จังหวัดอุตรดิตถ์

 
 

 


 

          อุตรดิตถ์เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือตอนล่างในแดนล้านนาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ 491 กิโลเมตร และโดยทางรถไฟ 485 กิโลเมตรมีเนื้อที่กว้างประมาณ 7,838.592 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,899,120 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้

         ทิศเหนือ ติดกับ จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน

         ทิศใต้ ติดกับ จังหวัดพิษณุโลก

         ทิศตะวันออก ติดกับ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเลยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวโดยเขตชายแดนยาวประมาณ 135 กิโลเมตร

         ทิศตะวันตก ติดกับ จังหวัดสุโขทัย

 

ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์


 

            ก่อนหน้านี้ในสมัย   ฯพณฯ   จอมพลป.พิบูลสงคราม   เป็นนายก รัฐมนตรีเมื่อราว  พ.ศ.  2483 ดำริให้มีการออกแบบทำตราประจำจังหวัดต่างๆ  ขึ้น เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์และนำเสนอปูชนียสถานปูชนียวัตถุที่สำคัญ ๆ ของแต่ละจังหวัดให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น  ดังนั้น  จึงได้นำรูปพระแท่นศิลาอาสน์  ซึ่งเป็นโบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองของอุตรดิตถ์     มาผูกติดลวดลายเป็นตรา ประจำจังหวัด ตราประจำจังหวัดอุตรดิตถ์   ออกแบบครั้งแรกโดยพระพรหมพิจิตรเขียนลายเส้นโดย  นายอุณห์    เศวตมาลย์     โดยทำเป็นรูปมณฑปประดิษฐาน พระแท่นศิลาอาสน์     ต่อมาทางราชการให้เพิ่มเติมรายละเอียดโดยทำรูปครุฑ   ซึ่งเป็นตราแผ่นดิน    และลวดลายกนกมาประกอบไว้     พร้อมทั้งเพิ่มตัวอักษรอุตรดิตถ์เข้าไว้ในตราด้วย

คำขวัญจังหวัดอุตรดิตถ์  

          " เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน"          
          "บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก"  
    

     
            ในสมัยที่พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบาย พัฒนาการท่องเที่ยวทั่วประเทศให้เป็นรูปธรรม อันก่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศ เป็นสำคัญ จึงกำหนดให้ทุกจังหวัดมีคำขวัญที่บ่งบอกถึงสิ่งที่สำคัญของ จังหวัด   โดยเน้นเรื่อง    ธรรมชาติ   ศิลปวัฒนธรรม   ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรม   เป็นต้น   หลายจังหวัดจัดให้มีการส่งคำขวัญเข้าประกวด เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์กันอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์สมัยนั้นได้นำนโยบายนี้เข้าหารือ ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ    และดำริให้มีการประกวดคำขวัญด้วยเช่นกัน ตลอดจนได้สังเคราะห์แนวคิดในที่ประชุมเป็นกรณีตัวอย่าง  สื่อมวลชนได้นำ ไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์จังหวัดเป็นเบื้องต้นรวมถึง องค์กรต่าง ๆ   ก็ใช้กัน อย่างกว้างขวางจนติดปากบุคคลทั่วไป     มีดำริในที่ประชุมจังหวัด  ที่จะให้ วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์     (สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์)   เป็นผู้ดำเนินการกำหนด กรอบแนวคิดและเงื่อนไข   การประกวด   รวมทั้งงบประมาณเพื่อมอบเป็นรางวัล แต่ก็ยังไม่พร้อม ในสมัยนั้น  จึงใช้คำขวัญดังกล่าวสืบทอดต่อกันมาจนเป็น คำขวัญ


กลับหน้าหลัก