เรือสำรวจประมง ๑  “ เรือกิตติขจร ”

            ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและความตั้งใจของนักสำรวจ  ในการที่บุกเบิกค้นหาและค้นคว้าในสิ่งที่ท้าทาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำว่า “คนเรือ” หรือ “ลูกทะเล”  ในท้องทะเลมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล  การบุกเบิกเพื่อสำรวจหาแหล่งทรัพยากรสัตว์น้ำ ไม่ว่าจะเป็นปลาผิวน้ำ  ปลาหน้าดิน รวมถึงสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ จึงเริ่มต้น  เมื่อปี ๒๔๙๔  มีผู้นำเครื่องมืออวนลากหน้าดิน แบบใช้เรือ 2 ลำ (Two boat trawl) มาทดลองจับสัตว์น้ำหน้าดินในอ่าวไทย  และ ปี ๒๔๙๖ มีอวนลากหน้าดิน แบบแผ่นตะเฆ่ (Otter board trawl)  แต่ในขณะนั้นเครื่องมืออวนตังเกได้รับความนิยมสูง อีกทั้งคนไทยยังไม่คุ้นกับการบริโภคปลาหน้าดิน  ทำให้อวนลากทั้ง 2 ไม่เป็นที่นิยม รวมถึงใช้แรงงานมาก สัตว์น้ำที่จับได้ก็ไม่เป็นที่รู้จัก ราคาสัตว์น้ำจึงต่ำ  ต่อมาในปี ๒๕๐๓ เริ่มมีชาวประมงสนใจทดลองเครื่องมืออวนลากหน้าดิน  และในปี ๒๕๐๔ ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลไทยและรัฐบาลเยอรมัน ได้นำเครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ (Otter board trawl) เข้ามาทำการประมงในอ่าวไทยอีกครั้ง ปรากฎว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เนื่องจากการขาดแคลนอาหารทะเล ทำให้ประชาขนหันมาสนใจปลาหน้าดินมากขึ้น  ทะเลหลวง  จึงต้องมองหาหนทางและอุปกรณ์ที่ทันสมัยกว่าที่มีอยู่  เรือสำรวจประมง ๒  จึงได้ถือกำเนิดขึ้น

ความเป็นมา
            ปลายปี ๒๕๐๕  กรมประมงได้จัดตั้งหน่วยสำรวจแหล่งประมง (Exploratory Fishing Unit) ในสังกัดกองสำรวจและค้นคว้าขึ้น  โดยมีหน้าที่และภารกิจที่สำคัญ คือ การบุกเบิกและสำรวจค้นหาแหล่งทำการประมงใหม่ๆ ทั้งในอ่าวไทย  ทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดีย  ซึ่งเป็นที่มาของเรือสำรวจประมง ๑ หรือ ที่รู้จักกันในนามของ “เรือกิตติขจร”   

            เรือกิตติขจร ต่อที่ประเทศญี่ปุ่น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นให้การสนับสนุนจากเงินประติมากรรมสงคราม โดยบริษัทผู้รับเหมาได้รวมคิดค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าขนส่งจนถึงท่าเรือกรุงเทพฯ พร้อมทั้งเครื่องมืออวนลาก เบ็ดราวทะเล และ เครื่องมือสำรวจสมุทรศาสตร์ อย่างครบครัน ในราคาเงินดอลล่าร์ ซึ่งคิดเป็นเงินไทยประมาณ ๗ ล้านบาท 
พิธีวางกระดูกงู  ซึ่งถือกันว่าเป็นการจุติมาบนโลกของเรือแต่ละลำ  “เรือกิตติขจร”  ได้มีพิธีวางกระดูกงู  เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๐๕ ที่อู่ของบริษัท นิอิงาตะ  และได้กระทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำ เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๕   ภายหลังได้ติดตั้งอุปกรณ์สำคัญ เครื่องจักรใหญ่ เครื่องมือประมง เครื่องมือสมุทรศาสตร์ เรียบร้อยแล้ว ได้ออกทดลองเรือและใช้เครื่องมือต่างๆ เมื่อวันที่ ๒๑-๒๒ และ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๐๕ ในการนี้ อธิบดีกรมประมง (นายปรีดา กรรณสูตร), น.อ.พิศาล สุคนธวยัคก์ ร.น. (ผู้ควบคุมการต่อเรือ), น.ท.สว่าง เจริญผล ร.น. (หัวหน้าหน่วยสำรวจแหล่งประมง)  ได้ร่วมออกทดลองเรือและเครื่องมือต่างๆ บริเวณนอกฝั่งของจังหวัดนิอิงาตะ (ประมาณ ๒๕๐ กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงเหนือของโตเกียว) อย่างใกล้ชิด
             บริษัทฯ ได้นำเรือมาส่งที่หน่วยสำรวจแหล่งประมง จังหวัดสมุทรปราการ  โดยมีอธิบดีกรมประมง เป็นผู้รับมอบ ซึ่งเดิมทีจะให้ชื่อว่า “เรือสำรวจประมง ๑”  แต่เพื่อเป็นเกียรติแห่งการริเริ่มในการที่ประเทศไทยได้มีเรือสำรวจประมงเป็นลำแรก โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี มี ฯพณฯ พลเอกถนอม กิตติขจร เป็นประธานคณะกรรมการประมงน้ำลึก กรมประมงจึงได้ขออนุญาตใช้นามเรือสำรวจประมงลำใหม่และเป็นลำแรกนี้ว่า เรือสำรวจประมง “กิตติขจร”

 

