logo

Wednesday 16th of April 2014

"ในการปฏิบัติราชการนั้น ขอให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ อย่านึกถึงบำเหน็จรางวัลหรือผลประโยชน์ให้มาก ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ เป็นทั้งรางวัลและประโยชน์อย่างประเสริฐ จะทำให้บ้านเมืองไทยของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว " Home ข้อมูลด้านการประมง การเพาะเลี้ยงหอย หอยตลับ
หอยตลับ PDF พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 6
แย่ดีที่สุด 


หอยตลับ
     หอยตลับ หรือที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ กัน เช่น หอยหวาน หอยตลับลาย หอยขาว เป็นต้น นับเป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่มีค่าทางเศรษฐกิจ เปลือกหนา ผิวเปลือกเป็นมันเงาสวยงาม มีสีและลวดลายต่างๆ กัน ตั้งแต่สีขาวเรียบ สีครีม ลายสีน้ำตาลอ่อน ไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม หอยในกลุ่มหอยตลับมีหลายชนิด พบทั้งทางฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน ที่สำคัญได้แก่ชนิด Meretrix meretrix พบมากทางฝั่งอ่าวไทย เช่น จังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฏร์ธานี และชนิด Meretrix casta พบมากทางฝั่งอันดามัน และแถบจังหวัดสมุทรสงคราม ชลบุรี หอยตลับนอกจากจะใช้บริโภคเป็นอาหารทะเลรสดี ซึ่งใช้บริโภคทั้งภายในประเทศ และแกะเนื้อส่งจำหน่ายไปยังต่างประเทศเป็นจำนวนมากแล้ว เปลือกหอยยังใช้ประโยชน์ในการนำมาประดิษฐ์เป็นของที่ระลึก ของประดับตกแต่งต่างๆ จึงมีการเก็บหอยตลับขึ้นมาใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิด M. meretrix ซึ่งมีเปลือกลวดลายสีสันสวยงาม ทำให้พันธุ์หอยในธรรมชาติมีปริมาณลดน้อยลงในทุกแหล่งการแพร่กระจาย หอยตลับชนิด M. meretrix มีราคาจำหน่ายประมาณกิโลกรัมละ 35-50 บาท ส่วนชนิด M. casta มีปริมาณมากและมีราคาถูกกว่า คือกิโลกรัมละประมาณ 15-20 บาท
     ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เดิมเคยพบหอยตลับอยู่ชุกชุมตามชายฝั่งทะเลตั้งแต่อำเภอปราณบุรี กุยบุรี อ่าวมะนาว หาดห้วยยาง อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอบางสะพานน้อย แต่ปัจจุบันพบว่ามีจำนวนลดน้อยลงน้อย และขนาดที่มีการจับมาบริโภคและใช้ประโยชน์มีขนาดเล็กลงมาก เนื่องจากมีการนำขึ้นมาใช้มากเกินกว่าที่ธรรมชาติจะทดแทนได้ทัน การลดปริมาณลงของประชากรหอยตลับนี้ เป็นเรื่องที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงห่วงใย และมีพระราชเสาวนีย์ว่าควรทำการอนุรักษ์ไว้ กรมประมง โดยศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ (ปัจจุบันคือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์) ได้เคยทดลองเพาะขยายพันธุ์หอยตลับและประสบผลสำเร็จเบื้องต้นในการเพาะและอนุบาลลูกหอยตั้งแต่ปี 2528 (ทรงชัย สหวัชรินทร์ และคณะ, 2530) แต่หลังจากนั้นได้หยุดชะงักไปจนกระทั่งปี 2542 จึงได้เริ่มวางแผนดำเนินงานใหม่ เนื่องจากพบว่าประชากรหอยตลับในธรรมชาติที่อ่าวมะนาว จ. ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเคยมีชุกชุม ได้ถูกจับขึ้นมาจำหน่ายเป็นอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และมีการจับหอยขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ จึงต้องศึกษาวิจัยและทำการเพาะขยายพันธุ์ขึ้นเพื่อทดแทน โดยได้รวบรวมหอยตลับจากแหล่งธรรมชาตินำมาทำการทดลองเพาะพันธุ์ สามารถผลิตลูกพันธุ์หอยตลับได้จำนวนมาก และนำลงปล่อยในทะเล ที่อ่าวมะนาว อ่าวประจวบคีรีขันธ์ และหาดวนกร นับตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา

ชีววิทยาทั่วไป

     หอยตลับเป็นหอยสองฝาที่จัดอยู่ในครอบครัว (Family) Veneridae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Meretrix meretrix (L., 1758) มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 8 - 10 ซม. พบอาศัยตามชายฝั่งทะเลในบริเวณที่เป็นทรายละเอียดปนโคลนในเขตน้ำขึ้น-ลง โดยฝังตัวอยู่ใต้พื้นทรายลึกประมาณ 5 - 10 ซม. หอยตลับมีเพศแยก แต่ไม่สามารถจำแนกเพศผู้เพศเมียจากลักษณะภายนอกได้ การสืบพันธุ์จะปล่อยน้ำเชื้อและไข่ออกไปผสมกันในน้ำทะเล หอยตลับในอ่าวไทยมีการสืบพันธุ์ได้ตลอดปี ช่วงฤดูที่พบการสืบพันธุ์มากที่สุดอาจแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละพื้นที่ แต่จากข้อมูลที่มีการศึกษาที่จังหวัดตราด ตั้งแต่ปี 2526-2527 พบว่าหอยตลับมีช่วงฤดูวางไข่และน้ำเชื้อมากที่สุด 2 ช่วง คือระหว่างเดือนมิถุนายน - สิงหาคม และระหว่างเดือน พฤศจิกายน - มกราคม หอยตลับเริ่มมีการเจริญของเซลล์สืบพันธุ์ตั้งแต่ขนาด 2.25 ซม. ขึ้นไป (สุนันท์ ทวยเจริญ และ ปรานอม เบ็ญจมาลย์, 2529) จากการทดลองเพาะขยายพันธุ์พบว่าหอยตลับจะสมบูรณ์เพศเต็มที่สามารถสืบพันธุ์ได้ดีเมื่อมีขนาดไม่น้อยกว่า 4 ซม. ขึ้นไป การดูเพศของหอยตลับจากลักษณะภายนอกไม่สามารถทำได้ จะจำแนกเพศได้เมื่อผ่าตรวจดูส่วนของอวัยวะสร้างเซลล์สืบพันธุ์เท่านั้น
       ไข่หอยตลับมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.070-0.075 มม. มีถุงวุ้นหุ้ม ไข่ที่ผสมแล้วจะเจริญจนเป็นตัวอ่อนระยะที่มีเปลือกหุ้มสมบูรณ์ มีขนาด 0.10-0.12 มม. ภายในเวลาประมาณ 16 ชั่วโมงหลังการผสม ลูกหอยระยะแรกจะว่ายน้ำล่องลอยกินแพลงก์ตอนพืชเป็นอาหารอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ จนมีขนาดประมาณ 0.19-0.20 มม. จากนั้นจะพัฒนาลงสู่พื้น อาศัยฝังตัวในพื้นทะเลต่อไป ลูกหอยที่ได้จากการเพาะพันธุ์และอนุบาลในโรงเพาะอายุ 2 เดือนจะมีขนาดประมาณ 0.4-4.5 มม.
      ขนาดของลูกหอยตลับที่เหมาะสมจะนำลงปล่อยในแหล่งธรรมชาติได้ คือมีความยาวเปลือกประมาณ 0.5 ซม. ขึ้นไป ต้องใช้เวลาอนุบาลในโรงเพาะพันธุ์นานประมาณ 3-4 เดือน

