การเตรียมฮอร์โมนสังเคราะห์

ในการเพาะพันธุ์ปลา

 ฮอร์โมนสังเคราะห์ซุปปรีแฟค เป็นยาน้ำบรรจุขวด มี 2 ขนาด คือ
           1.
ขนาดขวดบรรจุ 10 มิลลิลิตร (มล.) มีตัวยา 10 มิลลิกรัม (มก.) (10,000 µg หรือ ไมโครกรัม)
           2.
ขนาดขวดบรรจุ 5.5 มิลลิลิตร (มล.) มีตัวยา 5.5 มิลลิกรัม (มก.) (5,500 µg หรือ ไมโครกรัม)

ก่อนโดยเตรียมขวดแก้วหรือขวดพลาสติก ขนาดบรรจุ 15-20 มล. ที่มีจุกปิดสนิท ล้างและต้มในน้ำเดือดให้สะอาด เตรียมเข็มและหลอดฉีดยา ขนาด 1 มล. ที่ล้างสะอาดและต้มให้น้ำเดือดนาน 10 นาที เช่นกัน จากนั้นใช้เข็มและหลอดฉีดยาดูดฮอร์โมน 1 มล. ใส่ลงในขวดที่เตรียมไว้แล้ว เติมน้ำกลั่นลงไป 9 มล. ปิดจุกเขย่าให้เข้ากันก่อนนำไปใช้ ส่วนฮอร์โมนที่เหลือปิดจุกให้แน่นนำไปเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 5 oC เมื่อฮอร์โมนที่ผสมถูกใช้ไปหมดแล้วก็สามารถนำส่วนที่เก็บไว้มาผสมใช้ได้อีก ฮอร์โมน 1 มล. เมื่อนำมาผสมเจือจางแล้วจะมีปริมาตรรวม 10 มล. หรือ ในฮอร์โมนผสมเจือจางที่มีปริมาตรรวมเท่ากับ 10 มล. หรือ 1,000 ไมโครกรัม, มคก.

 การเตรียมยาเสริมฤทธิ์

     ยาเสริมฤทธิ์หรือโมทีเลี่ยม มีลักษณะเป็นเม็ดสีขาวบรรจุแผงๆ ละ 10 เม็ด ยา 1 เม็ด จะมีตัวยาอยู่ 10 มก. ก่อนใช้ยาจะต้องบดให้ละเอียดโดยใช้โกร่งบดยาขนาดเล็ก แล้วจึงผสมน้ำกลั่นลงไปตามปริมาตรที่ต้องการ แล้วใช้เข็มและหลอดฉีดยาดูดฮอร์โมนมาผสมให้เข้ากันโดยทั่วถึง แล้วจึงดูดไปฉีดปลาต่อไป

วิธีการฉีด

1. การชั่งน้ำหนัก ควรชั่งน้ำหนักรวมกันก่อนแล้วจดบันทึกจำนวนตัว, จำนวนน้ำ ขังพักแยกเพศไว้เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณฮอร์โมน ยาเสริมฤทธิ์และตัวทำ (น้ำกลั่น 1 น้ำสะอาดต้มสุก)

2. การคำนวณตัวยา เมื่อได้น้ำหนักปลาทุกตัวแล้ว นำมาคำนวณหาปริมาณการให้ฮอร์โมนและยาเสริมฤทธิ์  ดังนี้

ปลาตะเพียนขาว   ใช้ความเข้มข้นฮอร์โมน  10-15  มคก./นน.ปลา 1 กก. ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์  10  มก./นน. ปลา 1 กก. ฉีดให้กับปลาเพศเมียเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนปลาตะเพียนขาวเพศผู้ส่วนใหญ่จะมีน้ำเชื้อดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดแม่ปลาที่สมบูรณ์ดีจะวางไข่ภายใน 6-8 ชั่วโมง หลังจากฉีดฮอร์โมน

