77 ถ. ศักดิเดช ต. วิชิต อ. เมือง จ. ภูเก็ต โทรศัพท์ 0-7639-1138, 0-7639-1140 โทรสาร 0-7639-1139
home
history
job
staff
 

 


ความเสียหายของเรือประมงบริเวณ
องค์การสะพานปลาภูเก็ต (คลองท่าจีน)

 

กรมประมง ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ทางทะเลด้านประมง

        หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเช้าวันที่ 26 ธันวาคม 2547 โดยมีศูนย์กลางที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย โดยวัดความสั่นสะเทือน ได้ถึง 9.0 ริกเตอร์ ต่อมาได้เกิดคลื่นยักษ์ หรือที่เรียกว่า "สึนามิ" เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในหลายจังหวัดในแถบทะเลอันดามัน ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ทำให้มีประชาชน นักท่องเที่ยว และชาวประมงเสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก

        พื้นที่จังหวัดภูเก็ต บริเวณท่าเรือรัษฎาและคลองท่าจีน สถานที่จอดเรือประมง เรือท่องเที่ยวและเรือโดยสาร ถูกคลื่นซัดเรืออับปาง และเกยฝั่งนับ 100 ลำ ขณะที่หมู่บ้านไทยใหม่ แหลมตุ๊กแก เกาะสิเหร่ ต. รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต บ้านพักของชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ถูกคลื่นยักษ์เสียหายทั้งหมู่บ้าน 150 หลัง สำหรับบริเวณชายฝั่งจังหวัดสตูล คลื่นยักษ์ทำให้กระชังปลาที่อยู่บริเวณพื้นที่ ต.ปากน้ำ อ.ละงู จำนวนมาก ได้รับความเสียหาย ส่วนเรือประมงทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ถูกคลื่นยักษ์ซัดถล่มเสียหายไปแล้ว 100 ลำ (หนังสือพิมพ์มติชน 2004/12/27)

        วันที่ 27 ธันวาคม 2547 นายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสิทธิ   บุณยรัตผลิน อธิบดีกรมประมง และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่ จ. ภูเก็ต เพื่อรับทราบปัญหา และวางแผนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรประมง ในขั้นต้น

        ที่กระทรวงเกษตรฯ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รมว.กระทรวงเกษตรฯ นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายสามารถ โชคคณาพิทักษ์ อธิบดีกรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่ที่ เกี่ยวข้องร่วมประชุมสรุปความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาคการเกษตร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า เบื้องต้นมีเรือประมงเสียหายจำนวน 1,151 ลำ แยกเป็นเรือใหญ่ 15 ลำ เรือขนาดเล็ก 1,136 ลำ และกระชังปลา 12,595 กระชัง และโป๊ะขนาดใหญ่เสียหาย 134 โป๊ะ และโป๊ะเล็ก 287 โป๊ะ อวนลอย 183 ผืน ลอบปู 19,635 ลูก ลอบปลาหมึก 11,429 ลูก และฟาร์มกุ้ง 1 ฟาร์ม (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 2004/12/28)

        ด้านนายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรฯ ที่เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ มาเยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยสวนสาธารณะ เทศบาลตำบลกำแพง อ.ละงู ในช่วงสาย นายเนวิน ชิดชอบ กล่าวว่า ได้สั่งการให้นำเรือของกรมประมงร่วมกับเรือตำรวจน้ำ คอยดูแลชาวประมงที่ออกหาปลา ส่วนความเสียหายที่ได้รับรายงาน มีเรือประมงเล็ก 500 ลำ เรือใหญ่ 25 ลำ (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 2004/12/28)


รมช. เกษตรฯ อดีตอธป.กรมประมง และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ. ภูเก็ต เพื่อช่วยเหลือ
เกษตรกรประมง ที่ได้รับความเดือดร้อนจากคลื่นยักษ์

