โครงการประมงท้องนา![]()
เพื่อพัฒนาอาชีพและการสร้างงาน
หลักการและเหตุผล
1.1 ประมงท้องนา : ภูมิปัญญาไทยในอดีต
ท้องนานอกจากเป็นแหล่งปลูกข้าว ยังเป็นแหล่งจับสัตว์น้ำที่สำคัญยิ่งของชาวชนบทไทยมาช้านาน ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในท้องนาในอดีตมีปัจจัยเกื้อหนุน ดังนี้
1.มีสัตว์น้ำที่เหมาะสมต่อการอาศัยในสภาพนิเวศน์แบบท้องนาที่สลับกับความแห้งแล้วตามฤดูกาล เรียก "พันธุ์สัตว์น้ำท้องนา" เช่น ช่อน ดุก หมอ หลด ฯลฯ รวมทั้งหอยและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ (กบ เขียด) ซึ่งสามารถปรับตัวให้อยู่ในธรรมชาติได้อย่างน่าพิศวง ของแต่ละฤดูกาลฃ
2. มีแหล่งดำรงพันธุ์ที่เหมาะสมเพียงพอ คือมีแหล่งน้ำถาวร ที่มีน้ำตลอดปี เช่น ห้วย หนอง คลอง บึง ฯลฯ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยและหลบภัยของสัตว์น้ำท้องนาในฤดูแล้ง และในฤดูฝนก็สามารถอพยพ หรือแถกเหงือกเข้าสูุ่ลุ่มและแปลงนาเพื่อหากินและวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน เมื่อถึงฤดูแล้งก็อพยพกลับสู่แหล่งน้ำถาวร รอจนถึงหน้าฝนจึงเริ่มวัฎจักรของชีวิตใหม่
3. วิถีชีวิตของคนไทยในอดีต การมีจารีตประเพณีที่แฝงปรัชญาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างชาญฉลาด การทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษ การจับสัตว์น้ำเพื่อการดำรงชีพ การทำบุญปล่อยปลา นับว่ามีส่วนเกื้อกูลวัฎจักรชีวิตสัตว์น้ำอย่างสมบูรณ์
1.2 ประมงท้องนา :ภูมิปัญญาท้องถิ่้นทุ่งกุลาร้องไห้
ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นท้องทุ่งพื้นที่แบบแอ่งกระทะครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร สุรินทร์ และ ศรีะสะเกษ นอกจากเป็นแหล่งในการปลูกข้าวหอมมะลิแล้วยังพบว่าเป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำท้องนา สำหรับบริโภคในครัวเรือน และส่งขายไปยังที่ต่าง ๆ เป็นมูลค่ามหาศาล จากการศึกษาพบว่าสัตว์น้ำทั้งหมด เป็นสัตว์น้ำทั้งหมด เป็นสัตว์น้ำที่ได้จากสระปลา ซึ่งมีจำนวนเฉลี่ย 2.7 สระ ต่อครัวเรือน มีการเก็บผลผลิตและปล่อยสัตว์น้ำบางส่วนคืนสู่สระปลา และใช้วัสดุ เช่น ตอไม้ หนาม กิ่งไม้ ฯลฯ สุ่มไว้เพื่อป้องกันขโมย นับเป็นความชาญฉลาดและเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างแท้จริง
1.3 ประมงท้องนา : ต่อยอดภูมิปัญญาชาวชนบท
การเรียนรู้ภูมิปัญญาเดิมสามารถนำมาจัดองค์ประกอบเพื่อนำไปเป็นแนวทางจัดการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำท้องนา ได้ดังนี้
1. จัดให้มีแหล่งดำรงพันธุ์สัตว์น้ำที่เหมาะสมและพอเพียง เช่น การสร้าง กร่ำ ให้เป็นที่อยู่อาศัย และมีกฎเกณฑ์ในการจัดการอนุรักษ์
2.จัดให้มีระบบนิเวศน์วิทยาที่เชื่อมโยงกันได้ระหว่างแหล่งดำรงพันธุ์กับพื้นที่ลุ่มและนาข้างเคียง
3. จัดให้มีชนิดพันธุ์สัตว์น้ำที่เหมาะสม ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเสริมธรรมชาติ
4. ส่งเสริมให้มีระบบทางสังคม ให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรประมงอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์
1. สร้างรายได้ สร้างโอกาสการสร้างงาน ลดปัญหาการว่างงาน และเคลื่อนย้ายแรงงาน
2. เสริมสร้างอาหาร อาชีพและรายได้ระดับครอบครัวจากผลผลิตทางด้านการประมง พืช ปศุสัตว์ เสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจรากหญ้า
3. ส่งเสริมแปรรูปสัตว์น้ำเพิ่มมูลค่าและสนับสนุนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์
4. เสริมสร้างศักยภาพชุมชน และทำให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
วัฏจักรชีวิตสัตว์น้ำท้องนา
แหล่งน้ำดำรงพันธุ์
(แหล่งน้ำถาวร)
* พ.ค.-เม.ย.
แหล่งน้ำหากิน , วางไข่
และเลี้ยงตัวอ่อน
(แหล่้งน้ำตามฤดูกาล)
* พ.ค. - ต.ค.
ปัจจัยเกื้อหนุน
ระบบนิเวศน์ที่เหมาะสม- การทำเกษตรอินทรีย์
การจัดการและอนุรักษ์พ่อแม่พันธุ์ ระบบสังคมมีส่วนร่วมบริหารจัดการ


แหล่งดำรงพันธุ์เพื่ออาศัยหลบภัยในฤดูแล้งของพันธุ์สัตว์น้ำท้องนา
อาจเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือเกิดจากการขุดสร้าง เช่น สระปลาในท้องนาและกร่ำ


ในฤดูฝนพันธุ์สัตว์น้ำท้องนาจะออกหากิน
วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนในพื้นที่น้ำท่วมและแปลงนา แล้วจะกลับเข้าสู่สระปลาในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
เกษตรกรจะเก็บผลผลิตปลาพร้อมทั้งคืนพ่อแม่ พันธุ์บางส่วนลงสระน้ำ


ผลผลิตปลาที่จับได้
จะมีพ่อค้าเข้าไปรับซื้อถึงพื้นที่


ผลผลิตปลาจะใช้บริโภคในรูปปลาสดและการแปรรูป
น้ำจากสระปลาสามารถใช้ต่อเนื่องในการทำการเกษตรและปศุสัตว์อื่น
ๆ ได้