                ปลานวลจันทร์เทศ และปลายี่สกเทศ    ใช้ความเข้มข้นของฮอร์โมน 15 -20มคก./นน.ปลา 1 กก. ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ 10 มก./นน.ปลา 1 กก. ฉีดให้กับปลาเพศเมียเพียงครั้งเดียวเท่านั้น สำหรับปลาเพศผู้หากสังเกตเห็นว่ามีน้ำเชื้อดีก็ไม่ต้องฉีด แต่หากเห็นว่าปลาเพศผู้มีน้ำเชื้อไม่ดีควรฉีดฮอร์โมน 5-10 มคก./นน.ปลา 1 กก. ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ 10 มก./นน.ปลา 1 กก. การฉีดควรฉีดปลาเพศผู้ก่อนเพศเมียประมาณ 2 ชั่วโมง หรืออาจฉีดพร้อมกัน จะทำการผสมเทียมหรือปล่อยให้รัดกันเอง และหลังจากฉีดปลาเพศเมีย 6-8 ชั่วโมง แม่ปลาจะวางไข่

                ปลาหัวโตเพศเมีย ควรแบ่งฉีด 2 ครั้ง     ครั้งที่ 1 ความเข้มข้นฮอร์โมน 5-10 มคก./นน.ปลา 1 กก. ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ 10 มก./นน.ปลา 1 กก.   หลังจากนั้น 6 ชั่วโมง ครั้งที่ 2 ความเข้มข้นฮอร์โมน 10-20 มคก./นน.ปลา 1 กก. ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ 10 มก./นน.ปลา 1 กก. สำหรับปลาเพศผู้ฉีดครั้งเดียว ใช้ฮอร์โมน 10 มคก./นน.ปลา 1 กก. ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ 10 มก./นน.ปลา 1 กก. ฉีดก่อนการฉีดปลาเพศเมียครั้งที่สองประมาณ 2 ชั่วโมง หรือฉีดพร้อมกัน ภายหลังจากฉีดปลาเพศเมียครั้งที่2 ประมาณ 4 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบแม่ปลาทุก 20 นาที เพื่อการรีดไข่เมื่อแม่ปลาพร้อมที่จะวางไข่    

ปลาดุกอุยและปลาดุกยักษ์เพศเมีย  ควรแบ่งฉีด 2 ครั้ง  ครั้งที่ 1 ปริมาณฮอร์โมน 5-10 มคก./นน.ปลา 1 กก. ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ 10 มก./นน.ปลา 1 กก. หลังจากนั้น 6 ชั่วโมง ฉีดครั้งที่ ความเข้มข้นฮอร์โมน 10-15 มคก./นน.ปลา 1 กก. ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ 10 มก./นน.ปลา 1 กก.   สำหรับปลาเพศผู้ใช้ฮอร์โมน 10 มคก./นน.ปลา 1 กก. ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ 10 มก./นน.ปลา 1 กก. ฉีดครั้งเดียวก่อนฉีดปลาเพศเมียครั้งที่สองประมาณ 2 ชั่วโมง   หรือฉีดพร้อมกัน หลังจากฉีดปลาเพศเมียครั้งที่สอง 4 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบแม่ปลาทุกๆ 20 นาที เพื่อทำการรีดไข่เมื่อเห็นว่าแม่ปลาพร้อมที่จะวางไข่      ส่วนใหญ่แม่ปลาพร้อมที่จะรีดไข่ผสมกับน้ำเชื้อได้ภายใน 6-8 ชั่วโมง หลังจากฉีดแม่ปลาครั้งที่สอง 

3. ขนาดการใช้ตัวทำละลาย ตัวทำละลายที่นิยมใช้ ได้แก่ น้ำกลั่นหรือน้ำสะอาดต้มสุก ปริมาตรของตัวทำละลายทั้งหมดที่เหมาะสมในการฉีดให้แก่ปลา คือ 0.5-2.0 มล. ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักปลาแต่ละชนิด

      ตัวอย่าง แสดงวิธีการคำนวณปริมาตรยาที่ใช้และปริมาตรของตัวทำละลายที่จะฉีดปลาแต่ละตัว ในการเพาะพันธุ์ปลาดุกยักษ์ที่แผนกเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ซึ่งมีขนาดและจำนวนตัว ดังนี้ 

ปลาเพศเมีย

ปลาเพศผู้

จำนวน (ตัว)

น้ำหนัก (กก.)

