logo

Thursday 18th of September 2014

"ในการปฏิบัติราชการนั้น ขอให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ อย่านึกถึงบำเหน็จรางวัลหรือผลประโยชน์ให้มาก ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ เป็นทั้งรางวัลและประโยชน์อย่างประเสริฐ จะทำให้บ้านเมืองไทยของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว " Home ข้อมูลด้านการประมง การเพาะเลี้ยงหอย หอยชักตีน
หอยชักตีน PDF พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 8
แย่ดีที่สุด 

หอยชักตีน ทำไมต้องชักตีน
     หอยชักตีนหรือหอยสังข์กระโดดมีชื่อสามัญว่า Dog Conch ,WING SHELL ชื่อวิทยาศาสตร์ Strombus canarium พบอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นทรายปนโคลน และบริเวณหญ้าทะเลเขตน้ำขึ้น-ลง ไปจนถึงในระดับความลึกประมาณ 55 เมตร มีการเก็บมาใช้บริโภคเป็นอาหารในหลายประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เปลือกนำมาใช้ประโยชน์ในงานหัตถกรรม ในประเทศไทยพบมีแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน คือ กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต และสตูล

ชีววิทยาทั่วไป
     หอยชักตีนเป็นหอยทะเลชนิดหนึ่ง ที่ขูดกินสาหร่ายและซากอินทรียสารต่างๆเป็นอาหารการสืบพันธุ์เป็นแบบผสมภายใน โดยมีเพศผู้ เพศเมียแยกกัน จับคู่ผสมพันธุ์กันหลังหุ้มลักษณะเป็นสายยาวสีขาว ขดเป็นกระจุกคล้ายเส้นหมี่ ไข่จะพัฒนาใช้ระยะเวลาประมาณ 4-5 วัน จึงฟักออกเป็นตัวลูกหอย ซึ่งจะดำรงชีวิตว่ายน้ำ กรองกินแพลงก์ตอนพืชเล็กๆเป็นอาหารอยู่ประมาณ 11-14 วัน จึงพัฒนาเข้าสู่ระยะลงพื้น เปลี่ยนการดำรงชีวิตเป็นขูดกินตะไคร่สาหร่ายหรืออินทรียสารต่างๆ ลูกหอยที่ได้จากการเพาะพันธุ์จะเจริญเติบโตขนาดความยาวเปลือก 0.5-1 ซม. ภายในระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน เป็นหอยฝาเดียวที่ทนต่อสภาพแวดล้อมสูง เปลือกค่อนข้างหนา เป็นรูปกรวยยาวประกอบด้วยสารหินปูนหนาผิวเปลือกนอกส่วนใหญ่ไม่เรียบ ขอบปากเปลือกหนามากและยื่นออกไปคล้ายปีก ขอบปากด้านหน้าเว้าเข้า สีลำตัวจะเป็นสีน้ำตาลอมดำ ปกติหอยชักตีนจะฝังตัวอยู่ใต้พื้นทรายปนโคลนออกหากินในเวลากลางคืน โดยโผล่ขึ้นมาจากพื้นทะเล หอยชักตีนจะยื่นส่วนเท้าออกมาใช้สำหรับเคลื่อนที่ มีหนวด 1 คู่และมีตาอยู่บนหนวด ตาของหอยชักตีนใช้สำหรับรับรู้เกี่ยวกับแสงสว่างเท่านั้น มันจะกินพวกเนื้อปลา และซากสัตว์ (ปลา หอย กุ้ง)ที่ตายแล้ว (detritus) โดยจะยื่นงวงยาว(proboscis) ออกมาจากช่องปากซึ่งอยู่ระหว่างคู่หนวดไปดูดอาหารเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารเพื่อย่อยและดูดซึมไปใช้ต่อไป
หอยชักตีนจะมีส่วนที่เป็นลักษณะเป็นท่อสำหรับการดูดน้ำทะเลเข้าสู่ภายในตัว เรียกว่า ไซฟอน เพื่อให้น้ำทะเลผ่านเหงือกและรับออกซิเจนเข้าไปเผาผลาญอาหารให้เกิดพลังงานนำไปใช้ในขบวนการต่างๆภายในร่างกาย เพื่อการดำรงชีพและการเจริญเติบโตต่อไป

แหล่งที่อยู่อาศัยและการแพร่กระจาย
     ในธรรมชาติหอยชักตีนจะอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลที่มีพื้นทะเลเป็นดินทรายปนโคลนระยะห่างจากฝั่งประมาณ 50-1,000 เมตร พบแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณที่มีหญ้าทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน

