การอนุบาลปลาดุกอุยในกระชัง  

นางสาวนิภา กาลศรี
นางพิมพา อุดมรัตน์
นายชัยศิริ ศิริกุล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์ ต.แควใหญ่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ๖๐๐๐๐

  บทคัดย่อ  


               การศึกษาผลของความหนาแน่นต่อการอนุบาลลูกปลาดุกอุยในกระชัง ได้ดำเนินการ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์ ระหว่างเดือนตุลาคม 2544 ถึงกันยายน 2545 โดยใช้ลูกปลาดุกอุยอายุ 5 วัน น้ำหนักตัวเฉลี่ย 0.0084 กรัม และความยาวตัวเฉลี่ย 0.97 เซนติเมตร อนุบาลในกระชังที่อัตราความหนาแน่นแตกต่างกัน 3 ระดับ คือ 1,000, 2,000 และ 3,000 ตัว/ลูกบาศก์เมตร โดยทำการทดลอง 2 ชุด ชุดที่ 1อนุบาลจนอายุครบ 30 วัน และชุดที่ 2 อนุบาลจนอายุครบ 20 วันโดยให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปเปอร์เซ็นต์โปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ ในอัตรา 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว/วัน วันละ 3 ครั้ง
               ผลการศึกษาพบว่า การอนุบาลลูกปลาดุกอุยที่ความหนาแน่นต่างกันจนอายุครบ 30 วัน มีค่าเฉลี่ยของน้ำหนัก และความยาวเท่ากับ 0.67?0.44, 0.69?0.59 และ 0.74?0.50 กรัม และ 4.30 ?0.88, 4.34?0.99 และ 4.51?0.91 เซนติเมตร ตามลำดับ ทั้งน้ำหนักและความยาวเมื่อวิเคราะห์ทางสถิติพบว่าไม่แตกต่างกัน สำหรับอัตรารอดเท่ากับ 63.25?9.73, 32.47?9.58 และ 19.02?3.70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวิเคราะห์ทางสถิติพบว่าชุดความหนาแน่น 1,000 ตัว/ลูกบาศก์เมตร มีอัตรารอดสูงต่างจากชุดความหนาแน่น 2,000 และ 3,000 ตัว/ลูกบาศก์เมตรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในขณะที่น้ำหนักมวลรวมเท่ากับ 396.86?33.95, 469.63?116.51 และ 509.48?77.69 กรัม เมื่อวิเคราะห์ทางสถิติพบว่าไม่แตกต่างกัน ส่วนการอนุบาลจนลูกปลาอายุครบ 20 วัน มีค่าเฉลี่ยน้ำหนักและความยาวเท่ากับ 0.12?0.09, 0.09?0.04 และ 0.07?0.0.04 กรัม และ 2.49?0.0.40, 2.25?0.44 และ 2.10?0.39 เซนติเมตร ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ทางสถิติพบว่าชุดการทดลองที่ 1,000 ตัว/ลูกบาศก์เมตรมีน้ำหนักเฉลี่ยและความยาวเฉลี่ยสูงกว่าชุดการทดลองที่ 2,000 และ 3,000 ตัว/ลูกบาศก์เมตรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่อัตรารอดเท่ากับ 49.51?4.39, 41.70?1.15 และ 42.98?10.22 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ทางสถิติพบว่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ สำหรับน้ำหนักมวลรวมเท่ากับ 54.56?5.07, 67.40?7.70 และ 85.86?8.83 ตามลำดับ พบว่าชุดการทดลองที่ 3,000 ตัว/ลูกบาศก์เมตร มีน้ำหนักมวลรวมสูงสุดแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) สรุปได้ว่าการอนุบาลลูกปลาดุกอุยอายุครบ 20 วัน อนุบาลที่ความหนาแน่น 3,000 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร และการอนุบาลลูกปลาดุกอุยจนอายุครบ 30 วัน อนุบาลที่ความหนาแน่น 1,000 ตัว/ลูกบาศก์เมตร


  NURSING OF WALKING CATFISH, Clarias macrocephalus Gunther, IN CAGES  

Nipa Galsri
Pimpa Udomrath
Chaisiri Sirikul
Nakhonsawan Inland Fisheries Research and Development Center. Quare-yai, Muang. Nakhonsawan 60000

  ABSTRACT  

               A study on the effect of different stocking densities of Gunther ’s walking catfish fry (Clarias macrocephalus) was held in cages at Nakornsawan Inland Fisheries Research and Development Center from October 2001 to September 2002. Five days old at initial weight of 0.0084 g and length of 0.97 cm were stocked in cages at different density of 1,000, 2,000 and 3,000 fry/m3 for 30 and 20 days. They were fed three times a day using 30% protein pellet feed at a rate of 20% of body weight.
               The result of this study for 30 days showed that the average weight and length were 0.67?0.44, 0.69?0.59 and 0.74?0.50 g; and 4.3?0.88, 4.34?0.99 and 4.51?0.0.91 cm, respectively. The percentage of survival rate was 63.25?9.73, 32.47?9.58 and 19.02?3.70, respectively. The survival rate of 1,000 fry/m3 was significantly highest (p<0.05). Total biomass was 369.86?33.95, 469?116.51 and 509.48?77.69 g, respectively. They were no significantly in the total biomass. The average weight and length for 20 days nursing were 0.12?0.09, 0.09?0.04 and 0.07?0.04 g; and 2.49?0.40, 2.25?0.44 and 2.10?0.39 cm, respectively. The percentage of survival rate was 49.57?4.39, 41.70?1.15 and 42.98?10.22, respectively. Total biomass was 54.56?5.07, 67.40?7.7 and 85.86?8.83 g, respectively. Total biomass of 3,000 fry/m3 was significantly highest (p<0.05). This result suggests that increasing the stocking density considerably reduces the survival rate, although there is little decrease in average weight and length with increasing stocking densities.


กลับหน้าแรก