หมึกกระดอง (Cuttlefish )

                หมึกกระดองเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Cuttlefish มี รูปร่างแบน ยาวรี  
มีแผ่นกล้ามเนื้อคลุมลำตัว อยู่เกือบทั้งหมด บริเวณภายในแกนกลางลำตัวจะมีแผ่นหินปูนแคลเซียมคาบอเนต เรียกว่า ลิ้นทะเล (Cuttle Bone) หรือกระดอง มีลักษณะตรงและเป็นชั้นซ้อนกัน ที่หัวมีนัยน์ตา ขนาดใหญ่  มีหนวดสั้น 4 คู่ และหนวดยาว 1 คู่ซึ่งหดเข้าไปอยู่ในกระเปาะได้
หมึกกระดองจัดเป็นสัตว์หน้าดิน โดยจะจับพวก กุ้ง  ปลา  ปู  หอยและหมึก กินเป็นอาหาร  ศัตรูของหมึกกระดอง คือหมึกทะเลด้วยกันเองและพวกปลาทั้งหลาย เช่น เก๋า กะพงแดงเขี้ยว มอเรย์ ฉลาม กระเบน                 หมึกกระดองจะการหลบหลีกผู้ล่าโดยอาศัยการพรางตัว ผิวของหมึกกระดองมีเซลเรียกว่า "Chromatophore" อยู่ด้านบนลำตัวซึ่งมีมากกว่าด้านล่าง เซลพวกนี้เป็นถุงแบน ๆ มีกล้ามเนื้ออยู่โดยรอบ ข้างในมีเม็ดสี (Pigment) เมื่อกล้ามเนื้อหดตัวจะดึงผนังของเซลสีให้ขยายมีขนาดใหญ่ขึ้น เม็ดสีก็จะเห็นชัดขึ้นทำให้หมึกกระดองมีสีเข้ม เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัว เซลเม็ดสีจะหดมีขนาดเล็กลงผิวเลยดูใสโปร่งแสง

การประมงหมึกกระดอง
               ชาวประมงจะทำการไดหมึกโดยจะเปิดไฟล่อหมึกจนคิดว่าหมึกมีพอแล้ว จึงเริ่มด้วยการกางอวน แหยักษ์ หรือมุ้ง  ซึ่งจะกางไว้ด้านหนึ่งของเรือวัน  นักจับหมึกจะปิดไฟด้านที่ไม่ได้กางอวน เหลือไฟไว้เพียงด้านที่กางอวน ทั้งปลาและหมึกจะมารวมกันด้านนี้ ทิ้งไว้สัก 3-5 นาที ชาวประมงจะเร่งไดให้ไฟแรงขึ้น ก่อนจะหรี่ไฟลงจนเกือบดับ แล้วปล่อยอวน แหยักษ์ หรือมุ้งลงมาครอบ การไดหมึกจะทำได้ผลตอนช่วงเดือนมืด ปรกติจะอยู่ระหว่างแรม 4 ค่ำถึงขึ้น 8 ค่ำ เดือนหนึ่งทำได้ 22-24 วัน
                 การจับหมึกกระดองอีกวิธีหนึ่งที่ทำกันมาก คือการใช้ลอบหมึก ลอบหมึกจะถูกนำไปวางไว้บริเวณกองหินใต้น้ำ ซากเรือจม หรือตามเกาะ  กะระดับน้ำลึกสัก 10-30 เมตร ชาวประมงจะทำการกู้ลอบทุกวันๆ ละ 1-2 ครั้ง