เรือสำรวจประมง 3 “จุฬาภรณ์”

           กรมประมงได้ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือสำรวจประมงลำที่ 3 ของกรมประมง ตั้งแต่ ปี 2517 ด้วยความอุตสาหะการดำเนินการจึงเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2524 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กรมประมง จัดซื้อเรือสำรวจประมง 3 โดยใช้เงินกู้เยนเครดิต OECF ครั้งที่ 8 ตามโครงการพัฒนาการประมง ให้ซื้อเรือสำรวจและฝึกอบรม 1 ลำ ในวงเงิน ประมาณ 3,600 ล้านเยน ไม่มีเงินบาทสมทบ
          กรรมวิธีในการจัดซื้อ คือ การประกวดราคานานาชาติ ซึ่งมีอู่ต่อเรือจากนานาประเทศสมัครเข้ารับการคัดเลือก จำนวน 18 ราย ปรากฎว่า บริษัท HAYASHIKANE SHIPBUILDING & ENGINEERING เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดและมีรายละเอียดถูกต้องเป็นที่น่าพอใจของคณะกรรมการ เป็นผู้ชนะการประกวดราคาและได้ลงนามในสัญญาซื้อเรือ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2528 เป็นสัญญาเลขที่ 6/2529 ของกรมประมง โดยมีกำหนดส่งมอบเรือที่ท่าเรือกรุงเทพฯ ภายใน 274 วัน แต่กรมประมงได้ขอปรับปรุงคุณสมบัติบางประการ โดยไม่มีการเพิ่มราคาค่าใช้จ่ายแต่ขยายเวลาส่งมอบ รวมระยะเวลาต่อเรือ 352 วัน
           ความต้องการแต่เดิมนั้น กรมประมงต้องการเรือที่มีขนาดประมาณ 1,800 ตันกรอส ภายในประกอบด้วยโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ 2 โรง คือ ทำปลาป่นและทำปลากระป๋อง แต่เนื่องจากสถานะการณ์การประมงโลกและสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2527 มีนโยบายให้ลดขนาดเรือให้เล็กลงและตัดโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำทั้ง 2
           ในการนี้เพื่อเป็นศิริมงคลแก่เรือสำรวจและเป็นมิ่งขวัญแก่กรมประมง กรมประมงจึงมีหนังสือที่ กษ 0508(1)/9193 ลงวันที่ 29 เมษายน 2529 ถึงสำนักราชเลขาธิการสวนจิตรลดา ขอให้นำข้อความกราบบังคมทูล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ขอพระราชทานพระอนุญาตอัญเชิญพระนาม “จุฬาภรณ์” เป็นชื่อเรือสำรวจประมง 3 ของกรมประมง และทรงพระราชทานพระอนุญาต ตามหนังสือของสำนักราชเลขาธิการที่ รล. 0007/4888 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2529
           พิธีวางกระดูกงู เป็นพิธีที่นิยมกระทำอย่างแพร่หลาย เพราะถือกันว่าเป็นการจุติมาบนโลกของเรือแต่ละลำ “เรือจุฬาภรณ์” ได้ผ่านพิธีวางกระดูกงู เมื่อวันอังคารที่ 25 มีนาคม 2529 ณ. NAGASAKI SHIPYARD ประเทศญี่ปุ่น โดยมี ฯพณฯรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายบรม ตันเถียร) เป็นประธานในพิธี ตรงกับเวลา 11 นาฬิกา 16 นาที 35 วินาที ตามเวลาในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตรงกับเวลา 09 นาฬิกา 16 นาที 35 วินาที ตามเวลาในประเทศไทย
          พิธีปล่อยเรือลงน้ำ หมายถึง เปลือกเรือส่วนนอกทั้งหมดได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เรือสามารถลอยอยู่ในน้ำได้ จึงปล่อยเรือลงจากคาน ประธานในพิธี คือ อธิบดีกรมประมง (นายวนิช วารีกุล) ส่วนสุภาพสตรีผู้ทำหน้าที่ตัดเชือกปล่อยเรือลงน้ำ คือ ภริยาท่านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นางนวลนารถ ธำรงนาวาสวัสดิ์) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2529
           การส่งมอบเรือ ตามกำหนดเป็นวันที่ 10 ธันวาคม 2529 ณ.ท่าเรือกรุงเทพฯ แต่ได้ส่งมอบจริงเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2529 และเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2530 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ได้เสด็จทรงประกอบพิธีขึ้นระวางเรือสำรวจประมง “จุฬาภรณ์” ณ ท่าเทียบเรือโรงเรียนนายเรือ จังหวัดสมุทรปราการ

คุณลักษณะและสมรรถนะของเรือ

ความยาวตลอดลำ

(Overall length)

67.25 เมตร
ความกว้าง  (Breadth) 12.00 เมตร
ความลึก (Depth to upper deck) 6.90 เมตร
กินน้ำลึก (Draft designed) 4.40 เมตร
ขนาดตันกรอส (Gross tonnage) 1,424 ตัน
น้ำหนักเรือ (Net tonnage) 428 ตัน
ความเร็วสูงสุด (Ttrial Max.speed) 15.385 นอต
ความเร็วปกติ (Sea speed) 13 นอต
ระยะทำการ (Endurance) 12,000 ไมล์ทะเล
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel oil Tank) 450 ลบ.เมตร
ความจุถังน้ำจืด (Fresh water tank) 140 ลบ.เมตร
ห้องเย็นเก็บปลา (Fish hold) 137.64 ลบ.เมตร
ดำเนินการต่อเรือเมื่อ พ.ศ 2525  
อู่ต่อเรือ ฮายาชิกาเน่  
ราคา 1985 1985 ล้านเยน  

              จากการศึกษาพบว่า แหล่งทรัพยากรประมงที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความชุกชุมของทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลาทูน่า มีดังนี้
1. ทะเลอันดามัน ได้แก่ บริเวณชายฝั่งทะเลราคายน์ (Rakhine coast) พื้นที่เดลต้า (Delta area) และบริเวณชายฝั่งทะเลทานินทายี (Taninthayi coast)
2. มหาสมุทรอินเดีย ตะวันออก บริเวณแนวสันเขาใต้น้ำ Ninety East Ridge
3. มหาสมุทรอินเดีย ตะวันตก บริเวณแนวสันเขาใต้น้ำ Carlberg Ridge บริเวณ Malha Bank และบริเวณหมู่เกาะเซเชลส์
สำหรับเครื่องมือทำการประมงที่เหมาะสมในการจับสัตว์น้ำ คือ อวนล้อมทูน่า เบ็ดราวทูน่าน้ำลึก และเบ็ดราวหน้าดินแนวตั้ง โดยการใช้เครื่องมืออวนล้อมทูน่าใช้ควบคู่กับการวางแพล่อปลา (FADS) จะช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการได้มาก

 

ห้องประทับ (Royal room)
ห้องปฏิบัติการ (Lab)

ห้องปฏิบัติการคลื่นเสียง (Acoustic room)

ห้องวิทยุ

ปล่อยเรือลงน้ำ