อ่าวไทยตอนใน มีแนวชายฝั่งทะเลระยะทางประมาณ 112 กิโลเมตร อ่าวมีลักษณะแคบคล้ายรูปตัว ก ไก่ เป็นแหล่งรวมดินตะกอนสะสมจากป่าต้นน้ำตอนในของประเทศ มาจากแม่น้ำ 5 สายไหลออกสู่ทะเล ประกอบด้วย แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำเพชรบุรี เป็นทะเลที่มีระดับน้ำตื้น มีสันดอนและเป็นระบบนิเวศ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม และเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์ ของเหล่าโลมา เวลาสองสามปีที่ผ่านมาคนไทยหลายคนเพิ่งได้มีโอกาสยลโฉมเจ้าโลมาฝูงใหญ่ที่ออกมาปรากฏกายดำผุดดำว่ายที่บริเวณปากแม่น้ำบางปะกง และบริเวณอ่าวไทยตอนใน ซึ่งการมาของโลมานั้นเป็นสิ่งที่บอกว่าแหล่งน้ำตรงนั้นมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก  ท่ามกลางการชื่นชมความน่ารักของโลมา หลายคนไม่รู้ว่าประชากรโลมากำลังลดลงด้วยน้ำมือของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะโลมาอิรวดีน้ำจืด ที่บริเวณแม่น้ำโขง แม่น้ำอิรวดี และทะเลสาบสงขลา นั้นได้เข้าขั้นวิกฤต ถึงขนาดที่ "สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์" (IUCN) จัดให้โลมาอิรวดีอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ ส่วนกฎหมายไทย โลมาอิรวดี ได้รับการจัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 138 คือ ห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครอง หรือห้ามเพาะพันธุ์เว้นแต่จะได้รับอนุญาต นอกจากนี้โลมาอิรวดียังเป็นสัตว์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพราะมีพระราชประสงค์ให้ช่วยกันอนุรักษ์สัตว์หายากชนิดนี้ไว้อีกด้วยเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกการอนุรักษ์ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา WWF ประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบริษัท กัลฟ์ อิเลคตริก จำกัด (มหาชน) จึงร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) "โครงการอนุรักษ์โลมาในอ่าวไทยตอนใน" ขึ้น
          "ชวลิต วิทยานนท์" ดอกเตอร์ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านแหล่งน้ำจืดและทะเล อธิบายว่า สาเหตุหลักที่จะทำให้โลมาจำนวนลดลง
อันดับแรกคือเรื่อง *มลภาวะ* ที่นับวันแนวโน้มจะมากขึ้น ทั้งในชุมชนและโรงงานปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำโดยไม่ใส่ใจเรื่องสารพิษเท่าที่ควร เช่น แคดเมียม ตะกั่ว ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามีปริมาณเท่าไหร่ อีกทั้งการบำบัดน้ำเสียของชุมชนในอ่าวไทยตอนล่าง ทั้งหมดยังไม่มีประสิทธิภาพพอ
ปัญหาอีกอย่างคือ การทำการประมงของชาวประมง ที่ตอนนี้มีการใช้ "อวนรุน" หรืออวนลากที่บริเวณหน้าดินอ่าวไทยตอนในค่อนข้างมาก จับปลาเล็กปลาน้อยที่เป็นอาหารของโลมาไปส่งโรงงานปลาป่น ซึ่งการประมงที่มากเกินไปอาจจะมีผลให้อาหารของโลมาน้อยลง

แม้วันนี้โลมาจะยังมีอยู่ แต่หากผู้คนขาดจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาสภาพแวดล้อมของแม่น้ำและทะเล แล้ว

*วันหนึ่งข้างหน้าสิ่งที่สูญหายไปอาจไม่ใช่แค่โลมาในอ่าวไทยเท่านั้น*