จำนวน (ตัว)

น้ำหนัก (กก.)


1
1
1
1
1
1


0.50
1.71
1.58
1.87
1.67
2.47


1
1
1
1
1
1
1
1
 

0.40
0.30
0.51
0.52
0.59
0.49
0.50
0.39

รวม  ตัว

9.8

8

3.70

 

ขั้นตอนการเตรียมฮอร์โมนที่จะใช้ฉีดปลาเพศเมียครั้งแรก

          จากหลักการ   ถ้าปลาดุกยักษ์เพศเมีย  ฉีดครั้งแรกให้ใช้ฮอร์โมน 10 มคก./นน.ปลา 1 กก. จากตัวอย่าง น้ำหนักปลาตัวเมียทั้งหมด 9.8 กก. เพราะฉะนั้นต้องใช้ฮอร์โมนทั้งหมด 9.8 x 10 เท่ากับ 98 มคก. เพื่อฉีดให้แม่ปลาทั้ง 6 ตัว     ฮอร์โมนผสมเจือจางที่เตรียมไว้ ปริมาตร 10 มล. มีความเข้มข้นของฮอร์โมนหรือมีตัวยาอยู่ 1 มก. หรือ 1,000 มคก.

     วิธีคิด  ใช้วิธีเทียบบัญญัติไตรยางค์ง่ายๆ ดังนี้

     ความเข้มข้นของฮอร์โมน 1,000 มคก. มีอยู่ในสารละลาย = 10 มล.
 
    ถ้าต้องการความเข้มข้นของฮอร์โมน 98 มคก. มีอยู่ในสารละลาย = 10 x 98
                                                                                                        1,000

                                                                                                    =     0.98   มล.
     
เพราะฉะนั้น  เราก็ดูดสารละลายฮอร์โมนที่เตรียมไว้เพียง  0.98  มล.

     ส่วนยาเสริมฤทธิ์ใช้ 10 มก./นน.ปลา 1 กก. ปลาเพศเมียทั้ง 6 ตัว มีนน.รวม 9.8 กก. ดังนั้นต้องใช้ยาเสริมฤทธิ์ 98 มก. หรือเท่ากับยา 9.8 เม็ด หรือ 10 เม็ด

     สำหรับตัวทำละลาย (น้ำกลั่น) ใช้ 1 มล./แม่ปลา 1 .. แม่ปลามีทั้งหมด 6 ตัว น้ำหนักรวม 9.8 ..ดังนั้นต้องใช้ตัวทำละลายทั้งหมด 9.8 มล.

     วิธีปฏิบัติ ใช้ยาเสริมฤทธิ์ 10 เม็ด ใส่โกร่งบดยา บดให้ละเอียดแล้วดูดฮอร์โมนผสมเจือจาง 0.98 มล. ผสมลงไปแล้วเติมน้ำกลั่นลงไปอีก 9.8-0.98 = 8.82มล.

ใช้เข็มฉีดยาดูดเข้าดูดออกให้ฮอร์โมนและยาเสริมฤทธิ์ละลายเข้ากันให้ดีจะได้ปริมาตรสารละลายทั้งหมด9.8 มล.

 

 การคำนวณอัตราส่วนสารละลายฮอร์โมนที่จะใช้ฉีดแม่ปลาแต่ละตัว

     เมื่อเราเตรียมสารละลายฮอร์โมนได้แล้ว จะต้องคำนวณปริมาตรสารละลายฮอร์โมนที่จะใช้ฉีดให้แม่ปลาแต่ละตัว ทั้งนี้ เพราะแม่ปลามีน้ำหนักตัวไม่เท่ากัน ดังนั้นปริมาตรสารละลายฮอร์โมนที่จะใช้จึงแตกต่างกัน โดยมีวิธีการคำนวณดังนี้