การเพาะพันธุ์หอยตลับ

       ดำเนินการโดยรวบรวมพ่อแม่พันธุ์หอยจากแหล่งธรรมชาตินำมากระตุ้นให้ปล่อยไข่และน้ำเชื้อ หรืออาจนำมาทำการขุนเลี้ยงไว้ในโรงเพาะให้มีความสมบูรณ์แล้วจึงทำการเพาะ การขุนเลี้ยงอาจทำในถังไฟเบอร์กลาสแบบยาว โดยใส่ทรายจากแหล่งหอยให้หอยฝังตัวลึกประมาณ 6-7 ซม. จัดระบบน้ำทะเลไหลผ่านตลอด ผสมอาหารได้แก่แพลงก์ตอนพืชเซลล์เดียวต่างๆ ที่ทำการเพาะเลี้ยงให้เป็นอาหารหอย อัตราการไหลของน้ำทะเลประมาณ 0.5 - 1 ลิตร/นาที เมื่อหอยมีความสมบูรณ์ซึ่งดูได้จากการสุ่มผ่าตัวอย่างหอยมาตรวจสอบไข่และน้ำเชื้อ แล้วจึงนำมาทำการเพาะพันธุ์
การกระตุ้นให้หอยตลับปล่อยไข่และน้ำเชื้อทำโดยการใช้สารละลาย Serotonin ความเข้มข้น
2 mM ฉีดเข้าในเนื้อเยื่อหอยในปริมาณตัวละ 0.3-0.5 มิลลิลิตร แล้วแยกหอยแต่ละตัวใส่ไว้ในบีกเกอร์ใส่น้ำทะเลสะอาดเพื่อตรวจการปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ของแต่ละตัวว่าเป็นไข่หรือน้ำเชื้อ หอยที่สมบูรณ์จะปล่อยน้ำเชื้อหรือไข่ออกมาภายในเวลาประมาณ 5-30 นาทีหลังการฉีด
      เมื่อรวบรวมได้ไข่และน้ำเชื้อแล้ว ทำการผสม แล้วนำลงฟักและอนุบาลในถังไฟเบอร์กลาส ใช้น้ำทะเลที่ผ่านการกรองและฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ให้ฟองอากาศเบาๆ เริ่มเปลี่ยนถ่ายน้ำในวันรุ่งขึ้นหลังการผสมหลังจากลูกหอยพัฒนาเข้าสู่ระยะมีเปลือกห่อหุ้มตัวสมบูรณ์แล้ว และเริ่มให้อาหารได้แก่แพลงก์ตอนพืชเซลล์เดียวชนิด Isochrysis galbana ความหนาแน่นของเซลล์อาหารในถังอนุบาลเริ่มต้นประมาณ 10,000 เซลล์/มิลลิลิตร หลังจากนั้นเปลี่ยนน้ำวันเว้นวัน ให้อาหารทุกวัน โดยจะเพิ่มปริมาณอาหารซึ่งขึ้นอยู่กับอัตราการกรองกินอาหารของลูกหอย และเพิ่มแพลงก์ตอนพืชชนิดอื่นๆ เช่น Chaetoceros, Tetraselmis เมื่อลูกหอยโตขึ้น จนกระทั่งเข้าสู่ระยะลงพื้น
      เมื่อลูกหอยลงพื้นแล้วจะทำการอนุบาลโดยใส่ในตะแกรงผ้ากรอง จัดให้น้ำทะเลและอาหารไหลผ่านตะแกรงโดยใช้ระบบ air-lifted downflowing จนกระทั่งลูกหอยมีขนาดโตขึ้นประมาณ 1-2 มม. ขึ้นไป จึงปรับใช้ระบบ upwelling เปิดน้ำทะเลผสมอาหารไหลผ่านตลอด ซึ่งสามารถอนุบาลลูกหอยจนได้ขนาดที่พร้อมจะปล่อยลงแหล่งธรรมชาติได้
แม่หอยตลับขนาดประมาณ 5-8 ซม. จะให้ไข่ได้ตั้งแต่ประมาณ 200,000-3,000,000 ฟอง หรือเฉลี่ยประมาณ 500,000 ฟอง ในการวางไข่ครั้งหนึ่งๆ อัตราการฟักของลูกหอยตลับที่ทำการเพาะเลี้ยงประมาณ 40-70 % อาจมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไข่และน้ำเชื้อและปัจจัยประกอบอื่นๆ อัตราการรอดตายของลูกหอยจากระยะแรก (D-shaped larvae) จนถึงอายุ 2 เดือน (ขนาด 0.4-4.5 มม.) ประมาณ 1-50 %

 

 

ผู้อำนวยการศูนย์ฯ

boss57.gif

แบบสอบถาม

ความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บไซต์
 

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday555
mod_vvisit_counterYesterday399
mod_vvisit_counterThis week1265
mod_vvisit_counterThis month7511
mod_vvisit_counterAll533218

online

เรามี 17 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

login



World Time


ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: Free Joomla Theme, shared hosting. Valid XHTML and CSS.

canakkale canakkale canakkale truva search