[ การเลี้ยงกุ้งแชบ๊วย ]
 
ชื่อเจ้าของฟาร์ม : คุณไพริน รักนิ่ม
ที่อยู่ : 145 ม.4 ต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา
โทรศัพท์ : 01-6780256

 
 
คุณไพริน รักนิ่ม เดิมเป็นเกษตรกรเลี้ยงกุ้งกุลาดำมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี แต่ประสบปัญหาการเลี้ยงติดต่อกันถึง 6 รุ่น จึงมาปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง-สงขลา เพื่อที่จะเปลี่ยนไปเลี้ยงกุ้งแชบ๊วย และได้ทำการเลี้ยงมาแล้ว 2 รุ่น ซึ่งเลี้ยงได้ผลดีมาตลอด และขณะนี้กำลังเลี้ยงรุ่นที่ 3 กุ้งมีอายุ 2 เดือน 5 วัน ซึ่งการเจริญเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี
ผลการเลี้ยงกุ้ง
รุ่นที่
ผลผลิต (กก.)
ขนาด (ตัว/กก.)
ราคา (บาท/กก.)
1
2300
60
205
2
1900
60
195

การเตรียมบ่อ :
เตรียมบ่อเหมือนกับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ การตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจน และให้น้ำไหลโดยใช้เครื่องตีน้ำจำนวน 4 ตัว วางตรงมุมของบ่อเลี้ยงทั้ง 4 มุม
อัตราการปล่อย :
บ่อเลี้ยงขนาด 3 ไร่ ปล่อยลูกกุ้งขนาด P15 จำนวน 150,000 ตัว คิดเป็นอัตราการปล่อยไร่ละ 50,000 ตัว หรือ 31.25 ตัว/ตารางเมตร
อาหารและการให้อาหาร :
สัปดาห์แรกให้อาหารวันละ 4 มื้อ หลังจากนั้นให้วันละ 5 มื้อ โดยให้กินอาหารของกุ้งกุลาดำตลอดระยะเวลาการเลี้ยง
การจัดการคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง :
- ความโปร่งใสของน้ำ ต้องไม่เกิน 10 เซนติเมตร หากมากกว่านี้ต้องเติมปุ๋ยยูเรีย ถ้าความโปร่งใสของน้ำมากกว่า 10 เซนติเมตร กุ้งจะกินอาหารลดลง สีของน้ำถ้าเป็นสีขุ่นจะดีมาก
- pH ควรอยู่ระหว่างประมาณ 8-9
- ความเค็ม การเลี้ยงกุ้งแชบ๊วย ในช่วงเดือนที่ 1 ต้องมีความเค็มไม่ต่ำกว่า 15 ppt และต้องปรับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงเดือนที่ 1-2 ให้มีความเค็มมากกว่า 20 ppt ในช่วงเดือนที่ 3 ต้องปรับความเค็มให้ได้ประมาณ 30 ppt และต้องมีการใส่จุลินทรีย์บ้าง หลังจากกุ้งอายุได้ 2 เดือนไปแล้ว
ระยะเวลาการเลี้ยง : ประมาณ 3 เดือน 15 วัน
ผลผลิต : ขนาด 60 ตัว/กก. จำนวน 2.2 ตัน คิดเป็นอัตราการรอด 88 เปอร์เซ็นต์ FCR = 1.7
ต้นทุนการผลิต : ประมาณ 180,000.- บาท ขายกุ้งได้เป็นเงินประมาณ 400,000.- บาท ได้กำไรประมาณ
220,000.- บาท