ่ตง การปลูกมะนาวบังคับให้ออกลูกทั้งปี การทำ
และการดูเห็ดภูฏาน การทำไร่นาสวนผสม การลดต้นทุนการผลิตในนาข้าว
เป็นต้น

การลดต้นทุนการผลิตในนาข้าว เนื่องจากสภาวะปัจจุบันต้นทุนการผลิตข้าว
ในนาข้าวอยู่ที่ระหว่าง 5,000-6,000 บาท/ตัน ซึ่งราคาข้าวปัจจุบันอยู่ที่
8,000-9,000 บาท/ตัน ถ้าเกษตรกรไม่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้
นอกจากกำไรจะน้อยแล้ว บางครั้งต้องขาดทุนด้วยซ้ำไป 

ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านเกษตรทฤษฎีใหม่ คุณธนพล ศรีใส จึงมีขั้นตอนการทำนา
แบบลดต้นทุน ดังนี้

1. การทำนาแบบไม่เผาฟางข้าว หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว กระจายฟางให้ทั่วนา
นำน้ำหมักชีวภาพฉีดให้ทั่วนา ในอัตรา 5 ลิตร/ไร่ ใช้รถตีดินเสร็จแล้วหมัก
ทิ้งไว้ 7 วัน ดำเนินการลากเทือกตามปกติ

2. การหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว 

ข้าวหอมปทุมธานี 1 หว่านในอัตรา 13-15 กิโลกรัม/ไร่ 

ข้าวสุพรรณฯ หว่านในอัตรา 15-20 กิโลกรัม/ไร่

3. การใช้ปุ๋ยในนาข้าว 

ครั้งที่ 1 อายุ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยยูเรีย จำนวน 5 กิโลกรัม และปุ๋ยชีวภาพ
จำนวน 15 กิโลกรัม/ไร่ 

ครั้งที่ 2 อายุ 45-50 วัน ใช้ปุ๋ยชีวภาพ จำนวน 20 กิโลกรัม/ไร่ 

ครั้งที่ 3 อายุ 65-70 วัน ใช้ปุ๋ยยูเรีย จำนวน 5 กิโลกรัม/ไร่

หมายเหตุ : ทั้งนี้ การใส่ปุ๋ยในแต่ละครั้ง นำน้ำหมักชีวภาพคลุกเคล้ากับปุ๋ย
อัตรา 1 ลิตร/ปุ๋ย 50 กิโลกรัม

4. การใช้สารไล่แมลงหรือบำรุงข้าว 

ครั้งที่ 1 อายุ 30-35 วัน ใช้น้ำหมักชีวภาพ + น้ำส้มควันไม้ 

ครั้งที่ 2 อายุ 55-60 วัน ใช้น้ำหมักชีวภาพ + น้ำส้มควันไม้+ฮอร์โมนรกสัตว์ 

ครั้งที่ 3 อายุ 70-75 วัน ใช้น้ำหมักชีวภาพ + น้ำส้มควันไม้+ ฮอร์โมนรกสัตว์

5. การทำปุ๋ยพืชสด ปัจจุบันการทำนาของเกษตรกรจะทำกัน 2 ปี 5 ครั้ง หรือ
บางรายทำปีละ 3 ครั้ง ซึ่งการทำนา ครั้งที่ 3 นั้น จะกระทบหนาวพอดี ทำให้
ผลผลิตออกมาไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร บางรายได้เพียงไร่ละ 40-50 ถัง ทำให้
ขาดทุนค่อนข้างมาก ในการทำนาครั้งที่ 3 แนะนำให้เกษตรกรหันมาหว่าน
ปุ๋ยพืชสด เช่น ปอเทือง เพื่อบำรุงดิน โดยเมล็ดพันธุ์สามารถขอได้จาก
สถานีพัฒนาที่ดินสิงห์บุรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากจะได้
ปุ๋ยแล้ว สิ่งหนึ่งที่ได้คือ การตัดวงจรของข้าวดีดเด้งและหญ้าในนาข้าว

หากทำตามขั้นตอนต่างๆ นี้แล้ว ต้นทุนการผลิตจะอยู่ที่ประมาณ
2,000-3,000 บาท/ไร่ ผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 70-80 ถัง/ไร่ และเมื่อทำ
ต่อเนื่องผลผลิตก็จะเพิ่มขึ้นตามลำดับ ซึ่งปัจจุบันที่ศูนย์ปราชญ์ทำมา
ตั้งแต่ ปี 2545 ผลผลิตอยู่ที่ 100-120 ถัง/ไร่

นอกจากนี้ คุณธนพล ศรีใส ยังได้รับคัดเลือกเป็นปราชญ์เกษตร
ของแผ่นดิน ในสาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด
สิงห์บุรี ปี 2551 และ 2552 เป็นการเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทรงภูมิปัญญา
ด้านการเกษตรสาขาต่างๆ ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์
และได้รับรางวัลจากการประกวดผลงานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ครั้งที่ 2 ในสาขาเกษตรกรทฤษฎีใหม่อีกด้วย

ที่มา เทคโนโลยีชาวบ้าน ปีที่ 23 ฉบับที่ 488 วันที่ 1 ตุลาคม 2553 หน้า 42

แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2010 เวลา 11:49)