โครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการติดตามเฝ้าระวัง (MCS)

Monitoring Control and Surveillance Strengthening Programme

 

                ส่วนบริหารจัดการประมงทะเล สำนักบริหารจัดการด้านการประมง โดยการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง (CHARM) ได้เข้ามาร่วมกับชุมชนและภาคเอกชนในการดำเนินกิจกรรม การเสริมสร้างและเพิ่มพูนประสิทธิภาพระบบการติดตาม ควบคุมและเฝ้าระวังการกระทำอันเป็นการทำลายทรัพยากรชายฝั่ง เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการเสริมสร้างชุมชนให้มีศักยภาพในการจัดการทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งร่วมกันภายใต้จุดมุ่งหมายหลัก 3 ประการ คือประการแรกเป็นการเพิ่มศักยภาพการเฝ้าระวังโดยใช้ระบบการติดต่อสื่อสารในรูปแบบเครือข่ายวิทยุประการที่สองเพิ่มขีดความสามารถในด้านความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล และประการสุดท้ายการเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสัตว์น้ำและสภาวะการเฝ้าระวังในท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนชายฝั่งอย่างยั่งยืนต่อไป

 

 

                  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ มีการจัดฝึกอบรมหลักสูตรการเฝ้าระวัง (MCS) ให้แก่สมาชิกชุมชนเข้ามาร่วมในฐานะอาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์น้ำของชุมชน เป็นการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเพื่อปฏิบัติภารกิจที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างจริงจังและมีรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน ภายใต้การบริหารจัดการกลุ่มอย่างมีระบบ โดยเรียกร้องให้ชาวประมงยึดถือพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า " ขออย่าให้ท่านทั้งหลายเป็นพลังเงียบ หรือเฉยต่อเหตุภัยที่เกิดขึ้นต่อบ้านเมืองฯลฯ เราควรร่วมหัวกันร่วมมือร่วมใจช่วยคุ้มครองประเทศไทย   โดยไม่ต้องถืออาวุธ เป็นพลังที่ถูกต้อง " มาเป็นหลักในการชักชวนชาวประมงชายฝั่งพื้นบ้านเข้าร่วมโครงการ

                หลักสูตรการฝึกอบรมมีลักษณะเป็นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วยการเรียนรู้ทางทฤษฎีและฝึกปฏิบัติด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ของจริง เช่น อุปกรณ์การติดต่อสื่อสารหรือวิทยุรับส่ง อุปกรณ์การช่วยชีวิต อุปกรณ์การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนการฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามสถานการณ์สมมุติที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น การตรวจตราพื้นที่ทำการประมงบริเวณชายฝั่ง การร่วมปฏิบัติงานกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของทางราชการ การตรวจค้นเรือประมงผู้ต้องสงสัยหรือกระทำผิดกฎหมายประมง การช่วยเหลือค้นหาผู้ประสบภัยทางทะเล หรือการบันทึกข้อมูลข่าวสารด้านการประมง และด้านการเฝ้าระวัง เป็นต้น

 

 

               ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมจำนวนรุ่นละประมาณ 40-50 คน ผ่านการคัดเลือกโดยกลุ่มชาวประมงในท้องถิ่นเอง เพื่อเป็นกลุ่มนำร่องในการเรียนรู้ระบบการเฝ้าระวัง สำหรับนำไปใช้ในการปฏิบัติและสอนต่อให้แก่สมาชิกที่เข้ามาร่วมกับกลุ่มอาสาสมัครในภายหลัง ทั้งนี้ ในกลุ่มเริ่มต้นเปิดโอกาสให้สมาชิกขององค์การบริหารส่วนตำบลเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการกลุ่มด้วย เพื่อเป็นแกนนำในการเสนอแนะวิธีการบริหารจัดการกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ        

                เพื่อให้โครงการดังกล่าวพร้อมที่จะดำเนินสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาต่อไป เมื่อการฝึกอบรมเสร็จสิ้นลงโครงการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง (CHARM) จะมอบอุปกรณ์ประกอบการฝึกสอนทั้งหมดซึ่งมีมูลค่าประมาณกว่าล้านบาทให้แก่กลุ่มอาสาสมัครประจำตำบลไว้ใช้ประโยชน์ ภายใต้เงื่อนไขและข้อตกลงที่ได้ทำสัญญาร่วมกันระหว่างโครงการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง (CHARM) กับคณะกรรมการกลุ่มอาสาสมัครประจำตำบลซึ่งประกอบด้วยนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล และผู้นำกลุ่มประมงในท้องถิ่นอีก 2-3 คน โดยความคาดหวังผลที่จะได้รับภายหลังจากการฝึกอบรมในแต่ละด้านประกอบด้วย

 

ด้านการเฝ้าระวัง

                เมื่อชาวประมงในชุมชนได้รับการฝึกฝนด้านการติดต่อสื่อสารที่มีการใช้นามเรียกขาน และใช้วิธีการติดต่อที่เป็นระบบ มีระเบียบขั้นตอนอย่างชัดเจน มีศูนย์กลางรับส่งข้อมูลของชุมชนอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล จะทำให้ชาวประมงสามารถใช้วิทยุติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลาที่ออกทำการประมง สร้างสังคมชาวประมงขึ้นใหม่ผ่านระบบเครือข่ายการสื่อสารสร้างความรู้สึกใกล้ชิดกันและกันยิ่งขึ้น และรู้สึกอบอุ่นแม้ขณะทำการประมงอยู่ลำพังในทะเลก็ตาม สามารถแลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกันได้ตลอดเวลา สามารถรับรู้และส่งข่าวสารการแจ้งเตือนภัยหรือการนัดหมายจากศูนย์กลางของชุมชนได้อย่างรวดเร็วและทันการณ์ ทำให้สามารถลดปัญหาการสูญเสียจากหายนะภัยทางทะเล โดยสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านระบบเครือข่ายจากศูนย์ของชุมชนหรือเพื่อนชาวประมงที่ทำประมงอยู่บริเวณใกล้เคียงได้ตลอดเวลา สิ่งสำคัญอย่างยิ่งเมื่อได้มอบอุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง เช่น กล้องส่องทางไกล จีพีเอส ไฟฉายแรงสูงให้แก่กลุ่มอาสาสมัครจะสามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ดังกล่าวร่วมกับระบบเครือข่ายการสื่อสาร ในการเฝ้าระวังภัยทุกด้านที่เข้ามาในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นภัยจากการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย หรือภัยจากธรรมชาติก็ตาม

 

 

ด้านความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล

                เมื่อชาวประมงได้มีการเรียนรู้วิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ตลอดจนวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปกป้องตัวเองและให้ความช่วยเหลือผู้อื่นได้เป็นอย่างดี เช่น กรณีประสบอุบัติเหตุเรือประมงที่ใช้ทำการประมงอับปางลง การประยุกต์สิ่งของที่มีอยู่ในเรือประมงมาเป็นอุปกรณ์การช่วยชีวิต การใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้หรือวิธีการดำรงชีพในทะเลขณะลอยคอรอการช่วยเหลืออย่างถูกวิธี ย่อมจะทำให้มีโอกาสที่จะมีชีวิตรอดได้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังสามารถใช้ความรู้ที่ได้รับการฝึกในการช่วยผู้อื่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวหรือชาวประมงด้วยกันที่อาจประสบภัยทางทะเลได้อีกทางหนึ่ง จะสร้างความเชื่อมั่นและชื่อเสียงให้กับท้องถิ่นจากผู้ได้รับการช่วยเหลือไปทั่วสารทิศ

 

 

ด้านข้อมูลพื้นฐานสัตว์น้ำและสถานการณ์การเฝ้าระวัง

                เมื่อชาวประมงมีการเรียนรู้ถึงประโยชน์ของฐานข้อมูล การรวบรวมข้อมูลและการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์อย่างง่าย เช่น การเก็บข้อมูลเพียงชื่อสัตว์น้ำและปริมาณที่จับได้ในแต่ละวัน หรือเหตุการณ์สำคัญที่พบเห็นในแต่ละวันที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ย่อมจะทำให้ได้รับความร่วมมือร่วมใจในการจัดเก็บข้อมูล เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานของชุมชน เมื่อข้อมูลมีจำนวนมากขึ้นย่อมจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเฝ้าระวัง การบริหารจัดการทรัพยากรในชุมชน และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุมชนเอง ชาวประมงสามารถรู้ถึงประเภทของสัตว์น้ำที่มีอยู่ในชุมชน จำนวน การมีอยู่ หรือการหายไปจากท้องถิ่น นอกจากจะใช้เป็นสัญญาณเตือนในการเฝ้าระวังแล้ว ยังสามารถพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนเศรษฐกิจของชุมชนได้อีกทางหนึ่ง และสามารถพัฒนาระบบข้อมูลให้มีความละเอียดยิ่งขึ้นต่อไปได้เมื่อชาวประมงมีความรู้และความชำนาญมากขึ้นในภายหน้า

 

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการ

                รูปแบบจำลองการตรวจตราเฝ้าระวังอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนแบบยั่งยืน และสามารถยืนยันในการปกป้องและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในท้องถิ่นของตน

                การหาเลี้ยงชีพของชาวประมงพื้นบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ระเบียบ กฎเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐาน บนความเข้มแข็งและร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย

                เสริมสร้างมาตรการตรวจตราเฝ้าระวังการประมงชายฝั่งของท้องถิ่น โดยอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

                เพิ่มการรับรู้และเสริมสร้างความเข้าใจ ในคุณประโยชน์ของการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งอย่างมีระบบที่เหมาะสมให้แก่สมาชิกชุมชน โดยเฉพาะชาวประมงและเยาวชน

                สร้างระบบฐานข้อมูลด้านการตรวจตราเฝ้าระวังและติดตามด้านการประมง และฐานข้อมูลสัตว์น้ำของชุมชน เพื่อใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

 

 

                      โครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการติดตามเฝ้าระวัง (MCS) ถือว่าเป็นการให้ความรู้พื้นฐานและฝึกฝนเกี่ยวกับการบริหารจัดการประมงโดยชุมชนในเบื้องต้นสร้างความพร้อมเพื่อการที่ชุมชนจะต้องเข้ามารับผิดชอบในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่น อย่างเต็มรูปแบบโดยชุมชนเองในอนาคตอันใกล้ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วจำนวน 3 ตำบล ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโครงการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง (CHARM) คือ ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ตำบลหาดสำราญ กิ่งอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง และตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ และกำลังจะดำเนินการต่อไปในพื้นที่จังหวัดระนอง จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อไป.

 

ส่วนบริหารจัดการประมงทะเล

สำนักบริหารจัดการด้านการประมง   กรมประมง

โทร 0 2562 0567

***********************************