ปูม้า (Blue Swimming Crab)

ปูม้า มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Portunus Pelagicus Linnaeus, 1758 จัดอยู่ในครอบครัว Portuniae ซึ่งมีแหล่งที่พบจะแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในเขตร้อนบริเวณใกล้ชายฝั่งสำหรับในประเทศไทยจะพบตาม ชายฝั่งอันดามัน, ฝั่งอ่าวไทยและบริเวณปากแม่น้ำปูม้าจะชอบอาศัยอยู่บริเวณหาดทราย, หาดโคลนและโคลนปนทราย ปูม้าเป็นสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหารที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตเป็นอาหาร นับตั้งแต่สัตว์ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ไส้เดือนทะเล (เพรียงทราย  เพรียงเลือด) เพรียงหิน (barnacle) ลงไปจนถึงหญ้าทะเลและสาหร่ายต่างๆ ว่ายน้ำเร็ว ออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันจะฝังตัวตามพื้นทราย  โผล่ตาและหนวดไว้เพื่อคอยจับเหยื่อและหลบหลีกศัตรู ศัตรูที่สำคัญได้แก่ เต่าทะเล ปลาฉลาม ปลากระเบน ปลากินเนื้อทุกชนิด และหมึก ปูม้าไม่ชอบอยู่ในระดับน้ำที่ลึกเกิน 30 เมตร จะชอบอยู่ในระดับน้ำตื้นประมาณ 10-20 เมตร และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีความเค็ม 29-32 ppt อุณหภูมิ 30-32 องศาเซลเซียส

ลักษณะทั่วไปของปูม้า
ปูม้าตัวผู้ จะมีจับปิ้งเป็นรูปสามเหลี่ยมมี 6 ปล้อง ปล้องแรกมีลักษณะเรียวแคบเล็ก ปล้องที่ 2, 3 มีสันคมพาดตลอดความกว้าง เปลือกที่ 3, 4 และ 5 จะเชื่อมติดกัน และปล้องที่ 6 มีความยาวมากกว่าความกว้าง ลักษณะของก้ามตัวผู้จะมีก้ามยาวกว่าตัวเมีย และสีของลำตัว ตัวผู้มีสีฟ้าอ่อน มีจุดสีขาวทั่วไปบนกระดอง พื้นท้องเป็นสีขาว ส่วนก้ามและขามีสีฟ้า
ปูม้าตัวเมีย จะมีจับปิ้งที่แผ่กว้างขอบด้านข้างมีขนละเอียดทุกปล้อง  ก้ามตัวเมียจะสั้นกว่าตัวผู้ กระดองเป็นสีน้ำตาลอ่อนและมีตุ่มขรุขระไม่มีจุดสีขาวเหมือนตัวผู้ ปลายขาของปูม้าตัวเมียมีสีม่วงแดง

ตัวผู้

ตัวเมีย

ประมงปูม้า
                 ถ้าย้อนกลับไป 60-70 ปี ปูม้าเป็นเพียงสัตว์ทะเลที่ปะปนมากับเครื่องมือประมงซึ่งชาวประมงใช้จับปลาในเขตน้ำตื้นเท่านั้น การจับปูม้าเป็นอาชีพ จริงๆ ยังไม่มี นอกจากมือสมัครเล่นที่ใช้แร้วปูวางดักตามทะเลหน้าบ้าน  หรือใช้ไฟส่องเดินจับในตอนกลางคืนช่วงน้ำลง เพื่อนำมาบริโภคในครัวเรือน ถ้าได้มากก็นำไปขายเป็นค่ากับข้าวเท่านั้น
        ช่วง พ.ศ. 2490-2514 ปูม้าก็ยังเป็นเพียงผลพลอยได้จากอวนลาก อวน   รุน อวนลอย และเป็นอาหารทะเลราคาถูกที่คนทั่วไปนิยมแสวงมาบริโภคในสมัยนั้น ในช่วง พ.ศ. 2515-2540 ปูม้าเริ่มมีราคาสูงขึ้น โดยใน พ.ศ. 2530 ราคาได้เพิ่มจากกิโลกรัมละ 10-20 บาท เป็นกิโลกรัมละ 30-50 บาท และเป็นกิโลกรัมละ 60-80 บาท ใน พ.ศ. 2540 และเนื่องจากปลาในอ่าวไทยกับฝั่งทะเลอันดามันหายากขึ้น ชาวประมงจึงเปลี่ยนอวนลอยปลามาเป็นอวนจมปู และลอบปู เพื่อจับปูโดยเฉพาะ ซึ่งส่งผลให้ทรัพยากรปูม้าลดลงเป็นจำนวนมาก