n w    w w w w

baner
You are here:  
large small default
ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดแพร่
ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดแพร่
        
Last Updated ( Thursday, 22 December 2016 16:43 )
 
ปลาประจำหน่วยงาน PDF Print E-mail

 ปลากาดำ เป็นชื่อของปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มี ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Epalzeorhynchos chrysophekadion เดิม (Labeo chrysophekadion) อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) วงศ์ย่อย Cyprininae - Labeonini มีรูปร่างป้อม แต่หลังป่องออก ครีบหลังสูง ไม่มีก้านครีบแข็ง มีหนวดค่อนข้างยาว 2 คู่และมีติ่งเล็ก ๆ เป็นชายครุยอยู่รอบบริเวณริมฝีปาก เกล็ดเล็กมีสีแดงแซมอยู่ในแต่ละเกล็ด ครีบหางเว้าลึก ลำตัวสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม อันเป็นที่มาของชื่อ ในปลาวัยอ่อนบริเวณโคนหางมีจุดดำเด่น เมื่อโตขึ้นมาจะจางหาย มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 60 ซ.ม.
         มักหากินตามพื้นท้องน้ำ โดยการแทะเล็มตะไคร่หรือสาหร่าย พบในแม่น้ำขนาดใหญ่และแหล่งน้ำนิ่งต่าง ๆ ทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้
บริโภคโดยการปรุงสด เช่น ลาบหรือน้ำยา เนื่องจากเป็นปลาขนาดใหญ่มีเนื้อมาก และยังทำเป็นปลาร้าได้อีกด้วย อีกทั้งยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม
ปลากาดำ ยังมีชื่อที่เรียกแตกต่างออกไปตามภาษาถิ่น เช่น เพี้ย ในภาษาเหนือ อีตู๋ หรือ อีก่ำ ในภาษาอีสาน

              ปลากาดำ ( Morulius chrysophekadion ) เป็นปลาพื้นเมืองของไทย พบตามแหล่งน้ำธรรมชาติในภาคกลาง มีชุกชุมใน  ลุ่มน้ำแม่กลอง เป็นปลาน้ำจืด มีเกล็ดสีดำสนิท ลักษณะรูปร่างภายนอกคล้ายปลาตะเพียน แต่ปลากาดำตัวหนากว่าปลาตะเพียน ตัวโตมีขนาด 5-8 กก. เป็นปลาที่มีรสชาติดี นิยมบริโภคและเลี้ยงเป็นสวยงาม จึงได้มีการทดลองค้นคว้าในการผสมเทียมปลากาดำ เพื่อเพิ่มปริมาณพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ และส่งเสริมให้มีการเลี้ยง ปัจจุบันการผสมเทียมปลากาดำประสบผลสำเร็จ ทำให้มีพันธุ์ปลาปล่อยตามแหล่งน้ำธรรมชาติ และส่งขายตลาดต่างประเทศ เพื่อเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

การรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลากาดำ

             สามารถรวบรวมได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น บริเวณลุ่มน้ำแม่กลอง แม่น้ำเจ้าพระยา หรือรวบรวมจากบ่อเลี้ยงปลากาดำโดยตรง

                  

การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลากาดำ

                 เมื่อรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ได้แล้ว นำมาเลี้ยงในบ่อดินขนาด 400 ตรม.ขึ้นไป เป็นปลาที่มีการเจริญเติบโตดี ถ้าเลี้ยงในพื้นที่บ่อที่มีลักษณะกว้าง ระดับน้ำในบ่อประมาณ 1-1.2 ม. อาหารของปลากาดำได้แก่ สาหร่าย พืชผัก และตะไคร่น้ำ ควรให้อาหารสมทบ ร้อยละ 1-2 ของน้ำหนักปลาทั้งหมด วันละครั้งทุกวัน และควรถ่ายน้ำในบ่อเดือนละ 2-3 ครั้ง โดยระบายน้ำในบ่อออกประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำในบ่อ แล้วจึงระบายน้ำใหม่เข้าบ่อ
สำหรับอัตราการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลานั้น ขึ้นอยู่กับขนาดปลา ปกติ


                       


ปล่อยในอัตราขนาด 1 ตัว/5-6 ตรม.
ในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลานั้น อาจเลี้ยงแยกเพศหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าหากมีบ่อพอที่จะเลี้ยงแยกเพศผู้เพศเมียได้ก็ดี เพราะสะดวกในการคัดเลือก และทำให้พ่อแม่พันธุ์ทั้งเพศผู้และเพศเมียมีความสมบูรณ์ทางเพศเต็มที่

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลากาดำ

                        
                         