พิธีปล่อยเรือกิตติขจรลงน้ำ   ๔ กรกฎาคม

นำเรือกิตติขจรลงจากเรือสินค้า วางบนแม่น้ำเจ้าพระยา    ๒๗ พฤศจิกายน

หน้าที่และภารกิจ
เรือกิตติขจร  นับเป็นเรือสำรวจประมงทะเลลำแรกของไทย  ในการสำรวจหาแหล่งประมงโดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งปลาหน้าดิน บริเวณห่างฝั่งไกลๆ ในอ่าวไทย  ทะเลจีนใต้  นอกเกาะบอร์เนียว และ การสำรวจทางสมุทรศาสตร์    โดยวัตถุประสงค์หลัก เป็นเรือที่บุกเบิกการประมงอวนลากหน้าดินในบริเวณอ่าวไทย และการประมงด้วยเครื่องมือเบ็ดราวหน้าดินบริเวณชายฝั่งประเทศข้างเคียง  นอกจากนี้ยังมีหน้าที่สำคัญในการฝึกอบรม ชาวประมง นิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆ  จนได้รับการขนานนามว่า “เรือครู”และเป็นความภาคภูมิใจอีกประการ ที่เรือกิตติขจร ได้รับเกียรติให้เป็น “เรือสำรวจสมุทรศาสตร์นานาชาติ” จากการเก็บรวบรวมและส่งข้อมูลเกี่ยวกับกระแสน้ำคุโรชิโว
ด้วยอัตรากำลังพลประจำเรือ ๑๘ นาย  เมื่อออกปฏิบัติงานจะมีเจ้าหน้าที่  นักวิชาการ  ร่วมออกปฏิบัติงานอีก ๔-๕ คน  เนื่องด้วยเป็นเรือสำรวจที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก รัศมีในการทำการจึงไม่ไกลมากนัก  ระยะเวลาในการออกปฏิบัติงานในแต่ละครั้งประมาณ ๑๕-๒๐ วัน  การเดินทางเพื่อการสำรวจที่เคยปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย คือ

  • ทิศเหนือ   ญี่ปุ่น
  • ทิศตะวันออก   แหลมญวน ทะเลจีนใต้
  • ทิศใต้   เกาะบอร์เนียว 


คุณลักษณะทางเรือ
PRINCIPAL PARTICULARS

ความยาวตลอดลำ (LENGTH OVER ALL)                                  35.70                       เมตร(M)
ความกว้าง (BREADTH)                                                                    5.90                         เมตร(M)
ความลึก (DEPTH TO UPPER DECK)                                           2.65                         เมตร(M)
กินน้ำลึก (DRAFT DESIGNED)                                                      2.57                         เมตร(M)
ขนาดตันกรอส (GROSS TONNAGE)                                            131.26                     ตัน (TON)
น้ำหนักเรือ (NET TONNAGE)                                                         89.25                       ตัน (TON)
ความเร็วปกติ (SEA SPEED)                                                             11.50                       นอต (KNOTS)
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง (FUEL OIL TANK)                             31.10                       ลบ.เมตร(M3)
ความจุถังน้ำจืด (FRESH WATER TANK)                                   16.31                       ลบ.เมตร(M3)
ห้องเย็นเก็บปลา (FISH HOLD)                                                       15.83                       ลบ.เมตร(M3)

เครื่องมือและอุปกรณ์วิจัยการประมง
FISHING AND RESEARCH EQUIPMENTS

เครื่องมือทำการประมง
FISHING GEAR

 อวนลากแผ่นตะเฆ่ (OTTER BOARD TRAWL)
เบ็ดราวหน้าดิน (BOTTOM LONG LINE)

อุปกรณ์การวิจัย
RESEARCH EQUIPMENT

กว้านสมุทรศาสตร์และอุปกรณ์
(OCEANOGRAPHIC WINCH AND ACCESSORIES)
ห้องปฏิบัติการเคมี - ฟิสิกส์ (DRY  LABORATORY)

เครื่องมือหลักในเรือ
MAIN EQUIPMENTS

เครื่องจักรใหญ่
MAIN ENGINE

  เครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะ ของนิอิกาตะ ขนาด 650 แรงม้า
4 CYCLE,DIESEL ENGINE, NIIGATA, 650 HP 

ระบบใบจักร
PROPELLER

4 ใบจักร แรงบิดสูง
HIGHLY SKEWED, 4 BLADES

เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
GENERATOR

ขนาด 40 KVA, จำนวน 2 เครื่อง
40 KVA, 2 SET

ประวัติและผลงานโดยสรุปมีดังนี้

2505    :    ต่อเรือ ที่ NIIGATA S.Y.N. ENGINEERING Co.,Ltd. ประเทศญี่ปุ่น ด้วยราคา 6.8 ล้านบาท(เฉพาะตัวเรือ)
2505    :    เป็นเรือสำรวจประมงทะเลลำแรกของประเทศไทย

  1. :    สำรวจแหล่งประมงปลาหน้าดินบริเวณอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ ได้สำรวจพบแหล่งทรัพยากรสัตว์น้ำที่ชุกชุมบริเวณนอกฝั่งประเทศกัมพูชาและเวียดนามใต้

2510    :    สำรวจแหล่งทำการประมงในทะเลจีนใต้ทางทิศตะวันออกของประเทศมาเลเซีย ด้วยเครื่องมือเบ็ดราวหน้าดิน
2512    :    สำรวจแหล่งทำการประมงในทะเลจีนใต้ทางเหนือของเกาะบอร์เนียวด้วยเครื่องมือเบ็ดราวหน้าดิน    
2514    :    สำรวจแหล่งทำการประมงในอ่าวไทยด้วยเครื่องมือเบ็ดราวหน้าดิน
2529    :    ส่งมอบให้กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2529

ปัจจุบัน  :  ประจำการอยู่ที่ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี