Home โรคปลา

login



จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday574
mod_vvisit_counterYesterday556
mod_vvisit_counterThis week2480
mod_vvisit_counterThis month13114
mod_vvisit_counterAll542544

online

เรามี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

แบบสำรวจ

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเวบไซด์
 

เวบไซด์เพื่อนสำนักฯ



โรคปลา
โรคตัวด่าง
อาการ แผลด่างขาวตามลำตัว ถ้าเกิดโรคระยะเวลานานแผลด่างจะกลายเป็นแผลลึกได้ ปลาที่พบว่าเป็นโรคนี้ คือ ปลาดุก ปลาช่อน ปลาบู่ และปลาสวยงาม
สาเหตุของโรค เชื้อแบคทีเรีย
การป้องกันและรักษา
1. แช่ปลาในยาเหลือง อัตราส่วน 2 มิลลิกรัมต่อน้ำ 5 ลิตร นานประมาณ 30 นาที
2. ในขณะขนส่งลำเลียงปลา ควรใส่เกลือเม็ดลงในน้ำที่ใช้สำหรับการขนปลาในปริมาณ 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ลิตร
3. ควรปรับอุณหภูมิของน้ำในถุงให้เท่ากับน้ำในบ่อก่อน
4. ใช้ด่างทับทิม จำนวน 1-3 กรัมต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่นาน 24 ชม.
5. ใช้ฟอร์มาลีน จำนวน 40-50 ซีซีต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่นาน 24 ชม.

 โรคแผลตามลำตัว
อาการ ระยะเริ่มแรกทำให้ปลาที่มีเกล็ดเกล็ดหลุดออก ส่วนบริเวณรอบๆเกล็ดที่หลุดออกนั้นจะตั้งขึ้น ถ้าเป็นปลาไม่มีเกล็ดบริเวณนั้นจะบวมขึ้นและมีสีแดง ต่อมาผิวหนังจะเริ่มเปื่อยเป็นแผลลึกจนเห็นกล้ามเนื้อ โดยแผลที่เกิดจะกระจายทั่วตัว และเป็นสาเหตุให้ปลาติดโรคเชื้อราต่อ ปลาที่พบได้แก่ ปลาดุก ปลาบู่ ปลาช่อน
การป้องกันและรักษา
1. ใช้ยาปฏิชีวนะจำพวกไนโตรฟูราโซน ในอัตราส่วน 1-2 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร แช่นาน 2-3 วัน
2. แช่ปลาที่เป็นโรคในสารละลายออกซีเตตร้าซัยคลิน หรือเตตร้าซัยคลินในอัตราส่วน 10-20 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร นาน 1-2 วัน ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง
3. การฆ่าเชื้อในบ่อเลี้ยง ใช้ปูนขาวในอัตรา 50-60 กิโลกรัม/ไร่

โรคจุดขาว
อาการ

มีจุดกลมขาวเล็กๆ ตามลำตัว สามารถสังเกตเห็นได้ชัดที่ครีบ ควงสว่านเป็นครั้งคราว บางครั้งปลาจะเอาตัวถูกับกระชัง พลิกตัวไปมาในปลาขนาดเล็ก หากทิ้งไว้ระยะหนึ่งอาการจะเปลี่ยน คือ ลำตัวจะคล้ำลงเริ่มมีอุจจาระยาวติดรูทวารหนัก ไม่กินอาหาร ชอบมารวมกลุ่มที่ผิวน้ำ หายใจหอบและตายในที่สุด พบได้ทั้งในปลากะพงขาวและปลากะรัง