วิธีการเพาะพันธุ์และการเลี้ยงหอยชักตีน
1. นำพ่อแม่พันธุ์หอยชักตีนที่รวบรวมได้จากธรรมชาติ มาเลี้ยงไว้ในถังไฟเบอร์กลาส ขนาด 1 ตัน ดูดตะกอน เปลี่ยนน้ำอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน
2. กระตุ้นให้หอยผสมพันธุ์วางไข่ โดยวิธีการปล่อยน้ำออกจากบ่อพ่อแม่พันธุ์ให้แห้ง แล้วเติมน้ำทะเลใหม่ลงไปหลังจากนั้นประมาณ 2-3 วัน หอยจะผสมพันธุ์วางไข่ หอยจะวางไข่ตอนกลางคืนจนถึงเช้าตรู่ การกระตุ้นให้หอยผสมพันธุ์และวางไข่โดยการปล่อยแห้งและเปลี่ยนน้ำใหม่นั้น พบว่าหอยจะผสมพันธุ์วางไข่ได้ตลอดทั้งปี
3. นำไข่หอยมาฟักในตะแกรงฟักไข่ เตรียมถังอนุบาลหอยไข่ที่อยู่ในฝักจะเริ่มแบ่งเซลล์ จนถึงระยะ trochophore larvae (ตัวอ่อนระยะแรกจะพัฒนาในฝักไข่) หลังจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ระยะ veliger larvae (ตัวอ่อนระยะที่ 2) มีเปลือกวงแรกและมี velum 1 คู่ เคลื่อนไหวอยู่ในฝักไข่ ซึ่งใช้เวลาอยู่ในฝักไข่ประมาณ 3-5 วัน ฝักไข่จึงเปิดออกทางช่องเปิดด้านบนปล่อยให้ veliger larvae ว่ายน้ำออกมา
4. เมื่อลูกหอยฟักเป็นตัวแล้ว แยกมาเลี้ยงในถังอนุบาลโดยน้ำที่ใช้ต้องเป็นน้ำผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระบบ uv ใส่สาหร่ายเซลล์เดียวชนิด Isochorysis sp.Chaetoceros sp.และ (Development) ลูกหอยจะอยู่ในระยะ veliger larvae ประมาณ 15-18 วัน ในระหว่างนี้ลูกหอยจะมีเปลือกขนาดใหญ่ velum ลดขนาดลงและเริ่มจมตัวลงสู่พื้นเป็นตัวเต็มวัย ขนาดความยาวเปลือกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร และจะเปลี่ยนนิสัยการกินอาหารจากแพลงก์ตอนพืชไปเป็นพวกเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อปลา เนื้อหอย
5. เมื่อลูกหอยเริ่มลงเกาะพื้น ( early juvenile )ระยะเริ่มแรกให้ไข่ตุ๋นจนลูกหอยลงพื้นหมดแล้วให้เนื้อปลาสับละเอียดผสมวิตามินรวมเป็นอาหาร

วงจรชีวิตและการสืบพันธุ์
     หอยชักตีนเป็นสัตว์แยกเพศ สามารถจำแนกเพศได้ชัดเจนโดยหอยเพศผู้จะปรากฎอวัยวะเพศ (penis) เป็นติ่งแบนยื่นออกมาจากบริเวณใต้โคนหนวดด้านขวา ส่วนหอยเพศเมียจะไม่ ปรากฎติ่งแบน หอยชักตีนสามารถวางไข่ได้ตลอดลักษณะไข่หอยชักตีนจะเป็นสายยาวขด ๆ คล้ายเส้นบะหมี่ จะมีสีขาวขุ่นๆ ฝักไข่ที่ถูกปล่อยออกมาติดกับพื้นหรือวัสดุรองพื้นจะเริ่มพัฒนาตัวเองโดยการแบ่งเซลล์ เพิ่มจำนวนเซลล์ฟักออกมาเป็นตัวอ่อนที่ว่ายน้ำได้ ลักษณะคล้ายผีเสื้อเรียกว่า veliger larvae โดยใช้เวลา 3.5 วัน
     ลูกหอยวัยอ่อนระยะ veliger larvae นี้จะมีรูปร่างคล้ายผีเสื้อ ล่องลอยอยู่กลางน้ำโดยมี velum จะมีขน (cslia) คอยพัดโบกเพื่อช่วยในการลอยตัวและพัดอาหารเข้าปาก อาหารของลูกหอยระยะนี้จะกินสาหร่ายเซลล์เดียวจำพวกไดอะตอม (diatom) ได้แก่ ไอโซไคซิส (Isochrysis sp.) คีโตเซอรอส ลูกหอยจะพัฒนาตัวเองโดยมีขนาดใหญ่ขึ้น การลงสู่พื้นเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆประกอบกันได้แก่ ความหนาแน่นของลูกหอย อาหาร คุณสมบัติของน้ำ ฯลฯ ใช้เวลาประมาณ 13-20 วัน ลูกหอยที่ลงสู่พื้นจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างพฤติกรรมการกินอาหารและการอาศัยอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้ เรียกว่า metamorphosis เริ่มเคลื่อนที่ไปมาอยู่บริเวณพื้นบ่อและเริ่มเกาะกินเนื้อปลาหรือเนื้อหอย หรือซากสัตว์อื่นๆได้บ้าง หลังจากนั้นปีกจะหดมีเท้ายื่นออกมาเหมือนตัวแม่
ลูกหอยชักตีนเมื่อเริ่มคืบคลานได้แล้วจะมีพฤติกรรมเหมือนตัวเต็มวัยคือจะฝังตัวอยู่ใต้ดินทรายปนโคลน และโผล่ขึ้นมามากินอาหารโดยใช้งวงยาวยื่นออกมาดูดอาหารจำพวกซากสัตว์ที่ตายแล้ว เรียกลูกหอยชนิดนี้ว่า early juvenile ขนาดตัวจะเริ่มใหญ่ขึ้น ถ้าอาหาร สภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมจะมีขนาด 1 เซนติเมตร ลูกหอยชักตีนขนาดนี้จะมีความแข็งแรงและทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวลล้อมได้ดีมากเหมาะที่จะนำไปเลี้ยงเป็นหอยตลาดขนาดที่ตลาดต้องการ หอยชักตีนขนาด 1 เซนติเมตร ใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน ก็จะเป็นหอยชักตีนขนาดประมาณ 4 เซนติเมตร ซึ่งมีความสมบูรณ์เพศพร้อมจะสืบพันธุ์ได้

พฤติกรรมการกินอาหาร
     หอยชักตีนเป็นสัตว์ที่ชอบออกหากินตอนกลางคืน โดยในเวลาปกติหอยชักตีนจะฝังตัวอยู่ใต้ทรายปนโคลนที่พื้นทะเล หอยชักตีนจัดเป็นสัตว์อยู่ในจำพวกกินซาก (scarventure) โดยชอบกินซากสัตว์มากกว่าซากพืช หอยชักตีนจะยื่นงวง (proboscis) ออกมาจากปากแล้วไปดูดกินซากสัตว์จนอิ่มแล้วจะเคลื่อนที่ไปมา สักพักก็จะกลับไปฝังตัวตามเดิม

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม (ดิน น้ำ)
     
หอยชักตีนเป็นสัตว์ทะเล ดังนั้นปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงชีพ และการเจริญเติบโตที่สำคัญ คือความเค็มและอุณหภูมิ เนื่องจากน้ำทะเลอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมายในระดับความเค็มของน้ำทะเลตามธรรมชาตินั้น มีความสมดุลกับความเข้มข้นของแร่ธาตุต่างๆ ภายในร่างกายของหอยชักตีนซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ของขบวนการต่างๆภายในตัวและการสร้างเปลือกเพื่อการการเจริญเติบโตและแข็งแรงสมบูรณ์ได้ หอยชักตีนมีความสามารถในระดับหนึ่งที่จะปรับตัวต่อระดับความเค็มที่เปลี่ยนแปลงไปโดยขึ้นอยู่กับระยะการพัฒนาและขนาดของหอย ลูกหอยชักตีนตั้งแต่ฟักออกมาฝักไข่จนถึงขนาด 1 เซนติเมตร ต้องการความเค็มของน้ำอยู่ระหว่าง 30-32 ส่วนในพันส่วน และอุณหภูมิ 24-27 องศาเซลเซียส ลูกหอยชักตีนขนาด 1 เซนติเมตร ขึ้นไป ต้องการความเค็มของน้ำอยู่ระหว่าง 29-31 ส่วนในพันส่วน และอุณหภูมิ 26-28 องศาเซลเซียส คุณสมบัติน้ำอื่นๆ เหมือนกับการเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วๆไป ในปัจจุบันหอยชักตีนถูกนำมาใช้ประโยชน์จำนวนมากโดยในบางครั้งหอยยังมีขนาดเล็ก ทำให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไม่คุ้มค่า และขาดแคลนพันธุ์หอยที่จะเจริญเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์ในแหล่งน้ำธรรมชาติ

 

 

ผู้อำนวยการศูนย์ฯ

boss57.gif

แบบสอบถาม

ความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บไซต์
 

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday624
mod_vvisit_counterYesterday889
mod_vvisit_counterThis week3411
mod_vvisit_counterThis month14464
mod_vvisit_counterAll622436

online

เรามี 11 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

login



World Time


ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: Free Joomla Theme, shared hosting. Valid XHTML and CSS.

canakkale canakkale canakkale truva search