การปิดอ่าว ตัว ก
การปิดอ่าว ตัว ก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 16 เมษายน 2012 เวลา 13:51 น.

 ความเป็นมาของแนวทางการอนุรักษ์สัตว์น้ำบริเวณอ่าวไทยตอนใน

(ปิดอ่าวตัว ก)  

               ตามที่สมาคมการประมงสมุทรสงคราม ได้เล็งเห็นว่าทรัพยากรประมงบริเวณอ่าวไทยตอนในอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมมาเป็นเวลายาวนาน สมาคมฯ จึงมีแนวคิดที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรประมงในพื้นที่อ่าวไทยตอนใน ดังนั้น สมาคมฯ ได้มีมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2553 และส่งมติดังกล่าวมายังสมาคมประมงแห่งประเทศไทยโดยมีใจความว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้มีการปิดพื้นที่อ่าวไทยตอนใน (อ่าวไทยรูปตัว ก) ต่อมาสมาคมประมงแห่งประเทศไทยได้พิจารณานำเสนอต่อกรมประมง เพื่อให้รวบรวมข้อมูลด้านวิชาการในเรื่องแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงในพื้นที่อ่าวไทยตอนใน กรมประมงจึงจัดการประชุมร่วมระหว่างผู้บริหารกรมประมง นักวิชาการประมง และตัวแทนองค์กรภาคประมงในวันที่ 20 มกราคม 2554 และกรมประมง โดยสำนักวิจัยและ พัฒนาประมงทะเล ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานกำหนดแนวทางในการอนุรักษ์การทำประมงในพื้นที่อ่าวไทยรูปตัว ก ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนบนได้จัดการประชุมกลุ่มย่อยในพื้นที่ 7 จังหวัด รอบอ่าวไทยรูปตัว ก และประชุมกลุ่มย่อยกับตัวแทนชาวประมงในแต่ละจังหวัด รวมทั้งสิ้น 33 ครั้ง ซึ่งรวมทั้งกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน และกลุ่มชาวประมงพาณิชย์ สรุปผลการประชุมมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามผู้ที่เห็นด้วยยังมีข้อคิดเห็นที่นำเสนอผ่านที่ประชุม เช่น  การขอลดระยะเวลาการปิดอ่าวให้เหลือน้อยกว่า 3 เดือน การเพิ่มหรือลดพื้นที่ในการปิดอ่าว และประเภทเครื่องมือที่จะถูกห้ามทำการประมงเป็นต้น ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่เป็นชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำประมงใกล้ฝั่ง มีรายได้น้อย และเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของตนเองในช่วงที่มีมาตรการปิดอ่าว

 

   ผลการประชุมระหว่างกรมประมง สมาคมประมง และชาวประมง ในวันที่  9 เม.ย. 2556 ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้ปิดอ่าวตัว ก กรมประมงจึงได้เสนอร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ห้ามใช้เครื่องมือบางชนิดทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี ภายในระยะเวลาที่กำหนด เนื้อหาที่สำคัญในร่างประกาศดังกล่าวประกอบด้วย พื้นที่ปิดอ่าวครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,900 ตารางกิโลเมตร เริ่มจากอ่าวไทยตอนในฝั่งตะวันตกบริเวณอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนถึงฝั่งตะวันออกบริเวณอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี (รายละเอียดตามแผนที่แนบ) ระยะเวลาปิดอ่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม รวม 2 เดือน ของทุกปี •เครื่องมือประมงที่ห้ามทำการประมงประกอบด้วย •เครื่องมืออวนลากทุกชนิด ยกเว้นเครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ ความยาวเรือไม่เกิน 14 เมตรให้ทำการประมงได้เฉพาะในเวลากลางคืน •เครื่องมืออวนรุน ยกเว้นเครื่องมืออวนรุน ความยาวเรือไม่เกิน 14 เมตร ให้ทำการ ประมงได้เฉพาะในเวลากลางคืน และเครื่องมืออวนรุนเคย •เครื่องมืออวนล้อมจับทุกชนิด •เครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยก ประกอบกับแสงไฟล่อทำการประมงปลากะตัก •เครื่องมืออวนติดตาที่ใช้ประกอบกับเรือกลทำการประมงด้วยวิธีล้อมติดปลาทูหรือด้วยวิธีที่คล้ายคลึงกัน •เครื่องมืออวนติดตาปลาทู ยกเว้นเครื่องมืออวนติดตาปลาทูที่มีขนาดช่องตาไม่ต่ำกว่า ๓.๘ เซนติเมตร ความยาวอวนไม่เกิน ๒,๐๐๐ เมตร ที่ใช้กับเรือกลความยาวเรือไม่เกิน 10 เมตร ประกาศดังกล่าวจะทดลองใช้เป็นเวลา 3 ปี ในขณะนี้กรมประมงกำลังดำเนินการออกประกาศดังกล่าว ซึ่งจะต้องลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีผลบังคับใช้เมื่อปิดประกาศครบกำหนด 30 วัน คาดว่าจะสามารถปิดอ่าวไทยตัว ก ได้ในปี 2556 นี้ ในช่วงที่มีการปิดอ่าว กรมประมงจะดำเนินการเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการเพื่อแสดงให้เห็นถึงผลที่ได้รับจากการปิดอ่าว และจะได้ปรับแนวทางการปิดอ่าวรูปตัว ก ให้เหมาะสมและประกาศใช้อย่างถาวรต่อไป

 

 

 

   ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนบน

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฏาคม 2013 เวลา 15:13 น.