สาเหตุของโรค
เกิดจากซิลิเอตโปรโตซัว (Cilicate protozoa) ในสกุลคริบโตแครีออน (Cryptocaryon sp.) เข้ามาเกาะตามภาชนะที่ใช้อนุบาลหรือเลี้ยง หรือตามวัตถุในแหล่งน้ำ เมื่อสภาวะแวดล้อมเหมาะสม เช่น อากาศเย็นที่จะแตกตัวออกมาว่ายน้ำเข้ามาเกาะปลาบริเวณผิวตัวและเหงือก ทำให้เซลล์บุผิวของผิวตัวและเหงือกเพิ่มจำนวนหนาขึ้นมาก เกิดความผิดปกติจนเหงือกแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้น้อยลง ปลาตายได้
การรักษา
แช่ในน้ำยามาลาไคท์กรีน เข้มข้น 0.1 - 0.15 ส่วนในล้านส่วน ผสมกับฟอร์มาลีนเข้มข้น 25 ส่วนในล้านส่วน แช่นาน 2-3 วัน โดยเปลี่ยนน้ำและยาพร้อมกับเปลี่ยนภาชนะที่เลี้ยงปลาด้วยทุกวัน และควรรีบรักษาเมื่อปลาเริ่มเป็นโรค
การป้องกัน
ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อกระชัง สวิง และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้อย่างสม่ำเสมอ และในช่วงที่อากาศเย็น ๆ แม้ปลาไม่เป็นโรคก็ควรแช่ยาสัปดาห์ละครั้ง และเลี้ยงปลาด้วยอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนอยู่ตลอดเวลา จะช่วยให้ปลาแข็งแรงต้านทานโรคอีกทางหนึ่ง

โรคปลิงใส

 

อาการ
สีลำตัวจะคล้ำลง อ้ากระพุ้งแก้มที่ผิวน้ำ เมื่อเปิดดูเหงือกจะเห็นขีดขาวเล็กๆ ติดอยู่และหากมีปรสิตเกาะอยู่มากๆ จะมองเห็นเหงือกมีสภาพแดงช้ำเป็นช่วงๆ ปลากินอาหารน้อยลงกว่าปกติ และมีอัตราการตายสูงถึง 40 % พบทั้งในปลากะพงขาวและปลากะรังฃ

สาเหตุของโรค
เกิดจากปรสิตพวกตัวแบน หรือที่เรียกว่า ปลิงใส จัดอยู่ในกลุ่ม monogenetic trematode เข้าไปเกาะตามตัวและเหงือก
การรักษา
1. แช่ในน้ำยาดิพเทอร์เร็กซ์เข้มข้น 0.25 - 0.5 ส่วนในล้านส่วน นาน 2-3 วัน โดยเปลี่ยนน้ำและยาทุกวัน
2. แช่ในฟอร์มาลีนเข้มข้น 250 ส่วนในล้านส่วน นาน 30 นาที วันละครั้งติดต่อกัน 3 วัน หรือจนกระทั่งหาย เมื่อเริ่มมีอาการต้องรีบรักษาหากทิ้งไว้นานเมื่อปรสิตขยายพันธุ์จะมีผลทำให้อัตรการตายสูงมาก แม้จะเป็นปลาขนาดโตถึง 12 นิ้วก็ตายได้
การป้องกัน
เมื่อนำปลาใหม่จากที่อื่นมาเลี้ยง ควรสุ่มปลาตรวจก่อนลงเลี้ยง หากพบปลิงใสเพียงเล็กน้อย  ควรกำจัดด้วยน้ำยาฟอร์มาลีนเข้มข้น 250 ส่วนในล้านส่วน นาน 30 นาที ก่อนปล่อยลงเลี้ยงรวมกับปลาอื่น

โรคเห็บระฆัง

 

 อาการ

ลำตัวจะสีคล้ำ ครีบหลังหรือ ครีบหาง จะขาดลุ่ย เหงือกอาจจะซีด และช้ำ พบทั้งในปลากระพงขาวและปลากะรัง

สาเหตุการเกิดโรค

เกิดจากโปรโตซัว ชื่อ trichodina  sp.  เรียกทั่วไปว่าเห็บระฆัง ซึ่งโปรฌตซัวชนิดนี้สามารถเพิ่มจำนวนได้ดีในแหล่งน้ำที่ถ่ายเทไม่ดี หรือแหล่งน้ำที่มีความสกปรก จากการให้อาหารมากเกินไป อาหารที่เหลือจะเป็นของเสียที่ตกตะกอนสะสมอยู่ที่พื้นดิน จะเป็นที่อยู่อาศัยของปรสิตพวกนี้ สภาพแวดล้อมที่ไม่ดี จะทำให้สัตว์น้ำเกิดการอ่อนแอ ปรสิต เหล่านี้จะเข้าไปทำลาย หรือเกาะตัวปลาทันที

การรักษา

แช่ในฟอร์มาลิน 250 ส่วนในล้านส่วน นาน 30 นาที

การป้องกันรักษา

1.หมั่นทำความสะอาด กระชังที่เลี้ยง โดยการเปลี่ยนถ่าย

2. ฆ่าเชื้อโรคที่กระชังด้วยคลอรีนเข้มข้น 30 กรัมต่อน้ำ 1000 ลิตร นาน 2 คืน

จากนั้นนำไปตากแห้ง

โรคเห็บปลา

อาการ

   ระยะแรกปลาจะพลิกตัว  ถูกกับด้านข้างของบ่อมากขึ้น จะมองเห็นเห็บปลาตัวใส ๆ

เกาะตามลำตัว ระยะต่อมา จะเห็นครีบช้ำ บางครั้ง เกล็ดจะตกเลือด ตามซอกเกล็กและในที่สุด จะเกิดขึ้นตามลำตัวมาก

สาเหตุการเกิดโรค


เกิดจากปรสิตในสกุล Caligus sp. ไปเกาะที่ใต้เกล็ดดูดเลือดปลา และทำให้เกิดแผลขึ้น
การป้องกัน
1. ควรสุ่มปลามาตรวจ หากพบว่ามีปรสิตตัวนี้อยู่แม้เพียงเล็กน้อย ต้องกำจัดให้หมดก่อนปล่อยลงแหล่งเลี้ยง
2. พยายามดูแลปลาให้แข็งแรงจะมีภูมิต้านทานไม่ติดเชื้อได้ง่าย

โรคแฟลกซิแบคเตอร์ (Flexibacteriosis)

 

อาการ
อาการของโรคในปลากะพงขาวที่เลี้ยงในน้ำจืด จะมีแผลเล็กๆ ตามตัวหางกุด มีตะกอนสีเหลืองบริเวณแผลเหล่านี้คล้ายโรคเหงือกเปื่อย แต่มีลักษณะที่แตกต่างออกไป คือ ปลาจะมีเกล็ด สำหรับอาการในปลากะรังซึ่งอยู่ในน้ำเค็ม มีเกล็ดหลุดเป็นแถบๆ มองดูเหมือนแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก
สาเหตุของโรค
เกิดจากแบคทีเรียในสกุลแฟลกซิแบค (Flexibaeter columnaris และ F.maritimus) เข้าทำลายปลาที่เกิดแผลถลอกหลังจากคัดแยก
การรักษา
ผสมยาออกซิเตตรา ไซคลินให้ปลากิน ในอัตราส่วน 150-200 มิลลิกรัม อาหาร 1 กิโลกรัม พร้อมกับแช่ด่างทับทิบเข้มข้ม 2 ppm นาน 30 นาที วันละครั้ง ติดต่อกัน 3 วัน
การป้องกัน
ต้องคัดปลาอย่างระมัดระวังไม่ให้เกล็ดหลุด หรือผิวหนังถลอก โดยเฉพาะในฤดูร้อน ควรคัดแยกปลาเฉพาะช่วงเช้าหรือเย็นเท่านั้น เพื่อลดความเครียดให้ปลา

   โรคสเตรปโตคอคัส (Streptococcus disease)

