![]() |
||
ปะการัง (coral) |
||
|
||
ลักษณะของปะการังแตกต่างกัน เนื่องจากลักษณะการเจริญเติบโตหรือการแตกหน่อที่แตกต่างกันในแต่ละชนิด บางชนิดมีลักษณะเป็นก้อนตันคล้ายก้อนหิน เรียกว่า ปะการังก้อน (massive coral) บางชนิดมีการเติบโตรวมกันเป็นกระจุก แต่ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน เรียกว่า ปะการังกึ่งก้อน (submassive coral) บางชนิดเติบโตและขยายไปตามลักษณะพื้นที่ที่ปกคลุม เรียกว่า ปะการังเคลือบ (encrusting coral) บางชนิดเติบโตเป็นกิ่งก้าน แตกแขนงคล้ายกับเขากวาง เรียกว่า ปะการังกิ่งก้าน (branching coral) บางชนิดมีลักษณะเป็นแผ่นรวมกันเป็นกระจุกแบบใบไม้หรือผัก เรียกว่า ปะการังกลีบซ้อน (foliaceous coral) บางชนิดมีลักษณะเป็นแผ่น มีการขยายออกไปในแนวราบคล้ายจานหรือโต๊ะ และอาจมีการซ้อนกันเป็นชั้นๆ เรียกว่า ปะการังแผ่น (tabulate coral) และบางชนิดมีลักษณะเป็นก้อนเดี่ยวคล้ายดอกเห็ด เรียกว่า ปะการังดอกเห็ด (mushroom coral) ซึ่งแต่ละส่วน เล็กๆ ของปะการังที่เติบโตหรือแตกหน่อเพิ่มขึ้นนั้นจะเป็นส่วนของโพลิปที่มีขนาดเล็ก ประมาณ 1 ถึง 2 มิลลิเมตร เป็นจำนวนมาก นอกเหนือจากรูปร่างที่หลากหลายสีสันและความงดงามของปะการังก็มีความแตกต่างไม่แพ้กัน เหมือนดังประติมากรรมธรรมชาติที่ยากต่อการลอกเลียนแบบใต้ท้องทะเล |
||
ปะการังต้องการแสงเนื่องจากภายในเนื้อเยื่อของปะการังมีสาหร่ายเซลล์เดียวที่เรียกว่า "ซูโอแซนแทลลี่" (zooxanthallae) จำนวนหลายล้านตัวอาศัยอยู่ และสาหร่ายเหล่านี้ต้องการแสงและคาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยผลผลิตที่ได้ คือ น้ำตาลและออกซิเจนจะถูกปะการังใช้ประโยชน์เพื่อเติบโต ซึ่งเป็นตัวอย่างของการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างสัตว์และพืชที่ทั้งคู่ต่างได้รับประโยชน์ นอกจากนี้สาหร่ายเหล่านี้ซึ่งมีสีแตกต่างกันไปยังเป็นแหล่งของสีสันที่งดงามของปะการัง |
||
|