ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเิติมได้ที่
สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล
อาคารปลอดประสพ ชั้น 6,7
กรมประมง เกษตรกลางบางเขน
เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 0-2940-6130-45 ต่อ 4708,4710
โทรสาร 0-29406558
Email : singhagraiwan@yahoo.com
  โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส
	ด้วยราษฎรบ้านละเวง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานความช่วยเหลือจาก
สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถให้ทรงพิจารณาช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ 
เนื่องจากปัจจุบันได้ลดลงเป็นอันมาก  ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานคำแนะนำ
ให้จัดประชุมหารือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องทางด้านต่าง ๆ  และได้ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้จัดตั้ง
โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส  
เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน และในโครงการดังกล่าวมีกิจกรรมการฟื้นฟูระบบนิเวศสัตว์น้ำ 
โดยการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล(ปะการังเทียม) ซึ่งใช้วัสดุจำพวกคอนกรีต  ท่อระบายน้ำ  ซากเรือ 
หรือ วัสดุขนาดใหญ่ที่ไม่ใช้งานแล้ว 
	การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์  
ทำให้มีแหล่งทำการประมงสำหรับชาวประมงขนาดเล็กเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังช่วยป้องกันแหล่งทำการประมงใกล้ฝั่ง
จากเครื่องมือทำการประมงที่มีอัตราการทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อนสูง เช่น อวนลาก อวนรุน 
เป็นการสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งและให้มีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน  
อีกทั้งยังเป็นแหล่งสำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลเช่น กีฬาตกปลาและดำน้ำ


	การจัดสร้างปะการังเทียมในโครงการฯเริ่มตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา โดยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน
เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย  กรมทางหลวง  กรุงเทพมหานคร  กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี  กองทัพเรือ
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ( กปร.)  และ กรมประมง
มีการจัดวางตู้รถไฟเก่า รวม 608 ตู้  ท่อคอนกรีตระบายน้ำ 707 ท่อ  รถยนต์เก็บมูลฝอย 389 คัน และแท่งคอนกรีต
มากกว่า 25,000 แท่ง  ซึ่งกระจายอยู่ตามชายฝั่งจังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส รวม 47 แห่ง  มีรายละเอียด ดังนี้
   1. ตู้รถไฟ  ได้จัดวางตู้รถไฟทั้งหมด 608 ตู้  ที่จังหวัดปัตตานี รวม 15 จุด  และ  ที่จังหวัดนราธิวาส  8 จุด
   2. ท่อคอนกรีตระบายน้ำ  จำนวน 707 ท่อ โดยจัดวางที่จังหวัดนราธิวาสทั้งหมด
   3. รถยนต์ที่ไม่ใช้งานแล้ว ได้จัดวางไปแล้ว จำนวน 389 คัน  ที่จังหวัดปัตตานี 3 จุด และจังหวัดนราธิวาส 6 จุด
ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการลำเลียงวัสดุและจัดวางในทะเลจากสำนักงาน กปร.  
เป็นเงินทั้งสิ้น 33,244,500 บาท ส่วนแท่งคอนกรีต เป็นการดำเนินงานโดยใช้งบประมาณปกติของกรมประมง 
ได้จัดสร้างที่จังหวัดปัตตานี  และจังหวัดนราธิวาส จังหวัดละ14 แห่ง เป็นเงินทั้งสิ้น 101 ล้านบาท 
อีกทั้งได้กำหนดแผนให้มีการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในพื้นที่โครงการ จังหวัดละ 1 แห่งในทุกๆปี 
งบประมาณแห่งละ 3 ล้านบาท