อาการ
ว่ายน้ำเฉื่อยมาก ตาโปนขาวและมีแผลนูนช้ำบริเวณโคนครีบหลัง เมื่อผ่าท้องดูจะเห็นตับช้ำเล็กน้อยม้ามและไตบวม
สาเหตุของโรค
เกิดจากแบคทีเรียในสกุลสเตปโตคอคัส (Streptocoecus sp.) เข้าไปทำลายอวัยวะภายใน โดยติดเชื้อทั้งจากอาหารจากการนำปลาเป็นโรคเข้าฟาร์ม
การรักษา
ใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น ออกซิเตตราไซคลิน ผสมอาหารในอัตราส่วนยา 150 มิลลิกรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม ให้กินติดต่อกัน 5 วัน
การป้องกัน
ให้ปลากินอาหารที่สดอยู่เสมอ ไม่ควรนำปลาเป็นโรคมาเลี้ยงปนกับปลาที่ไม่เป็นโรค ควรผ่านการตรวจและรักษาให้หายเสียก่อน

   โรคหูดปลา

อาการ
มีตุ่มเล็กๆ ใสคล้ายเม็ดสาคูจับกันเป็นก้อน ติดอยู่ตามครีบ และครีบหาง พบเฉพาะในปลากะพงขาว
สาเหตุของโรค
เกิดจากไวรัสพวก ลิมโฟซิสติส (lymphocystis) เข้าไปทำให้เซลล์ผิวหนังขยายตัวอย่างผิดปกติ
การรักษา
ไม่ต้องใช้ยา เพียงแต่อย่าไปรบกวนให้ปลาช้ำเท่านั้น อาการของโรคจะหายไปเองภายใน 2 - 3 เดือน
การป้องกัน
อย่านำปลาเป็นโรคมาเลี้ยงรวมกับปลาปกติ พร้อมกับดูแลสุขภาพปลาให้แข็งแรงอยู่เสมอ

โรคระบบประสาทตาและสมองตาย
อาการ
เริ่มต้นด้วยการลอยตัวขึ้นมาที่ผิวน้ำเป็นครั้งคราว โดยว่ายน้ำขึ้นมาหมุนตัวควงสว่าน แล้วจมลงไปอีก อาการเช่นนี้ เป็นอยู่นานประมาณ 2-3 วัน ก็จะลอยตัวอยู่ที่ผิวน้ำอย่างถาวร และเปลี่ยนเป็นอาการตัวงอ ท้องบวมมากกว่าปกติ ในปลาวัยอ่อนและวัยรุ่นจะตาย 90-100% ภายใน 1-2 วัน หลังจากแสดงอาการ แต่ในปลาขนาดโตกว่านั้นจะตายช้าอาจใช้เวลานาน 7-30 วัน
สาเหตุของโรค
เกิดจาก 90-100 เชื้อไวรัสในกลุ่ม Nodavirus เข้าไปทำลายระบบประสาทสมอง และตา
การรักษา
ยังไม่มียาและสารเคมีที่ใช้ในการรักษา
การป้องกัน
ในช่วงอนุบาลลูกปลาวัยอ่อนมาอนุบาลเป็นปลาวัยรุ่น ให้ใช้ลูกปลาที่เกิดจากไข่รุ่นแรกของแม่ปลาเท่านั้น หลีกเลี่ยงการใช้ลูกปลาจากไข่ที่ฟักรุ่นหลังๆ จะช่วยลดการเกิดโรคนี้ในโรงเพาะฟักได้มาก
โรคอิริโดไวรัส (Iridovirus disease)
อาการ
อ่อนเพลีย ลำตัวซีด ไม่กินอาหาร ตายอย่างเฉียบพลัน ภายใน 2 - 3 วัน หลังจากแสดงอาการ
สาเหตุของโรค
เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม iridovirus เข้าไปทำลายอวัยวะสร้างเลือด ซึ่งมีอยู่ในไต และม้าม
การรักษา
ยังไม่มียาและสารเคมีในการรักษา
การป้องกัน
ควรหลีกเลี่ยงการคัดแยกหรือขนย้ายปลาในฤดูแล้ง และควรพิถีพิถันในการจับปลา เมื่อย้ายบ่อหรือกระชัง
 

จุลินทรีย์ในการเลี้ยงปลานิล

 

ปลาประจำหน่วยงาน

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

ข้อมูลจังหวัดพะเยา

โครงการแลกเปลี่ยนปลาซักเกอร์

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา, Powered by Joomla!