                 ปลาเพศผู้บริเวณครีบหูจะสาก ลำตัวยาวเรียวกว่าตัวเมียเล็กน้อย บริเวณท้องไม่อูม ถ้าแตะที่ท้องเบาๆจะมีน้ำเชื้อสีขาวคล้ายน้ำนมไหลออกมา สำหรับแม่พันธุ์นั้น บริเวณครีบหูลื่นไม่สากมือ เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์แล้วท้องแม่พันธุ์จะอูมและบวมเบ่งมีสีแดงอ่อน เมื่อพ่อแม่พันธุ์อายุครบ 1 ปี พ่อพันธุ์จะมีน้ำหนักประมาณ 1 กก. ขนาดความยาวประมาณ 30 ซม. และแม่พันธุ์จะมีน้ำหนักประมาณ 800 กก. ขนาดความยาว 25 ซม.
แต่ถ้าจะให้ได้ลูกปลาที่มีอัตราการรอดตายสูงแล้ว มักจะใช้พ่อแม่พันธุ์ปลากาดำที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป เพราะปริมาณไข่และน้ำเชื้อจะสมบูรณ์กว่าปลาที่มีอายุเพียง 1 ปี เมื่อคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ได้แล้ว นำมาแยกไว้คนละบ่อ

 

ปริมาณฮอร์โมนที่ใช้และระยะเวลาในการฉีด

ฮอร์โมนที่จะใช้ฉีด ใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์  Suprefact  (buserlin acetate) ในอัตรา 10-20 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กิโลกรัมร่วมกับ ยาเสริมฤทธิ์ domperidone 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักปลา  1 กิโลกรัม สามารถกระตุ้นให้แม่ปลาตกไข่ได้                                      
การฉีดฮอร์โมน

                          

                 ยาเสริมฤทธิ์ domperidone  ที่เตรียมไว้มาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำกลั่น  และฮอร์โมนสังเคราะห์ Suprefact  (buserlin acetate) แล้วฉีดให้กับแม่พันธุ์ในปริมาณที่ต้องการ ตำแหน่งที่จะฉีดนิยมฉีดที่บริเวณลำตัวโคนครีบหู พักปลาไว้ตามเดิม

การรีดไข่ผสมกับน้ำเชื้อ

              หลังจากฉีดฮอร์โมนแล้ว แล้วประมาณ 6-8 ชม. ก็จับแม่ปลากาดำที่ฉีดฮอร์โมนมาตรวจดูว่าพร้อมที่จะทำการรีดไข่ได้แล้วหรือไม่ โดยบีบดูที่บริเวณช่องท้องเบาๆ ถ้าแม่พันธุ์มีไข่สุกเต็มที่พร้อมที่จะผสมพันธุ์ไข่จะไหลออกมา จากนั้นจึงนำแม่พันธุ์ขึ้นมาใช้ผ้าที่สะอาดเช็ดตามตัวให้แห้ง แล้วจึงทำการรีดไข่ใส่กะละมัง แล้วนำพ่อพันธุ์ปลากาดำที่เตรียมไว้มารีดน้ำเชื้อผสมลงไปในกะละมัง ใช้ขนไก่ที่สะอาดคนให้เข้ากันดีประมาณ 1-2 นาที จึงนำไข่ปลากาดำไปล้างให้สะอาด 2-3 ครั้ง แล้วจึงนำไปเพาะฟักต่อไป

การเพาะฟัก

             เตรียมบ่อเพาะฟักโดยใช่บ่อซีเมนต์แขวนเปลผ้าไนล่อนกางไว้ในบ่อขนาดของเปลผ้าประมาณ 1.5 x 2 x 1 ม. โดยผูกเปลผ้าเอาไว้แล้วเติมน้ำในบ่อซีเมนต์ให้มีระดับต่ำกว่าขอบบนของเปลผ้าไนล่อนประมาณ 20 ซม. รวบรวมไข่ที่ผสมแล้วโปรยลงในบ่อเพาะฟักที่มีเปลผ้าไนล่อนรองรับ มีกระแสน้ำไหลผ่านตลอดเวลา ทิ้งไว้ประมาณ 12-15 ชม.อุณหภูมิที่พอเหมาะในการเพาะฟักไข่ปลากาดำนั้นอยู่ในระหว่าง 25-28 องศาเซลเซียส
               ในการเพาะฟักถ้ามีจำนวนเปลปลาไนล่อนในการเพาะฟักมากๆจะดี เพราะไข่จะได้ไม่แน่นจนเกินไป ซึ่งจะช่วยให้ลูกปลากาดำมีอัตราส่วนรอดมากด้วย
                 การเพาะฟักอีกวิธีหนึ่งก็คือ การใช้ถังไฟเบอร์กลาสขนาด 2 ตันเพาะฟักโดยเปิดน้ำผ่านเข้าถังไฟเบอร์กลาส เพื่อให้ไข่หมุนเวียตลอดเวลา

การอนุบาลลูกปลากาดำ

ลูกปลากาดำอายุ 25 วัน


  

ลูกปลากาดำอายุ 45 วัน

       หลังจากฟักออกเป็นตัวแล้วประมาณ 10 ชม. จึงย้ายลูกปลาลงในอวนเปลที่มีน้ำพ่นหรือเครื่องช่วยให้อากาศในระยะแรก ลูกปลาจะกินอาหารจากถุงไข่แดง หลังจากนั้นประมาณ 1 วันถุงไขแดงจะยุบ จึงให้อาหารสมทบซึ่งให้อาหารพวกไข่ต้มใช้เฉพาะไข่แดงบดละเอียดละลายน้ำสาดให้ทั่วเปลผ้าไนล่อน หลังจากเลี้ยงด้วยไข่แดงประมาณ 2 วัน จึงใช้รำละเอียดผสมกับน้ำสาดให้ทั่ว เพื่อลูกปลาจะได้ใช้เป็นอาหารต่อไป เมื่อลูกปลาอายุได้ประมาณ 5 วัน จึงนำไปปล่อยในบ่อดินที่เตรียมไว้                                                                                    
การเตรียมบ่อเพื่อเลี้ยงลูกปลากาดำ                                                                                                          
        ทำการกำจัดศัตรูของปลาเสียก่อนโดยตากบ่อให้แห้งประมาณ 4-5 วัน   แล้วเติมน้ำลงไปประมาณ 30 ซม. ทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงเติมน้ำเข้าบ่อสูงประมาณ 1 เมตร โดยสังเกตดูว่าน้ำในบ่อดินออกสีเขียว แสดงว่าเกิดแพลงค์ตอน ซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติ แล้วนำลูกปลาไปปล่อยในบ่อนั้นได้ หลังจากนั้น 1 เดือน ลูกปลากาดำจะมีความยาวประมาณ 2.5 ซม.  ก็ทำการรวบรวมลูกปลาไปปล่อยในบ่อดินขนาดใหญ่เพื่อเลี้ยงต่อไป โดยปล่อยในอัตรา 2 ตัว/1 ตรม. หรือ 3,000 ตัว/เนื้อที่ 1 ไร่

Last Updated ( Monday, 18 May 2015 15:25 )
 
แกลอรี่บอร์ดปลาประจำหน่วยงาน

ปลากาดำ

กบนา

กบนา  (ตอนที่ 1)

กบนา (ตอนที่ 2)

กบนา (ตอนที่ 3)

กบนา (ตอนที่ 4)

ปลากาดำ (ล่าสุด)

Last Updated ( Sunday, 20 July 2014 13:46 )
 
ภาพกิจกรรมหน่วยงาน PDF Print E-mail

วันที่  ๒๙  กรกฎาคม  ๒๕๕๗  สำนักงานประมงจังหวัดแพร่ โดยประมงจังหวัดแพร่  (นายยงยุทธ  อุนากรสวัสดิ์)  จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพาะพันธุ์ปลาเคลื่อนที่ Mobile hatcheries unit    ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดแพร่ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่  (นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล) เป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอหนองม่วงไข่  นายกเทศมนตรีตำบลหนองม่วงไข่  และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมงานดังกล่าว

การตรวจติดตามผลการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกรมประมง เขต 16  
ผู้ตรวจเขมชาติ จิวประสาท
วันที่ 17 พฤษภาคม 2557  ประชุมหัวหน้าส่วนราชการกรมประมงในเขต 16
ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดแพร่

  

สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)




 

  
 

Last Updated ( Monday, 18 August 2014 11:21 )
 
ข่าวประชาสัมพันธ์

 

 แบบฟอร์ม ๕ แบบฟอร์มข้อตกลงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของงานของข้าราชการ

     

         1.       นายวีรพล  เรืองศรี         นักวิชาการประมงปฏิบัติการ       

 

 2.     นายสิทธิวัฒน์ รันศรี        นักวิชาการประมงปฏิบัติการ   

 

 2.1    นายสิทธิวัฒน์ รันศรี       นักวิชาการประมงปฏิบัติการ  

 

 3.         นางโสภิต ชาญศุภภัช      เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน  

 

 4.         นางสาวพัชรี  สิงห์สม      เจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน   

 

แบบรายงานผลความคืบหน้าการดำเนินงานเพื่อตอบสนอง
นโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

การแจ้งเตือนเฝ้าระวังภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นแก่เกษตรกร
หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ
ด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน


Last Updated ( Monday, 15 August 2016 14:37 )
 
<< Start < Prev 1 2 Next > End >>

Page 1 of 2