     น้ำหนักปลารวมทั้งหมด 9.8 กก. จะต้องใช้สารละลายฮอร์โมน     =    6 x 0.5
                                                                                                              9.8

    
ปลาเพศเมียตัวที่ 1   ซึ่งมี  นน. 0.5   กก. ต้องฉีดสารละลายฮอร์โมน =    0.51     มล.
     ปลาเพศเมียตัวที่
2   ซึ่งมี  นน. 1.71 กก. ต้องฉีดสารละลายฮอร์โมน =    1.71     มล.
     ปลาเพศเมียตัวที่
3   ซึ่งมี  นน. 1.58 กก. ต้องฉีดสารละลายฮอร์โมน =    1.58     มล.
     ปลาเพศเมียตัวที่
4   ซึ่งมี  นน. 1.87 กก. ต้องฉีดสารละลายฮอร์โมน =    1.87     มล.
     ปลาเพศเมียตัวที่
5   ซึ่งมี  นน. 1.67 กก. ต้องฉีดสารละลายฮอร์โมน =    1.67     มล.
     ปลาเพศเมียตัวที่
6   ซึ่งมี  นน. 2.47 กก. ต้องฉีดสารละลายฮอร์โมน =    2.47     มล.
    
รวมจำนวนปลาทั้งหมด 6 ตัว น้ำหนัก 9.8 กก. ใช้สารละลายฮอร์โมน    9.8      มล.

      จากวิธีการคำนวณปริมาตรการใช้สารละลายฮอร์โมน ในการฉีดปลาเพศเมียครั้งแรกดังกล่าว ก็ใช้หลักการเดียวกัน สำหรับการคำนวณในการฉีดฮอร์โมนปลาเพศเมียครั้งที่สอง และการฉีดปลาเพศผู้

4. ตำแหน่งที่ฉีด ในการฉีดฮอร์โมนควรใช้เข็มฉีดยาเบอร์ 24 ที่มีขนาดความยาว 1.0-1.5 นิ้ว และหลอดฉีดยาขนาดบรรจุ 1 มล. โดยก่อนใช้ควรล้างให้สะอาด และต้มฆ่าเชื้อโรคในน้ำร้อนนาน 10 นาที ตำแหน่งที่ฉีดได้แก่บริเวณโคนครีบหูหรือโคนครีบท้องตอนล่างสารละลายฮอร์โมนที่ฉีดเข้าตัวปลาในสองตำแหน่งนี้ จะเข้าสู่ช่องท้องของปลาและจะไม่ไหลย้อนกลับออกมาเมื่อเวลาเราถอนเข็มฉีดยาออก แต่การฉีดในสองตำแหน่งนี้ จะต้องคอยระวังอย่าแทงเข็มให้ลึกจนเกินไป เพราะจะไปทำอันตรายให้แก่อวัยวะภายในส่วนอื่นๆ ของปลาได้

 

ข้อควรระวังในการใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ในการเพาะพันธุ์ปลา

1.   ระวังอย่าให้พ่อแม่ปลาบอบช้ำ เพราะจะทำให้การใช้ฮอร์โมนไม่ได้ผล

2.   หากทำการเพาะปลาครั้งละมากๆ หรือพ่อแม่ปลามีขนาดใหญ่หรือมีเงี่ยงคม ควรใช้นาสลบในการทำงาน เช่น 2- phenoxyethanol เพื่อให้ปลาสลบ ซึ่งจะทำให้การฉีดง่ายขึ้นและลดความบอบช้ำ

3.   หากกำหนดความเข้มข้นของฮอร์โมนไม่เหมาะสมทำให้เกิดการคลาดเคลื่อน ได้ หากใช้ฮอร์โมนในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้แม่ปลาจุกไข่ได้ หรืออาจตายได้ หากใช้ในปริมาณที่ความเข้มข้นต่ำ อาจทำให้เสียเวลานาน

4.   การใช้ฮอร์โมน ส่วนที่เหลือควรนำเก็บตู้เย็น เพื่อจะใช้ได้นาน