สืบเนื่องจากประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับลงวันที่ 24 กันยายน 2542 เรื่องกำหนดห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดทำการประมงในฤดูปลาที่มีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อนในท้องที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ภายในระยะเวลาที่กำหนด 15 กุมภาพันธ์ - 15 พฤษภาคม ของทุกปี เครื่องมืออวนติดเป็นเครื่องมือประเภทหนึ่งในจำนวนหลาย เครื่องมือที่ถูกกำหนดห้ามมิให้นำมาใช้ในช่วงเวลาดังกล่าว

ผลจากการห้ามทำการประมงโดยใช้เครื่องมืออวนล้อมติดตาตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2542 ดังกล่าว ส่งผลให้ชาวประมงมีการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงจากเครื่องมือที่ห้ามทำการประมง อาทิเช่น อวนลาก อวนล้อมติดตา มาทำการประมงอวนลอยปลาแทน ซึ่งอวนลอยปลาดังกล่าว โดยทั่วไปใช้อวนแบบเอ็นขนาดตา 1.7-2.0 นิ้ว และมีทุ่นพยุงอวนเป็นทุ่นพลาสติกขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง 3.80 เซนติเมตร หนา 2.20 เซนติเมตร ผูกติดคร่าวบนห่างกัน 55 - 93 เซนติเมตร และคร่าวล่างใช้ตะกั่วถ่วงขนาด 10 กรัม/ลูก ผูกห่างกัน 30 - 64 เซนติเมตร โดยอวนดังกล่าวจะมีขนาดความยาวประมาณ 5 - 12 กิโลเมตร ความลึกประมาณ 80 ช่องตา และทำการวางอวนติดพื้นดินหรือห่างพื้นดินประมาณ 1-1.5 เมตร วางอวนเป็นแนวยาวเส้นตรงเหนือใต้หรือดูกระแสน้ำ ในระดับความลึกน้ำ 30-60 เมตร และการกู้อวนของเรือขนาดใหญ่จะใช้กว้านติดข้างเรือในการกู้อวนขึ้น โดยอวนจะถูกเก็บในลักษณะที่เป็นห่อๆๆ ผลผลิตประมาณ 200 - 1,500 กิโลกรัม/เที่ยว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดความยาวของอวน โดยผลผลิตที่ได้ส่วนใหญ่ประกอบด้วย ปลาทูขนาดกลาง-ใหญ่ ขนาด 10-15 ตัว/กก. ปลาลังขนาดกลาง 8-10 ตัว/กก. และนอกเหนือจากนี้จะมีปลาหน้าดินหลายชนิด เช่นปลาทรายแดง ปลาตาหวาน ปลาปากคม ปลาดาบลาว ปะปนเข้ามาด้วย

และในขณะเดียวกันชาวประมงบางกลุ่มได้มีการพัฒนาเครื่องมือประมงอวนลอยปลาให้มีประสิทธิภาพในการจับสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลาทูมากขึ้น โดยการปรับเปลี่ยนเครื่องมืออวนลอยปลาทูให้มีความลึกเพิ่มมากขึ้นจากเดิม 50-80 ช่องตาอวนขึ้นเป็นขนาด 200 - 300 ช่องตา และปรับทุ่นพยุงอวนโดยใช้ทุ่นโฟมขนาดยาว 19 - 20 เซนติเมตร กว้าง 6 เซนติเมตร หนา 3.8 เซนติเมตร ผูกติดเชือกคร่าวบน และได้เพิ่มจำนวนของตะกั่วถ่วงที่คร่าวล่าง และได้เปลี่ยนวิธีการวางอวนจากเดิมซึ่งเป็นแนวยาว โดยพิจารณาจากทิศทางกระแสน้ำเป็นการวางอวนล้อมมีลักษณะเป็นวงกลมหรือคล้ายคลึง การวางดังกล่าวคร่าวบนจะจมอยู่ใต้น้ำทำให้ยากต่อการสังเกต

จากการติดตามตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเครื่องมือและวิธีการทำการประมงดังกล่าวมีลักษณะการทำการประมงใกล้เคียงกับเครื่องมืออวนล้อมติดตาซึ่งกำหนดห้ามไม่ให้ทำการประมงในช่วงมาตรการปิดอ่าว เนื่องจากกระทบต่อทรัพยากรปลาทูโดยตรง จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นหน่วยงานทีเกี่ยวข้องคงต้องกำหนดมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะดูแล/ควบคุมให้มีประสิทธิภาพ ทันต่อสถานการณ์ เพื่อรักษาปลาทูและสัตว์น้ำอื่นๆซึ่งลดลงให้กลับคืนสภาพ