กรมประมงประกาศปิดอ่าวทะเลฝั่งอันดามันระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน ประจำปี 2560 ครอบคลุมพื้นที่ 4,696 ตารางกิโลเมตร ในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย ภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง ซึ่งกรมประมงได้ดำเนินการมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 จนถึงขณะนี้รวมระยะเวลา 32 ปี

สำหรับมาตรการดังกล่าวเป็นการกำหนดห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิด ที่อาจส่งผลต่อการขยายพันธุ์ของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ และสัตว์น้ำวัยอ่อนในทะเล โดยเฉพาะปลาทู ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตามจากผลสำรวจในปีที่ผ่านมาการจับสัตว์น้ำโดยเรือประมงในทะเลอันดามันก่อนประกาศมาตรการปิดอ่าวมีอัตราการจับ 150.59 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และในช่วงปิดอ่าว มีอัตราการจับเฉลี่ย 826.61 กิโลกรัมต่อชั่วโมง สูงขึ้นถึง 5.47 เท่า โดยเฉพาะในแหล่งการประมงสำคัญบริเวณระหว่างเกาะพีพี และเกาะลันตา จ.กระบี่
นอกจากนี้ยังพบว่าการทำประมงที่มากเกินกลังผลิตของสัตว์น้ำในธรรมชาติ ทำให้มีปลาทูขนาดเล็กเกิดขึ้นมากกว่าช่วงอื่นๆ อีกทั้งปลาผิวน้ำและปลาหน้าดินก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าการใช้มาตรการปิดอ่าวทะเลฝั่งอันดามันสอดคล้องกับช่วงฤดูการวางไข่ และการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำได้เป็นอย่างดี
สำหรับมาตรการปิดอ่าวฝั่งอันดามันในปีนี้ยังคงมาตรการตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2551 โดยห้ามใช้เครื่องมืออวนลากทุกประเภท ทักขนาดที่ใช้ประกอบเรือกล,เครื่องมืออวนล้อมจับทุกชนิด,อวนติดตาที่มีช่องทางเล็กกว่า 4.7 เซนติเมตร ให้ใช้ไ้เฉพาะเครื่องมืออวนลากคานถ่างที่ใช้ประกอบกับเรือกล ซึ่งใช้เป็นเชือกเส้นใยประดิษฐ์เป็นสายลากอวน เพราะในเวลากลางคืน,ให้ใช้เครื่องมือออวนล้อมจับปลากะตักทำการประมงเฉพาะในเวลากลางวัน และเครื่องมือโอนโป๊ะ 
ทั้งนี้หากรายใดฝ่ายฝืนต้องโทษตั้งแต่ 10,000-30 ล้านบาท ตามขนาของเรือประมง หรือ 5 เท่าของมูลค่าสัตร์น้ำที่จับได้ และจะถูกริบเครื่องมือทั้งหมด
โดยในปีนี้กรมประมงจะจัดพิธีปิดพื้นที่ทาวทะเลฝั่งอันดามันตั้งแต่ 31 มีนาคมนี้ ที่ท่าเทียบเรือและศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต 3(กระบี่)