     วันที่ 29 ธันวาคม 2547    นายเนวิน ชิดชอบ รมช. เกษตรฯ เป็นประธานการประชุมหน่วยงานของกรมประมง ทางฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับความเดือดร้อนจากคลื่นยักษ์ พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยทางทะเลด้านประมง ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเล ฝั่งอันดามัน จ. ภูเก็ต มีรายละเอียดพบสรุปได้ดังนี้
      1. การดำเนินการสำรวจความเสียหายของเรือประมง ในพื้นที่ประสบภัย เพื่อการชดเชยค่าเสียหาย ของเรือประมงแก่ชาวประมง โดยมีหลักการพิจารณา ประเภทเรือดังนี้
  
    ประเภทที่ 1 เรือจดทะเบียนกับกรมเจ้าท่า, มีอาชญาบัตร และได้ขึ้นทะเบียนชาวประมงกับกรมประมง ปี 2546
      ประเภทที่ 2 เรือที่ไม่มีทะเบียนเรือ , แต่มีอาชญาบัตร และได้ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง ปี 2546
      ประเภทที่ 3 เรือที่ไม่มีทะเบียนเรือ , ไม่มีอาชญาบัตร แต่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง ปี 2546
      ประเภทที่ 4 เรือที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลย และไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง ปี 2546
      ประเภทที่ 5 เรืออื่นที่ไม่ใช่เรือประมง เช่น เรือรับจ้าง เรือทัวร์ เรือท่องเที่ยว แต่เรือเหล่านี้ต้องมีทะเบียนเรือ
      ประเภทที่ 6 เรือประมงไม่เสียหายแต่เครื่องมือประมงเสียหาย และต้องเป็นเรือที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง ปี 2546 แล้ว
      การขอรับการชดเชยกับกรมประมง ให้ทางสำนักงาน ประมงจังหวัดดำเนินการสำรวจความเสียหายตามหลักเกณฑ์ โดยให้มี หลักฐานต่างๆของเรือชัดเจน มีรูปถ่ายของเรือที่เสียหาย รวมทั้งใบแจ้งความที่สถานีตำรวจด้วย ในการดำเนินการสำรวจข้อมูล ความเสียหายให้ทางสำนักงานประมงจังหวัดดำเนินการสำรวจ ถ้าบุคลากรไม่เพียงพอในการสำรวจให้ดำเนินการจ้างเหมาเอกชน ในการสำรวจในอัตราโดยให้ค่าตอบแทนในอัตรา 500 บาท/ราย เพิ่มเติม กรณีที่เจ้าของเรือสูญหายหรือเสียชีวิต ก็ให้ทางสำนักงาน ประมงจังหวัดประกาศให้ทางครอบครัวนั้นทราบเพื่อมาติดต่อขอรับค่าชดเชยตามหลักเกณฑ์แทน

      2. การดำเนินการกู้เรือและเครื่องยนต์ที่เสียหาย
       พื้นที่ที่จะดำเนินการมีจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา ส่วนจังหวัดอื่นมีเรือส่วนใหญ่เป็นเรือขนาดเล็กจึงไม่ขอรับความช่วยเหลือ ในด้านนี้ โดยในจังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่เสียหายหนักในบริเวณ คลองท่าจีน สะพานเกาะสิเหร่ซึ่งต้องใช้เรือถอนสมอช่วยลากเรือ ซึ่งทางสมาคมประมงภูเก็ตจะดำเนินการจ้างเหมาเรือถอนสมอจากท่าเรือน้ำลึก 1 ลำมาช่วยลากเรือและจัดซื้อถังขนาด 200 ลิตรเพื่อใช้ในการกู้เรือด้วย เมื่อดำเนินการที่จังหวัดภูเก็ตแล้ว จะไปดำเนินการที่จังหวัดพังงาต่อไป ในการดำเนินการกู้เรือ ถ้าต้องการขอรับการช่วยเหลือเพิ่มเติมในด้านนักประดาน้ำและเรือให้ติดต่อกองเรือภาคที่3 และศูนย์ป้องกันและปราบปราบประมง ทะเลฝั่งอันดามัน จ.กระบี่ ได้ตลอดเวลา ซึ่งหลังการประชุมท่าน รมช. เนวินจะไปดูการกู้เรือที่สะพานเกาะสิเหร่ และบ้านน้ำเค็ม จ.พังงา ต่อไป

      3. การจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลด้านประมง จะจัดตั้งที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลฝั่งอันดามัน โดยมี ผอ.นิวัต    สุธีมีชัยกุล ผอ.สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีประมงเป็นหัวหน้าศูนย์ฯ
      4. การรายงานความก้าวหน้าศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลด้านประมง ให้รายงานกรมประมงทุกวัน วันละ 2 ครั้งเวลา 10.00 น. และ 15.30 น.

 
ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลด้านประมง
ตั้งอยู่ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลฝั่งอันดามัน จ. ภูเก็ต

      วันที่ 6 มกราคม 2548 นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ รับฟังการบรรยายสรุปของศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยทาง ทะเลด้านประมง จากผอ. ศูนย์ประสานฯ ซึ่งได้รายงานความเสืยหายเบื้องต้น ผู้ประสบภัยพิบัติ (พายุใต้น้ำ) ทางฝั่งทะเลอันดามัน 6 จังหวัด มีเรือเสียหายทั้งหมด 4,529 ลำ เป็นเรือขนาดใหญ่ 1,127 ลำ เรือขนาดเล็ก 3,402 ลำ กระชังเสียหาย 1,123,167 ตารางเมตร โรงเพาะฟัก 40,048 ไร่ บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ 179 ไร่ พื้นที่อนุญาตเลี้ยงสัตว์น้ำ 434 ไร่ ในการนี้ได้กู้เรือที่ประสบภัยได้ จำนวน 597 ลำ เป็นเรือขนาดใหญ่ 283 ลำ เรือขนาดเล็ก 314 ลำ ตามรายละเอียดดังนี้

จังหวัดระนอง
      จำนวนเรือเสียหาย 488 ลำ เป็นเรือขนาดใหญ่ 191 ลำ เรือขนาดเล็ก 297 ลำ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (กระชัง) เสียหาย 827,008 ตรม. เรือที่ล้มจำนวน 488 ลำ ได้ดำเนินการกู้เรือขนาดใหญ่ได้ 13 ลำ ขนาดเล็ก 13 ลำ

      จังหวัดพังงา
      จำนวนเรือเสียหาย 891 ลำ เป็นเรือขนาดใหญ่ 284 ลำ เรือขนาดเล็ก 607 ลำั พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (กระชัง) เสียหาย 87,194 ตรม. โรงเพาะฟัก 1,548 ตรม. บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ 60 ไร่ เรือที่ล้มจำนวน 891 ลำ ได้ดำเนินการกู้เรือขนาดใหญ่ได้ 107 ลำ ขนาดเล็ก 153 ลำ
      จังหวัดภูเก็ต
      จำนวนเรือเสียหาย 1,112 ลำ เป็นเรือขนาดใหญ่ 476 ลำ เรือขนาดเล็ก 636 ลำ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (กระชัง) เสียหาย 45,172 ตรม. โรงเพาะฟัก 38,500 ตรม. บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ 6 ไร่ พื้นที่อนุญาตเลี้ยงสัตว์น้ำ 397 ไร่ เรือที่ล้มจำนวน 1,112 ลำ ได้ดำเนินการกู้เรือขนาดใหญ่ได้ 157 ลำ ขนาดเล็ก 41 ลำ
      จังหวัดกระบี่
      จำนวนเรือเสียหาย 922 ลำ เป็นเรือขนาดใหญ่ 147 ลำ เรือขนาดเล็ก 775 ลำ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (กระชัง) เสียหาย 74,108 ตรม. บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ 113 ไร่ พื้นที่อนุญาตเลี้ยงสัตว์น้ำ 30 ไร่ เรือที่ล้มจำนวน 922 ลำ ได้ดำเนินการกู้เรือขนาดใหญ่ได้ 1 ลำ เรือขนาดเล็ก 44 ลำ
      จังหวัดตรัง
      จำนวนเรือเสียหาย 594 ลำ เป็นเรือขนาดเล็กทั้งหมด พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (กระชัง) เสียหาย 19,554 ตรม. พื้นที่อนุญาต เลี้ยงสัตว์น้ำ 7 ไร่
      จังหวัดสตูล
      จำนวนเรือเสียหาย 522 ลำ เป็นเรือขนาดใหญ่ 29 ลำ เรือขนาดเล็ก 493 ลำ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (กระชัง) เสียหาย 70,140 ตรม. เรือที่ล้มจำนวน 522 ลำ ได้ดำเนินการกู้เรือขนาดใหญ่ได้ 5 ลำ เรือขนาดเล็ก 49 ลำ

ข้อมูลจำนวนเกษตรกรที่กรมประมงขึ้นทะเบียนกับจำนวนผู้ประสบภัยที่มาแจ้งขอความช่วยเหลือ
                                                                                                           (ข้อมูล ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2548)

ลำดับที่
จังหวัด
จำนวนผู้มาขึ้นทะเบียน (ปี 2547)
ผู้ประสบภัยที่ได้รับความช่วยเหลือ 2
เรือประมง
ผู้เพาะเลี้ยง
เครื่องมือ 1
แพปลาฯลฯ
เรือประมง
ผู้เพาะเลี้ยง
เครื่องมือ 3
แพปลาฯลฯ
1
ระนอง
2,192
3,410
1,445
55
840
1,336
97
25
2
พังงา
4,189
3,278
1,145
35
2,564
2,749
1,150
24
3
ภูเก็ต
1,299
1,089
718
11
1,246
536
761
6
4
กระบี่
2,981
1,983
71
52
1,264
1,162
1,694
-
5
ตรัง
3,010
7,329
417
-
870
619
1,646
-
6
สตูล
3,827
1,447
1,935
28
678
1,174
1,650
5
รวม
17,498
18,536
5,731
181
7,462
7,576
6,998
60

หมายเหตุ       1 เป็นตัวเลขจำนวนเครื่องมือประมงที่มีอาชญาบัตรจากการขึ้นทะเบียนเรือ ในปี พ.ศ. 2547
                  2 ในจำนวนนี้มีผู้ที่ไม่ได้มาขึ้นทะเบียนรวมอยู่ด้วย
                  3 เครื่องมือบางประเภทไม่ต้องมาขึ้นทะเบียน จำนวนผู้แจ้งขอความช่วยเหลือจึงมีมากกว่าที่ขึ้นทะเบียน

เปรียบเทียบเรือประมงทีแจ้งขอความช่วยเหลือที่ได้ขึ้น / ไม่ขึ้นทะเบียน

เรือประมง จำนวน(ลำ) <10 เมตร >10 เมตร
ขึ้นทะเบียน
17,498
13,561
3,937
ขอความช่วยเหลือ
7,462
6,568
894
ขึ้นทะเบียน
3,655
2,986
669
ไม่ขึ้นทะเบียน
3,807
3,582
225

เปรียบเทียบผู้เพาะเลี้ยงทีแจ้งขอความช่วยเหลือที่ได้ขึ้น / ไม่ขึ้นทะเบียน

ผู้เพาะเลี้ยง จำนวน (ราย)
ขึ้นทะเบียน
18,536
ขอความช่วยเหลือ
7,576
ขึ้นทะเบียน
3,060
ไม่ขึ้นทะเบียน
4,516

เปรียบเทียบเครื่องมือประมงทีแจ้งขอความช่วยเหลือที่ได้ขึ้น / ไม่ขึ้นทะเบียน

เครื่องมือประมง จำนวน (ราย)
ขึ้นทะเบียน
5,731
ขอความช่วยเหลือ
6,998
ขึ้นทะเบียน
1,918
ไม่ขึ้นทะเบียน
5,080

ตารางสรุปการช่วยเหลืือผู้ประสบภัยสึนามิ(ข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ย. 48)

รายการ
ช่วยเหลือ
ตามเกณฑ์
อุทธรณ์ 1
อุทธรณ์ช้า 1
(ได้รับเงินช้า)
ทบทวน
เกินอำนาจจังหวัด
ณ วันที่ 24มิ.ย.48
ขอความช่วยเหลือช้า
(เก็บตก)
จำนวน
เงิน
(ล้านบาท)
จำนวน
เงิน
(ล้านบาท)
จำนวน
เงิน
(ล้านบาท)
จำนวน
เงิน
(ล้านบาท)

ได้เงินช่วยเหลือ
+อุทธรณ์แล้ว

เงิน
(ล้านบาท)
อุทธรณ์ช้า
เกิน 30 วัน
เงิน
(ล้านบาท)
จำนวน
เงิน
(ล้านบาท)
จำนวน
เงิน
(ล้านบาท)
เรือประมง
(ลำ)
7,705
234
254
38
15
1.5
4
0.3
190
373.3
657
66.6
7,640
230.92
65
3.13
เรือท่องเที่ยว
(ลำ)
1,292
54.9
5
0.1
-
-
-
-
-
-
-
-
1,212
50.77
80
4.08
ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
(ราย)
7,749
120.6
435
20.4
-
-
37
7.6
100
130.3
1,155
202.9
7,742
119.91
25
0.35
เครื่องมือประมง
(ราย)
7,879
45.5
87
0.7
1
0.2
-
-
-
-
174
4.2
7,850
45.27
29
0.19
ผู้ประกอบการอื่นๆ
(ราย)
62
7.2
15
2.5
-
-
1
0.3
13
31.7
-
-
60
7.01
2
0.28
รวม
24,687
462.3
796
61.7
16
1.7
42
8.2
303
535.5
1,986
273.8
24,486
453.88
201
8.03

หมายเหตุ    1 เพิ่งได้รับเงิน

สาเหตุมายื่นช้า
1  บ้านพักเสียหายต้องไปอาศัยบ้านพักชั่วคราว
2  ไม่ทราบข่าว ไม่มีวิทยุฟังข่าว เสียหายไปพร้อมบ้าน
3  ยื่นมานานแล้วแต่เกิน 30 วัน คณะกรรมการไม่พิจารณาเพราะเกินอำนาจจังหวัด
4  คนที่มายื่นทีหลังทราบข่าวว่าเกิน 30 วันไม่ได้ ก็เลยไม่ยื่น
5  ฯพณฯรัฐมนตรีช่วย อดิศร เพียงเกษ ไปประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ตะกั่วป่า ผู้ใหญ่บ้านเสนอปัญหาเหล่านี้ ฯพณฯจึงสั่งการให้สำรวจและรวบรวมรายชื่อส่ง

การตรวจสอบ
ตรวจสอบทั้งระดับจังหวัดและส่วนกลางแล้วไม่ซ้ำกับที่เคยอุทธรณ์

ข้อมูลความช่วยเหลือจังหวัดพังงา

รายละเอียด
จำนวน(ราย)   จำนวนเงิน(ล้านบาท)
พังงาเสียหาย
6,487
ช่วยแล้ว
240.5
อุทธรณ์แล้ว
526
เป็นจำนวนเงิน
51.9
อุทธรณ์ช้า
1,986
เป็นจำนวนเงิน
273.8
-เรือประมง
657
อุทธรณ์
66.6
-เพาะเลี้ยง
1,155
อุทธรณ์
202.9
-เครื่องมือประมง
174
อุทธรณ์
4.2
รวม
1,986
อุทธรณ์
273.8
อุทธรณ์ซ้ำ(ได้เงินช่วยเหลือ+อุทธรณ์แล้ว)
-เรือประมง
190
อุทธรณ์
373.3
-เพาะเลี้ยง
100
อุทธรณ์
130.3
-เครื่องมือประมง
13
อุทธรณ์
31.7
รวม
303
อุทธรณ์
535.5

 

 

 
 
 
 

ติดต่อได้ที่ Webmaster