|
หลักการเลือกซื้ออาหารสำเร็จรูป

|
|
1.
เลือกอาหารให้ถูกต้องกับชนิดสัตว์น้ำที่เลี้ยง
|
|
อาหารสำเร็จรูปที่ผลิตออกขายในท้องตลาด
แบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม ได้แก่ อาหารปลาดุก อาหาร
ปลาน้ำจืดกินพืช อาหารปลาน้ำจืดกินเนื้อ อาหารปลาทะเลกินเนื้อ
อาหารกุ้งทะเล อาหารกุ้งน้ำจืด
อาหารกบ อาหารตะพาบน้ำ อาหารแต่ละชนิดทำจากวัตถุดิบที่แตกต่างกัน
และมีองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับชนิดและขนาดของสัตว์น้ำ
ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงควรเลือกอาหารให้เหมาะสมกับชนิดสัตว์น้ำที่เลี้ยง
|
|
2. เลือกขนาดและรูปแบบของอาหารให้เหมาะสมกับขนาดของสัตว์น้ำ
|
|
ขนาดของอาหารมีความสำคัญมาก
เพราะขนาดของอาหารจะขึ้นกับชนิดและอายุของสัตว์น้ำ ถ้าอาหารมีขนาดเล็กเกิน
สัตว์น้ำจะจับกินได้ยาก แต่ถ้าอาหารมีขนาดใหญ่เกินไป สัตว์น้ำจะกินไม่ได้
และอาหารที่เหลืออยู่ในบ่อจะมีผลเสียต่อคุณภาพน้ำ ผู้เลี้ยงจึงควรเลือกอาหารให้เหมาะสมกับขนาดสัตว์น้ำที่เลี้ยง
โดยดูจากฉลากอาหาร ซึ่งจะระบุว่าเหมาะสมกับสัตว์น้ำชนิดและขนาดใด
|
|
3.
พิจารณาวัตถุดิบที่ใช้เป็นองค์ประกอบของอาหารสัตว์น้ำ
|
|
วัตถุดิบหลักที่ใช้ในอาหารสัตว์น้ำ
ได้แก่
ปลาป่น กากถั่วเหลือง รำข้าว แป้งสาลี และอื่นๆ ซึ่งบนฉลากอาหารสัตว์น้ำจะมีรายชื่อของวัตถุดิบที่เป็นส่วนผสมของอาหารอยู่
ชนิดของวัตถุดิบสามารถบอกถึงคุณภาพของอาหารนั้นได้อย่างคร่าวๆ เช่น การมีปลาป่นเป็นส่วนองค์ประกอบย่อมดีกว่ามีเนื้อและกระดูกป่นเป็นองค์ประกอบ
|
|
4.
กลิ่น
|
|
อาหารที่ดีควรมีกลิ่นหอมเพื่อดึงดูดให้สัตว์น้ำเข้ามากินอาหารได้มากขึ้น
ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นเหม็นหืน เพราะจะทำให้รสชาติของอาหารเสีย
คุณค่าทางอาหารลดลง และยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพของสัตว์น้ำโดยตร ง
|
|
5.
สี
|
|
อาหารสัตว์น้ำควรมีสีสม่ำเสมอกันตลอดทั้งถุง
ความแตกต่างของสีในเม็ดอาหาร แสดงว่าวัตถุดิบไม่ได้รับการผสมผสานอย่างทั่วถึง
หรือเกิดจากความสุกของเม็ดอาหารไม่เท่ากัน
|
|
6. ความสดของอาหาร
|
|
อาหารสัตว์น้ำที่บรรจุในถุงกระสอบควรมีอายุการเก็บไม่เกิน
3 เดือน เพราะคุณค่าทางอาหารจะลดลง และอาจมีเชื้อราเกิดขึ้นได้
ในกรณีที่ผู้ซื้อพบเชื้อราในถุงอาหารสัตว์น้ำ
ให้นำส่งคืนร้านค้าหรือผู้ขายทันที
|
|
7.
สิ่งปะปน
|
|
อาหารสัตว์น้ำที่ดีไม่ควรมีสิ่งอื่นปะปนอยู่ เช่น แมลง หรือหนอน ก้อนกรวด หิน
ทราย เปลือกปู หอยและอื่นๆ การมีสิ่งปะปนแสดงว่าการเก็บรักษาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตไม่ถูกต้อง
และอาหารที่ผลิตไม่ได้รับการควบคุมคุณภาพก่อนบรรจุ
|
|
8. ฝุ่น
|
|
อาหารที่มีฝุ่นมากจะทำให้อาหารจะสูญเสียไปในน้ำ
และทำให้น้ำเสีย อาหารที่ดีควรมีฝุ่นไม่เกินร้อยละ
2
|
|
9. ความคงทนของอาหารในน้ำ
|
|
อาหารสัตว์น้ำจะต้องมีความคงทนอยู่ในน้ำได้นานพอสมควรตามลักษณะการกินอาหารของสัตว์น้ำ เพื่อให้คุณค่าทางอาหารยังอยู่ครบถ้วนไม่ละลายน้ำไปก่อนที่สัตว์น้ำจะกิน
อาหารกุ้งควรมีความคงทนในน้ำไม่ต่ำกว่า
2 ชั่วโมง ส่วนอาหารปลามีความคงทนในน้ำไม่ต่ำกว่า 15 นาที -
1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดของปลา
|
|
10.
เลือกซื้ออาหารสัตว์น้ำที่มีทะเบียน
|
|
ควรซื้ออาหารสัตว์น้ำที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง
หรือกรมปศุสัตว์ถูกต้องแล้ว โดยสังเกตที่ฉลากต้องมีเลขทะเบียนอาหารสัตว์
โดยอาหารสัตว์น้ำที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง จะมีเลขทะเบียนอาหารสัตว์
ประกอบด้วย อักษร "ป" และตามด้วยรหัสตัวเลข 10 ตัว
เช่น ป.01 01 43 9000 ส่วนอาหารสัตว์น้ำที่ขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์จะมีเฉพาะรหัสตัวเลข
10 ตัว เช่น 01 02 45 9999 นอกจากนี้ควรสังเกตว่าฉลากต้องมีชื่อผู้ผลิตและสถานที่ผลิตที่แน่นอนด้วย
|
|
11.
ต้องซื้ออาหารที่ยังไม่หมดอายุ
|
|
โดยดูวัน
เดือน ปี ที่ผลิตและวัน เดือน ปี ที่หมดอายุได้จากฉลากอาหารสัตว์น้ำ
ภาชนะบรรจุอาหารต้องอยู่ในสภาพใหม่ เรียบร้อย ไม่ชำรุด ฉีกขาด
เปียกชื้นหรือเกิดสนิมไม่มีรอยถูกเปิด
|