	จากการติดตามผลในแหล่งตู้รถไฟ พบว่า  ตู้รถไฟทั้งหมดจัดวางอยู่บนพื้นทราย สภาพตู้รถไฟใต้น้ำ
มีการเกยซ้อนกันและเกาะกลุ่มตามพิกัดที่กำหนด ไม่พบการจมตัวของตู้รถไฟลงในพื้นทรายหรือเคลื่อนย้าย
เพราะกระแสน้ำแต่อย่างใด ที่ผิวของตู้รถไฟด้านนอกมีปะการังอ่อน  เพรียงหิน  ฟองน้ำ และสัตว์น้ำอื่นๆ 
ขึ้น ปกคลุมบริเวณ คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล  ปริมาณเหล็กที่ละลายในน้ำ
ไม่เพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ตามปกติ  พบแพลงก์ตอน ลูกปลาวัยอ่อน และสัตว์หน้าดินจำนวนมาก  
	จากการสำรวจโดยการดำน้ำในปีแรก พบปลาจำนวน 15 ชนิด  และในปีที่สอง ได้พบชนิดปลามากขึ้น
จำนวนถึง 43 ชนิด ปลาที่มีมากได้แก่ ปลาหางแข็ง ปลาสีกุน ปลาช่อนทะเล ปลากะพงชนิดต่างๆ  ปลาน้ำดอกไม้ 
ปลากะรัง ฯลฯ เป็นต้น
	ชนิดสัตว์น้ำที่จับได้จากเครื่องมือเบ็ดในปีแรก มี 19  ชนิด ต่อมาในปีที่สอง สัตว์น้ำที่จับได้เพิ่มขึ้นเป็น 29 ชนิด 
อัตราการจับสัตว์น้ำด้วยเบ็ดตกปลาในปีแรก เท่ากับ 7.9 กิโลกรัมต่อลำต่อวัน  ในปีที่สอง อัตราการจับสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น
เกือบสองเท่าเป็น 14.5 กิโลกรัมต่อลำต่อวัน  ส่วนในแหล่งท่อคอนกรีตและแท่งคอนกรีต จะมีชนิดของเครื่องมือที่เข้าไป
ทำการประมงมากกว่า คือ อวนลอยกุ้ง อวนจมปู อวนลอยปลาทู ลอบหมึก และเครื่องมือเบ็ด เป็นเพราะระยะที่ตั้ง
จะห่างจากชายฝั่งน้อยกว่าแหล่งตู้รถไฟ


	ชาวประมงพื้นบ้านที่จับสัตว์น้ำด้วยการใช้เครื่องมือเบ็ดเป็นหลัก มีรายได้รวมยังไม่หักค่าใช้จ่าย
เฉลี่ยสูงสุด 22,500 บาท/เดือน มักจะทำการประมงเฉพาะในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูมรสุม ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 7 เดือนในรอบปี  
สำหรับในช่วงมรสุมจะมีรายได้น้อยเพราะออกทำการประมงไม่ได้เนื่องจากคลื่นลมแรง โดยเฉลี่ยแล้วชาวประมงทุกเครื่องมือ
ที่ทำมาหากินในบริเวณที่จัดสร้าง มีรายได้ที่ยังไม่หักค่าใช้จ่ายก่อนมีการจัดสร้างมีรายได้เฉลี่ย 10,680 บาทต่อเดือนต่อราย  
และในปีที่ 1 และ 2 ภายหลังการจัดสร้าง ชาวประมงมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 12,272 และ 15,440 บาทต่อเดือนต่อราย 
ตามลำดับ อย่างไรก็ตามชาวประมงมีความประสงค์ให้มีการจัดสร้างปะการังเทียมเพิ่มขึ้นอีก เพราะสามารถจับสัตว์น้ำ
ได้มากขึ้น และแหล่งประมงอยู่ใกล้บ้าน  มีความปลอดภัยในการออกทะเลมากขึ้น และจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยดูแล
ทรัพยากรดังกล่าวของตนได้


	นอกเหนือจากการทำการประมงขนาดเล็กด้วยตนเองแล้ว ชาวประมงในพื้นที่ใกล้เคียงกับแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
ยังได้รวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มเที่ยวบ้านปลานราตานี โดยมีวัตถุประสงค์ให้บริการการท่องเที่ยวตกปลา และดำน้ำในบริเวณที่
จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ด้วยการให้เช่าเหมาเรือ ติดต่อ-สอบถามข้อมูลสภาพท้องทะเล วันเวลาที่เหมาะสม
ในการท่องเที่ยว ฯลฯ นับเป็นการสร้างรายได้เสริมให้แก่ครอบครัวและท้องถิ่นอีกทางหนึ่งด้วย
	และด้วยน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทำให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี 
ทำให้สัตว์น้ำได้มีที่พักอาศัย แพร่ขยายพันธุ์ นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์แห่งทรัพยากรของท้องทะเลไทย และความอยู่ดีกินดี
ของพี่น้องชาวประมง มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืนสืบไป