Sunday 20th of April 2014

ผู้อำนวยการศูนย์ฯ

napa.123.jpg

ระบบฐานข้อมูล

 


 

ระบบรับรองฟาร์มฯ


 

ใคร online บ้าง

เรามี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ปลานวลจันทร์ PDF พิมพ์ อีเมล

การเลี้ยงปลานวลจันทร์

ปลานวลจันทร์เทศ (Mrigal)  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cirrhinus mrigala (Hamilton) เป็นปลาที่มีพื้นเพเดิมอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เป็นปลาหนึ่งในสามชนิดที่ได้นำเข้าจากประเทศอินเดียมาประเทศไทย ได้แก่ ปลายี่สกเทศ ปลานวลจันทร์เทศและปลากระโห้เทศ นำเข้ามาในประเทศไทย  ครั้งด้วยกัน คือ

          ครั้งแรกเมื่อ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ น.ท.สว่าง เจริญผล ร.น.อธิบดีกรมประมงนำมาจากบังกลาเทศ ประมาณ ๑๐๐ ตัวมาเลี้ยงและทดลองเพาะพันธุ์ที่สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดเชียงใหม่

          ครั้งที่สอง เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๒๕ มร.เอ็ม วี กุปตา ผู้เชี่ยวชาญประมงโครงการพัฒนาแม่น้ำโขงตอนล่าง นำปลานวลจันทร์เทศจากสถานีประมงท่าโง่น ประเทศลาวเป็นพ่อแม่พันธุ์ปลา ขนาดน้ำหนัก ๗๐๐ - ๘๐๐ กรัม จำนวน  คู่ และลูกปลาประมาณ ๕๐๐ ตัว มามอบให้สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดกาฬสินธุ์ และในปีเดียวกันก็สามารถเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้สำเร็จ จากนั้นแจกจ่ายไปเพาะเลี้ยงที่สถานีประมงอื่น ฟาร์มเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกระจายมาสู่ภาคกลาง

 ลักษณะและวิธีการเลี้ยงปลานวลจันทร์

แหล่งกำเนิดและการแพร่กระจาย

ปลานวลจันทร์เทศ มีแหล่งกำเนิดดั้งเดิมแถบควันอัสสัมของประเทศอินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ และพม่า เป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ในแม่น้ำและอ่างเก็บน้ำ เป็นปลาที่ได้รับการคัดเลือกแล้วว่าเหมาะสมสำหรับเลี้ยงในบ่อ หนอง บึง ไม่แพร่พันธุ์เองในบ่อเลี้ยง แต่บางครั้งก็อาจแพร่พันธุ์ได้ในอ่างเก็บน้ำหากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในประเทศอินเดียรวบรวมพันธุ์ตามแม่น้ำเพื่อนำมาเลี้ยง
หลังจากที่ได้นำพันธุ์ปลานวลจันทร์เทศเข้ามาในประเทศไทย และได้นำไปเลี้ยงที่สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๒๔ และได้เพาะขยายพันธุ์แบบผสมเทียมสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๒๕ ต่อจากนั้นทางสถานีฯ ก็ได้ปรับปรุงวิธีเพาะพันธุ์ไปยังสถานีประมงอื่นๆ ทำให้ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย

รูปร่างลักษณะ
ปลานวลจันทร์เทศ เป็นปลามีเกล็ดในวงศ์เดียวกันกับปลาตะเพียนขาว ปลาไน ฯลฯ มีรูปร่างป้อม ด้านข้างค่อนข้างแบน หัวมีขนาดค่อนข้างเล็ก ขนาดของเกล็ดปานกลางครีบหางเว้าลึก ลำตัวมีสีเงินและมีสีเทาเข้มทางด้านหลัง ส่วนบริเวณครีบอก ครีบท้องและครีบก้นมีสีชมพู ขอบตาสีทอง ซึ่งต่างจากปลายยี่สกที่มีขอบเกล็ดสีแดง ครีบหางสีชมพูถึงแดง

ลักษณะเพศ

เพศผู้ มีลำตัวเรียวยาว ครีบหูตุ่มเล็กๆ เมื่อใช้มือลูบครีบหูจะรู้สึกสากมือช่องเพศมีลักษณะเป็นวงรีเล็ก เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ใช้มือบีบช่องท้องใกล้อวัยวะสืบพันธุ์จะมีน้ำสีขาวข้นไหลออกมา
เพศเมีย มีลำตันอ้วนป้อม ครีบหูลื่นไม่สากมือเหมือนตัวผู้ เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ส่วนท้องจะขยายใหญ่ขึ้นเห็นชัดเจน

อุปนิสัยและคุณสมบัติบางประการ
ความเป็นอยู่ เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ แต่สามารถปรับตัวเข้ากับแหล่งน้ำธรรมชาติ หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ บ่อเลี้ยง และนาข้าวได้ดี
อาหารและกินอาหาร หากินตามพื้นท้องน้ำ ชอบกินซากพืชสัตว์ที่เน่าเปื่อยสามารถกินได้ทั้งอาหารประเภทพืชและสัตว์ ลูกปลาขนาดเล็กจนถึง ๒.๕ เซนติเมตร ชอบกินแพลงก์ตอนสัตว์ โดยเฉพาะลูกไรและโรติเฟอร์ ส่วนแพงก์ตอนพืชอาจกินได้บ้างในบางโอกาส ปลาใหญ่กินสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว สาหร่ายเส้นสีเขียว เศษเล็กๆ ของพืชชั้นสูงรวมกัน พืชเน่าเปื่อย โคลน และอินทรียสารในดิน
การเจริญเติบโต จากบ่อเลี้ยงที่สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดเชียงใหม่ ปล่อยลูกปลาขนาด ๕ - ๗ เซนติเมตร ลงบ่อขนาด ๒๐๐ ตารางเมตร โดยเลี้ยงรวมกับปลากระโห้เทศเป็นระยะเวลา ประมาณ ๑๐ เดือน ปรากฏว่าปลาโตขึ้นยาว ๓๘ - ๔๐ เซนติเมตร มีน้ำหนัก ๗๐๐ - ๘๐๐ กรัม  จากการศึกษาปลานวลจันทร์เทศซึ่งเลี้ยงในบ่อที่สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าปลามีไข่และน้ำเชื้อดี ควรมีอายุประมาณ ๑ ปี ๘ เดือน ปลามีน้ำหนัก ๑.๒ - ๑.๗ กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีรายงานจากสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดชัยนาทเลี้ยงปลานวลจันทร์เทศรวมกับปลาชนิดอื่นในบ่อดินขนาด ๔ - ๕ ไร่ เมื่ออายุ ๑ ปี ได้ปลาขนาด ๘๐๐ - ๑,๒๐๐ กรัม และเมื่ออายุได้ ๑ ปี ๓ เดือน ก็สามารถนำมาเพาะขยายพันธุ์ได้

การเลี้ยง
การเลี้ยงปลานวลจันทร์เทศในประเทศไทย พบว่ามีการเลี้ยงในบ่อดิน และในนาข้าว การเลี้ยงในบ่อดินนิยมเลี้ยงร่วมกับปลาชนิดอื่น แล้วยังมีการเลี้ยงแบบผสมผสานร่วมกับไก่ เป็ด ฯลฯ อีกด้วย

