ปลาทูน่าครีบเหลือง

ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ  YELLOWFIN TUNA
ชื่อวิทยาศาสตร์  Thunnus albacares (Bonnaterre,1788)

          ปลาทูน่าครีบเหลืองเป็นปลาทูน่าขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรในเขตร้อนและอบอุ่น ระหว่างละติจูดที่ 40 องศาเหนือ ถึง 40 องศาใต้ ปลาทูน่าครีบเหลืองมักชอบว่ายน้ำตั้งแต่ผิวน้ำจนถึงความลึกประมาณ 300 เมตร ในระดับอุณหภูมิ 18-31 องศาเซลเซียส
          ลักษณะพิเศษที่เห็นได้ชัดคือ ความกว้างที่สุดของลำตัวปลาอยู่บริเวณกึ่งกลางของครีบหลังอันแรก ครีบหลังอันแรกแยกออกจากครีบหลังอันที่สองอย่างชัดเจน ครีบหูมีความยาวถึงกึ่งกลางของฐานครีบหลังอันที่สองในปลาทูน่าขนาดใหญ่ ครีบหลังอันที่สองและครีบก้นมีขนาดยาวมาก (ยาวกว่าความยาวของครีบหลัง 20%) เมื่อผ่าท้องออกดูจะพบว่าด้านล่างของตับจะไม่ลาย
          ด้านหลังเป็นสีน้ำเงินดำ แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง และสีน้ำเงินด้านล่างของลำตัว ปลาทูน่าครีบเหลืองขนาดใหญ่ขนาดใหญ่จะพบจุดสีเข้มเป็นแถวตามแนวดิ่งประมาณ 20 แถว ครีบหลังและครีบก้นมีสีเหลืองสด มีครีบเล็กสีเหลืองจำนวน 7-10 คู่ และที่ปลายของครีบเล็กจะเป็นสีดำ
          ขนาดของปลาทูน่าตาโตที่พบใหญ่ที่สุดมีความยาวมากกว่า 2 เมตร แต่ที่พบทั่วไปมีขนาด ประมาณ 0.6-1.8 เมตร (1.8 เมตร มีอายุอย่างน้อย 3 ปี) ปลาทูน่าเริ่มเข้าสู่ภาวะโตเต็มวัยเมื่อมีความยาว 100-130 เซนติเมตร
          ปลาทูน่าตาโตไม่นิยมนำมาบรรจุกระป๋อง เพราะเมื่อเนื้อปลาโดนความร้อนแล้วจะไมเป็นสีขาว จึงนิยมบริโภคเป็นปลาดิบมากกว่า โดยนำมารับประทานแทนปลาทูน่าครีบน้ำเงิน ซึ่งในปัจจุบันมีการควบคุมปริมาณการจับอย่างเข้มงวด
          การจับปลาทูน่าตาโตจะจับได้โดยเครื่องมือประมงอวนล้อม โดยทั่วไปอวนล้อมมักจะจับได้ปลาทูน่าตาโตที่โตเต็มวัยขนาดเล็ก และปลาทูน่าวัยอ่อนหรืออาจจับได้ด้วยเบ็ดตวัดปลาทูน่า เบ็ดลาก แต่วิธีทำการประมง ที่สำคัญที่สุดในการจับปลาทูน่าตาโตขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่น้ำลึกได้แก่เบ็ดราวโดยระดับความลึกของเบ็ดราวรุ่นใหม่ อาจลงลึกได้ถึง 300 เมตร

 ปลาทูน่าครีบยาว

ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ LONGFIN TUNA, ALBACORE
ชื่อวิทยาศาสตร์ Thunnus alalunga (Bonnatere, 1788)

          ปลาทูน่าครีบยาวเป็นปลาทูน่าขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรในเขตร้อนและอบอุ่น ระหว่างละติจูดที่ 45-50 องศาเหนือ ถึง 30-40 องศาใต้ อาศัยบริเวณผิวน้ำจนถึงกลางน้ำ ในระดับอุณหภูมิระหว่าง 13.5-25.5 องศาเซลเซียส
          ลักษณะพิเศษที่เห็นได้ชัด ความกว้างที่สุดของลำตัวปลาอยู่ทางท้ายลำตัวมากกว่าปลาทูน่าชนิดอื่น ครีบหลังแยกออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน เมื่อผ่าท้องพบว่าด้านล่างของตับจะเป็นลาย
          ขนาดของปลาทูน่าครีบยาวที่พบใหญ่ที่สุดมีความยาวประมาณ 127 เซนติเมตร น้ำหนัก 40 กิโลกรัม แต่ที่พบทั่วไปมีขนาดประมาณ 40-100 เซนติเมตร ถึงแม้ว่าปลาทูน่าครีบยาวจะมีขนาดเล็ก แต่ได้รับสมญานามว่าเป็นไก่ทะเล (Sea chicken) อย่างแท้จริงและนิยมบรรจุกระป๋อง
           การจับปลาทูน่าครีบยาวจะจับได้โดยเครื่องมืออวนล้อม เบ็ดตวัดปลาทูน่า เบ็ดลาก ซึ่งจะจับได้เฉพาะปลาขนาดเล็กแต่วิธีทำการประมงที่สำคัญที่สุดในการจับปลาทูน่าครีบยาวขนาดใหญ่ที่อยู่ในน้ำลึกได้แก่ เบ็ดราวที่ระดับความลึก 380 เมตร

ปลาทูน่าครีบน้ำเงินใต้

ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ SOUTHERN BLUEFIN TUNA
ชื่อวิทยาศาสตร์ Thunnus maccoyii (Castelnau, 1872)

           ปลาทูน่าสีน้ำเงินใต้เป็นปลาทูน่าขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรในเขตอบอุ่น ระหว่างละติจูดที่ 30-50 องศาใต้ สามารถอยู่ในระดับอุณหภูมิต่ำระหว่าง 5-20 องศาเซลเซียส
           ลักษณะพิเศษที่เห็นได้ชัดคือ ความกว้างที่สุดของลำตัวปลาอยู่กึ่งกลางของครีบหลังอันที่หนึ่ง ตัวค่อนข้างอ้วนสั้น หัวโต ตาโต ครีบหลังแยกออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน สันที่คอดหางมีสีเหลือง
           ขนาดของปลาทูน่าสีน้ำเงินใต้ที่ใหญ่ที่สุดมีความยาวมากกว่า 225 เซนติเมตร แต่ที่พบทั่วไปมีขนาด ประมาณ 160-200 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 150 กิโลกรัม
            ปลาทูน่าชนิดนี้นิยมรับประทานเป็นปลาดิบ การประมงหลัก ได้แก่การทำเบ็ดราวบริเวณประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน
ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ NORTHERN BLUEFIN TUNA
ชื่อวิทยาศาสตร์ Thunnus thynnus (Linnaeus, 1758)

          ปลาทูน่าสีน้ำเงินเป็นปลาทูน่าขนาดใหญ่ในมหาสมุทรในเขตอบอุ่นระหว่างละติจูดที่ 5-50 องศาเหนือ สามารถอยู่อาศัยบริเวณผิวน้ำในระยะอุณหภูมิกว้างมากพบการแพร่กระจายบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกฝั่งตะวันตกและมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออก
          ลักษณะพิเศษที่เห็นได้เด่นชัดคือ ความกว้างที่สุดของลำตัวปลาอยู่ทางตอนต้นของครีบหลังอันที่หนึ่ง ตัวค่อนข้างอ้วนสั้น หัวโต ตาโต ครีบหลังแยกออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน ที่คอดหางมีสีดำ ขนาดของปลาทูน่าครีบสีน้ำเงินใหญ่ที่สุดมีความยาวมากกว่า 300 เซนติเมตร แต่ที่พบทั่วไปมีขนาด 200 เซนติเมตร

ปลาทูน่าท้องแถบ

ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ SKIPJACK TUNA
ชื่อวิทยาศาสตร์ Katsuwonus pelamis (Linnaeus, 1758)

          ปลาโอแถบเป็นปลาทูน่าขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรในเขตร้อนและอบอุ่น ระหว่างละติจูดที่ 40 องศาเหนือ ถึง 40 องศาใต้ ระหว่างอุณหภูมิ 14.7-30 องศาเซลเซียส
          ลักษณะพิเศษที่เห็นได้ชัดคือ ลำตัวเป็นรูปทรงเรียวยาวแบบกระสวย ไม่มีกระเพาะลม ด้านข้างลำตัวมีแถบสีดำทอดตามยาวกับลำตัว 4-5 แถบ ขนาดที่พบที่ใหญ่ที่สุดคือ 108 เซนติเมตร และมีน้ำหนักระหว่าง 32.5-34.5 กิโลกรัม
          ปลาโอแถบเป็นปลาที่นิยมรับประทานสดและเป็นวัตถุดิบในการทำปลาทูน่าบรรจุกระป๋อง ในปัจจุบันปลาโอแถบเป็นปลาทูน่าที่มีอัตราการจับสูงสุดแทนปลาทูน่าครีบเหลือง
          ปลาโอแถบอาศัยบริเวณผิวน้ำเกือบทั้งหมดจับได้จากเครื่องมือประมงอวนล้อม เบ็ตตวัดปลาทูน่า แต่สามารถจับได้บ้างด้วยเครื่องมือเบ็ดราว เบ็ดลาก และอวนลอย โดยทั่วไปมักจะสร้างเครื่องล่อปลาให้รวมฝูงหรือซั้ง เพื่อล่อปลาโอแถบให้อยู่รวมกันแล้วจึงทำการประมง

ปลาโอดำ

ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ LONGTAIL TUNA
ชื่อวิทยาศาสตร์ Thunnus tonggol (Bleeker, 1851)

          ปลาโอดำเป็นปลาทูน่าชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่บริเวณผิวน้ำในเขตร้อนถึงเขตอบอุ่
          ลักษณะพิเศษที่เห็นได้ชัดคือ ความกว้างที่สุดของลำตัวปลาอยู่บริเวณกึ่งกลางของครีบหลังอันแรก           ครีบหลังอันแรกแยกจากครีบหลังอันที่สองอย่างขัดเจน ผ่าท้องออกดูจะพบว่าด้านล่างของตับจะไม่เป็นลาย ปลาโอดำขนาดใหญ่จะพบจุดสีเข้ม รูปร่างกลมรีเป็นแนวตามขนาดของลำตัว
          ขนาดที่พบที่ใหญ่ที่สุดคือ 130 เมตร และมีน้ำหนักประมาณ 35 กิโลกรัม แต่ขนาดที่พบโดยทั่วไปมีความยาว 40-70 เซนติเมตร
           มีการจับปลาชนิดนี้มากบริเวณนอกทะเลญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย อินเดีย โดยใช้เครื่องมือประมงอวนลอย