Home การเพาะเลี้ยงปลาตะเพียน

login



จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday239
mod_vvisit_counterYesterday683
mod_vvisit_counterThis week3441
mod_vvisit_counterThis month14075
mod_vvisit_counterAll543505

online

เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

แบบสำรวจ

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเวบไซด์
 

เวบไซด์เพื่อนสำนักฯ



การเลี้ยงปลาตะเพียน

 

 

การเลี้ยงปลาตะเพียนขาว

          การเลี้ยงปลาตะเพียนมีรูปแบบการเลี้ยงหลายลักษณะ  ได้แก่  การเลี้ยงในบ่อดิน  ในนาข้าว  ในร่องสวน  และการเลี้ยงปลาในกระชัง  ส่วนมากนิยมเลี้ยงปลาในบ่อดินกันมาก

 

การเลี้ยงปลาตะเพียนในบ่อดิน

          บ่อที่ใช้เลี้ยงปลาตะเพียนควรมีขนาดตั้งแต่  200  ตารางเมตรขึ้นไปน้ำลึก  1  เมตร  ควรมีการเตรียมบ่อโดยโรยปูนขาว  อัตรา  1  กิโลกรัม ต่อเนื้อที่บ่อ  10  ตารามเมตร  ถ้าเป็นบ่อเก่าควรกำจัดวัชพืชออกให้หมด  ลอกโคลนเลนและแต่งคันบ่อให้เรียบร้อย  ตากบ่อให้แห้งประมาณ  7  วัน  การใส่ปุ๋ยถ้าเป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักใส่ในอัตรา  50 – 200  กิโลกรัมต่อไร่  ถ้าเป็นปุ๋ยวิทยาศาสตร์  ใช้  4  กิโลกรัมต่อไร่  (ปุ๋ยยูเรียสำหรับอัตราการปล่อยปลาที่เหมาะสมนั้นควรปล่อย  2 – 3  ตัวต่อตารางเมตร

 
อาหาร
          ปลาตะเพียนขาวสามารถกินอาหารได้หลายชนิด  แต่โดยธรรมชาติแล้วปลาตะเพียนขาวขนาดเล็กไม่เกิน  3  นิ้ว  จะกินพวกแพลงก์ตอนพืช  และแพลงก์ตอนสัตว์  เมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้นจึงเปลี่ยนมากินอาหารเป็นพวกพืชน้ำชั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นการเลี้ยงปลาตะเพียนขาวเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงควรมีทั้งการสร้างอาหารธรรมชาติในบ่อเลี้ยงในระยะเริ่มต้น  เพื่อลดอัตราการตายเนื่องจากการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารของปลาพร้อมทั้งการให้อาหาร  สมทบที่มีโปรตีนในอาหารที่เหมาะสม
 
การให้อาหาร
          การให้อาหารปลาตะเพียนขาวจะให้ในอัตรา  3 – 10 %  ของน้ำหนักปลาที่เลี้ยง  (ปลา  100  กรัมให้อาหาร  3 – 10  กรัมขึ้นอยู่กับอายุและขนาดของปลา  ปลาขนาดเล็กจะต้องการอาหารที่มากกว่าปลาขนาดใหญ่  โดยให้วันละ  1 – 2  ครั้ง  การให้อาหารควรให้ตรงเวลา  และสม่ำเสมอในบริเวณเดียวกันทุกครั้ง
 
โรคพยาธิและการป้องกันรักษา
          ปลาตะเพียนมีการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้ค่อนข้างไว  เช่นการเปลี่ยนอุณหภูมิในรอบวัน  ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ  ความเป็นกรด ด่างของน้ำ  ตลอดจนสารพิษต่าง ๆ ที่มากระทบ  ดังนั้นการจัดการด้านคุณภาพน้ำที่ใช้เลี้ยงปลามีความจำเป็นเพราะเป็นการป้องกันการเกิดโรคไว้ล่วงหน้าก่อน
 
สาเหตุที่ทำให้ปลาเป็นโรค

          d  นำลูกปลาติดโรค พยาธิมาเลี้ยงโดยได้กำจัดโรคพยาธิเสียก่อน

          d  เลี้ยงปลาหนาแน่นเกินไป

          d  ให้อาหารมากเกินไป

          d  น้ำมีคุณภาพเสื่อมโทรมลง

          d  คุณภาพอาหารต่ำหรือไม่สด

 
 

จุลินทรีย์ในการเลี้ยงปลานิล

 

ปลาประจำหน่วยงาน

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

ข้อมูลจังหวัดพะเยา

โครงการแลกเปลี่ยนปลาซักเกอร์

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา, Powered by Joomla!