การเลี้ยงในบ่อดิน
สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดหนองคายได้แนะนำหลักการเลี้ยงปลานวลจันทร์เทศไว้ดังนี้
๑. ใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ใส่บ่อปลา และทำปุ๋ยหมักไว้ในบ่อ เพื่อให้เกิดอาหารธรรมชาติ
๒. ให้พืชผักหรือเศษที่เหลือใช้หรือขาย ซึ่งเป็นอาหารเสริมราคาถูก
๓. ให้อาหารจำพวกรำ ปลายข้าวต้มผสมกับผักเช่นเดียวกับที่ใช้เลี้ยงปลาในบ่อทั่วๆ ไป
๔. ควรปล่อยปลาอัตรา ๒,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ ตัวต่อไร่
          นฤพล เมื่อปี ๒๕๒๗ ได้ทำการทดลองเลี้ยงปลากินพืชรวมกันหลายชนิด ได้แก่ปลานิล ปลาตะเพียนขาว ปลายี่สกเทศ ปลาหัวโต ปลาไน และปลานวลจันทร์เทศ ในบ่อดินขนาด ๒.๐ ไร่ ซึ่งปล่อยปลาในอัตราส่วน ๘๘๕ และ ๗๑๐ ตัวต่อไร่ โดยปล่อยปลานวลจันทร์เทศ ในอัตราส่วน ๕ และ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนพันธุ์ปลาที่ปล่อยทั้งหมดเลี้ยงโดยใช้รำละเอียด : ในอัตราส่วน ๑ : ๑ ให้อาหารวันละ ๒ เปอร์เซ็นต์ของน้ำนหักปลาทั้งหมด และใส่มูลสัตว์ในอัตราบ่อละ ๑๗๕ กิโลกรัมทุก ๒ สัปดาห์ โดยเลี้ยงเป็นเวลา ๙ - ๑- เดือน จะได้ผลผลิต ๒๐๖.๖ - ๓๖๘.๕ กิโลกรัมต่อไร่ และพบว่าผลผลิตปลานวลจันทร์เทศเท่ากับ ๑๐.๔ และ ๒๙.๘ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าผลผลิตปลาไน ซึ่งเป็นปลากินอาหารบริเวณพื้นบ่อเช่นเดียวกัน
          นฤพล ปี ๒๕๒๗ ทำการทดลองเลี้ยงปลาแบบผสมผสานกับเป็ด ในบ่อดินขนาด ๒ ไร โดยปล่อยปลากินพืช (นิล ๔๕ เปอร์เซ็นต์ หัวโต ๑๕ เปอร์เซ็นต และ นวลจันทร์เทศ ๕ เปอร์เซ็นต์) ในอัตราส่วน ๑,๒๒๐ ตัวต่อไร่ ร่วมกับการเลี้ยงเป็ด ๒๕๐ - ๓๐๐ ตัวต่อบ่อใช้เวลาเลี้ยง ๘ - ๑๑ เดือน ได้ผลผลิตปลา ๗๙๓.๗๐ กิโลกรัมต่อไร่ พบว่าผลผลิตปลานวลจันทร์เทศ เท่ากับ ๘.๔ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตปลาทั้งหมด
          การเจริญเติบโตในบ่อดินที่สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดชัยนาท มีรายงานเมื่อปี ๒๕๒๙ ได้สรุปไว้ว่า ปล่อยปลาขนาดความยาว ๑๐ เซนติเมตร ลงบ่อเลี้ยงในอัตรา ๒ ตัวต่อตารางเมตร โดยให้อาหารซึ่งประกอบด้วย ปลายข้าวต้ม ๘ ส่วน รำ ๖ ส่วน ปลาป่น ๒ ส่วน อาหารที่ให้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักตัว เป็นระยะเวลา ๓ เดือน ปลามีขนาดความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ ๑๘ เซนติเมตร น้ำหนัก ๕๐ กรัม  จากรายงานผลการสำรวจเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานวลจันทร์เทศของสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดยโสธร ในปี ๒๕๔๒ พบว่าเกษตรกรจะปล่อยพันธุ์ปลา ช่วงเดือนพฤษภาคม ขนาดความยาว ๒ - ๓ เซนติเมตร จำนวน ๕,๐๐๐ ตัวในพื้นที่ ๓ ไร่ โดยเลี้ยงร่วมกับปลานิลปลาไนและปลาตะเพียนขาว ให้อาหารปลากินพืชในช่วงระยะแรก เมื่อปลามีขนาด ๕ - ๗ เซนติเมตร จึงหยุดให้อาหาร จึงหยุดให้อาหารเปลี่ยนมาให้ผักบุ้ง ผักตบชวา และมูลสัตว์ พบว่าในระยะเวลา ๑ ปี ได้น้ำหนัก ๑ กิโลกรัม เมื่อเปรียบกับปลากินพืชชนิดอื่นๆ มีอัตราการเจริญเติบโตดีกว่า
          การจัดขาย จะทยอยจับตั้งแต่น้ำหนัก ๑ - ๒ กิโลกรัม โดยขายในราคา ๓๐ - ๓๕ บาทต่อกิโลกรัม การบริโภคนิยมแปรรูปเป็นปลาส้มฟักมากกว่าอย่างอื่น เนื่องจากเนื้อปลาเน่าเสียเร็ว จึงมีผู้หันมานิยมเลี้ยงและบริโภคกันมาขึ้น โดยทำเป็นปลาส้มฟัก นอกจากนี้ทำเป็นผลิตภัณฑ์ปลารมควัน และลูกชิ้นปลา

แก้ไขล่าสุด ( วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2009 เวลา 08:36 )
 

ตราสัญลักษณ์

king2.gif
 
 
 
 
 
 

โปสเตอร์ปลาประจำศูนย์ฯ

tapo.gif


 

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดยโสธร ต.บากเรือ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร 35130 โทร 045-738354-5