สาหร่ายทะเล (Seaweeds) เป็นพืชชั้นต่ำ ไม่มีระบบท่อลำเลียงอาหารจากรากสู่ลำต้นและใบแบบพืชชั้นสูงเช่นหญ้าทะเล  แต่จะใช้วิธีดูดซับน้ำและแร่ธาตุจากน้ำทะเลสู่เซลล์ต่าง ๆ โดยตรง พืชกลุ่มนี้ไม่มีดอกและผล แต่แพร่กระจายพันธุ์ด้วยการสร้างสปอร์และแบ่งตัว สาหร่ายทะเล แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ตามโครงสร้างและสีของสารสังเคราะห์แสงได้เป็น 4 กลุ่ม คือ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (blue-green algae)  สาหร่ายสีเขียว (green algae)   สาหร่ายสีน้ำตาล (brown algae)   สาหร่ายสีแดง (red algae) โดยทั่วไป เราสามารถจำแนกกลุ่มสาหร่ายได้จากสีที่เห็น แต่ในประเทศไทยซึ่งอยู่ในเขตร้อนซึ่งมีแสงจัด บางครั้งสาหร่ายจะมีสีเปลี่ยนไปจากที่ควรจะเป็น ในประเทศไทยสำรวจพบว่าทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามันมีสาหร่ายทะเล 106 สกุล 260 ชนิด แต่ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้เพียง 17 สกุล ซึ่งมีทั้งสาหร่ายทะเลสีเขียว  สาหร่ายทะเลสีแดง และสาหร่ายทะเลสีน้ำตาล

ประโยชน์ของสาหร่าย
                ด้านการเกษตร สาหร่ายทะเลนำมาใช้ทำปุ๋ย ทำปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่มีคุณค่าทางการเกษตร เกษตรกรที่อยู่ใกล้ทะเลได้ใช้สาหร่ายทะเลหมักเป็นปุ๋ยหมัก เพราะสาหร่ายทะเลมีโปแตสเซียม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพืช
                ด้านการค้า สาหร่ายทะเลหลายชนิดมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการสกัดวุ้นใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง อุตสาหกรรมยารักษาโรค อุตสาหกรรมฟอกหนัง และอุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นต้น โดยวุ้นที่ได้ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาจากสาหร่ายทะเลสีแดง
                ด้านการแพทย์ สาหร่ายทะเลบางชนิดใช้เป็นยา เช่น สาหร่ายทะเลสีน้ำตาลมีสารไอโอดีนสูง แพทย์จึงใช้สาหร่ายทะเลสีน้ำตาลรักษาโรคคอพอก นอกจากนี้ยังมีการนำสาหร่ายซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตสำหรับการทดสอบทางการแพทย์
                เป็นอาหารของสัตว์ทะเล ทั้งที่กินสาหร่ายโดยตรง หรือที่กินสัตว์อื่นที่กินสาหร่ายอีกต่อหนึ่ง
                เป็นอาหารของมนุษย์ คนไทยในแถบภาคใต้และภาคตะวันออกในอดีตและปัจจุบัน เช่น จังหวัด
สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี ตราด จันทบุรี เป็นต้น ใช้สาหร่ายเป็นกับข้าวแทนผัก ชาวเกาะที่อาศัยอยู่ตามเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกใช้สาหร่ายดิบเสริมเป็นกับข้าว และในประเทศที่คนใช้สาหร่ายเป็นอาหารมากที่สุดคือ ญี่ปุ่น ซึ่งทำให้สาหร่ายทะเลเป็นอาหารที่แพร่หลายไปทั่วโลก
                สาหร่ายทะเลจัดเป็นพืชผักที่ให้พลังงานต่ำ ย่อยง่าย แต่มีคุณค่าอาหารสูง มีหลายชนิด เช่น  สาหร่ายโนริ   สาหร่ายคอมบุ  และสาหร่ายวาคะเมะ จะมีสารอาหารมากเป็นพิเศษ  สารอาหารที่มีในสาหร่ายทะเล คือ โปรตีนซึ่งมีมากกว่าในเนื้อสัตว์  มีแคลเซียมมากกว่านมถึง 14 เท่า  ธาตุเหล็กมีมากกว่าเนื้อสัตว์ 3-8 เท่า  มีไอโอดีนมากกว่าในอาหารทะเล  และยังมีวิตามินเอ  วิตามินซี ไทอามีน ไรโบฟลาวิน  วิตามินบี 6  วิตามินบี 12  และไนอาซีนมากกว่าในผัก ผลไม้   นอกจากจะมีสารอาหารดังกล่าวแล้ว ยังเป็นอาหารที่มีไขมันต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะลดน้ำหนัก
                สาหร่ายทะเลมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคกระดูกผุ  ชำระล้างหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น  ช่วยลดคลอเลสเตอรอล  ลดความดันโลหิต  รักษาโรคท้องผูก  สมานแผลในกระเพาะอาหาร  กระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค  บรรเทาไขข้ออักเสบ  เป็นยาระงับประสาท  ช่วยกำจัดแบคทีเรียบางชนิดที่ก่อสารมะเร็ง
                แม้ว่าสาหร่ายจะมีประโยชน์อันหลากหลาย แต่ก็มีสิ่งที่ก่อให้เกิดโทษเช่นกัน สาหร่ายทะเลหากปรากฎอยู่ในธรรมชาติมากๆ เกาะอยู่ตามหินชายฝั่งอย่างหนาแน่น สายของสาหร่ายก็จะสุมกันเป็นกองสวะใหญ่ลอยเป็นแพอยู่ในน้ำ หรือลอยเป็นฝ้า ซึ่งจำเป็นจะต้องตักทิ้งและกำจัดออก หากสาหร่ายปรากฎขึ้นมามากๆ หรือมีอยู่เป็นจำนวนมากๆ จะทำให้น้ำทะเลมีสีต่างๆ เช่น สีเขียวสีน้ำเงินแกมเขียว สีน้ำตาล สีแดง เป็นต้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เรียกว่า ขี้ปลาวาฬ (water bloom)