โรคสัตว์น้ำ โรคสัตว์น้ำ โรคสัตว์น้ำ โรคสัตว์น้ำ

      เนื้อหา "ชุดโรคสัตว์น้ำ" เกิดจากทีมงานของห้องตรวจสุขภาพสัตว์น้ำ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี ได้บันทึกภาพถ่ายเกี่ยวกับโรคสัตว์น้ำระหว่างการทำงาน และได้นำภาพถ่ายพร้อมข้อมูลส่งให้เผยแพร่ทางเว็บไซต์นี้

เว็บมาสเตอร์ (มิถุนายน 2547)

โรคจุดขาว (White Spot Disease)

      เนื้อหาชุดโรคสัตว์น้ำ หน้านี้เป็นหน้าที่สอง เกี่ยวกับโรคในปลาจากโปรโตซัว สกุล Ichthyophthirius บันทึกภาพถ่ายและจัดเตรียมข้อมูลโดย ห้องตรวจสุขภาพสัตว์น้ำ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี (เผยแพร่ 4 กรกฏาคม 2547)

 
โรคจุดขาว (White Spot Disease)
 
 

   โรคจุดขาวคืออะไร ?

      โรคจุดขาว เกิดจากโปรโตซัว สกุลอิ๊กไธออพไธเรียส (Genus Ichthyophthirius ) มักเรียกสั้นๆ ว่า Ich (อิ๊ก) โปรโตซัวนี้ทำให้เกิดโรค Ichthyophthiriasis หรือ โรคอิ๊ก หรือ โรคจุดขาว (white spot disease) ในปลาน้ำจืดและน้ำเค็ม พบมากช่วงอุณหภูมิต่ำ หรือช่วงปลายฝนต้นหนาว

 

   อนุกรมวิธาน

Phylum Protozoa
Class    Ciliate
Family  Ophryoglenidae Kent
Genus  Ichthyophthirius

 
 

   ลักษณะของ "อิ๊ก"

      อิ๊ก เป็นสัตว์เซลล์เดียว (Protozoa) มีหลายชนิด ลำตัวเป็นรูปกลม หรือ รีเล็กน้อย หรือรูปไข่ รอบตัวมีขนสั้นๆ (Cilia) ช่วยในการเคลื่อนไหว (รูปที่ 1) เมื่อเป็นปรสิตในปลา จะมีขนาดเล็กและใหญ่ปนกัน

    อิ๊กน้ำจืด Ichthyophthirius multifiliis มีขนาด 50-1000 ไมครอน และ มีนิวเคลียสรูปเกือกม้า
    ส่วนอิ๊กทะเล Ichthyophthirius marinus Sikama (1938) หรือชื่อพ้องว่า Cryptocaryon irritans Brown (1951) (คริปโตคาริออน) มีขนาดใหญ่สุดเพียง 450 x 360 ไมครอน ไม่มีนิวเคลียสรูปเกือกม้า

(รูปที่ 1) ขน (Cilia) รอบตัวอิ๊กทะเล
 
 
(รูปที่ 2) อิ๊กทะเลเคลื่อนที่

   การเคลื่อนที่ของ "อิ๊ก"

       เคลื่อนที่โดยหมุนรอบตัวเอง

       เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ (รูปที่ 2)

 
 


   วงจรชีวิตของ "อิ๊ก" มี 3 ระยะ

      1. ระยะตัวเบียน (Parasite หรือ Trophont Stage) พบใต้ชั้นผิว Epithelium มีช่องปาก (Buccal Cavity) (รูปที่ 3) สำหรับกินของเหลวจากเนื้อเยื่อเจ้าบ้าน บริเวณที่มันฝังตัวอยู่เป็นอาหาร จากนั้นตัวเต็มวัยจะออกจากตัวปลา และว่ายน้ำโดยใช้ขนช่วย และจะเกาะกับวัตถุในน้ำ เช่น ผิวบ่อ หิน กระชัง แล้วสร้างเกราะ (Cyst) หุ้มตัว

      2. ระยะเข้าเกราะ (Encysted หรือ Tomont Stage) ภายในเกราะมีการแบ่งตัวหลายครั้ง (รายงานว่าประมาณ 11 ครั้ง ) จนภายในเกราะมีตัวอ่อน 1,000 – 2,000 ตัว ขนาด 20 ไมครอน รูปร่างกลมมีขนรอบตัว เรียกว่า เซลล์ลูก (Daughter Cell) หรือ ซิลิโอสปอร์ (Ciliospore) หรือ Tomites

      3. ระยะเข้าตัวปลา (Infective หรือ Tomite Stage) เซลล์ลูก หรือ Tomites เจาะผนังเกราะออกมา โดยมีรูปร่างรี มีขนยาวรอบตัว ขนาดประมาณ 30-50 ไมครอน ว่ายน้ำเป็นอิสระ (Free Living) ถ้าหาปลาเข้าเกาะไม่ได้ในระยะนี้มันจะตาย (โดยมากไม่เกิน 3 วัน) แต่เมื่อพบปลาและเข้าเกาะปลาได้แล้ว มันจะเจาะแทงทะลุผิวหนังปลาเข้าไป เพื่ออาศัยดำรงชีวิตอยู่ต่อไปในบริเวณนั้น และมีการสร้างช่องปาก (Buccal Cavity) และวงจรชีวิตก็เข้าสู่ระยะที่ 1

       วงจรชีวิตของอิ๊ก ใช้เวลา 3-8 วัน โดยอุณหภูมิต่ำ 25-26 องศาเซลเซียส และมีออกซิเจนมาก จะมีวงจรชีวิตสั้น และขยายพันธุ์ได้เร็ว

(รูปที่ 3) ปากอิ๊กทะเล
 
(รูปที่ 4) อิ๊กทะเลขนาดต่าง ๆ
              จากการขูดผิวตัวปลากะรัง
 
 
(รูปที่ 5) ปลากะรังจุดน้ำตาล

   ลักษณะอาการของโรค

     เห็นเป็นจุดสีขาวๆ ขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตร ตามลำตัว ครีบ หากเป็นมากพบที่ตาด้วย (ปลามีปฏิกิริยาต่อต้านปรสิตโดยสร้างเซลล์และเมือกขึ้นมาหุ้มตัวปรสิต)

     ปลาว่ายน้ำขึ้นลงรวดเร็ว ว่ายน้ำเอาตัวไปถูกับภาชนะที่เลี้ยง หรือกระโดดขึ้นมาเหนือผิวน้ำ

     ปลาขับเมือกออกมามาก ทั้งที่ตัวและเหงือก และพบว่าบริเวณที่ถูกเกาะอาจมีอาการบวมด้วย

     พบในปลาน้ำจืด (จากอิ๊กน้ำจืด) เช่น ปลาสวาย ปลาดุก ปลาช่อน ปลานิล ปลาหมู ปลาทรงเครื่อง ฯลฯ (มานพ 2544) และในปลาน้ำเค็ม (จากอิ๊กทะเล) เช่น ปลากะพงขาว ปลากะรัง

 
 
 
 

 

   การตรวจวินิจฉัยโรค

    ขูดเมือกปลา โดยเฉพาะบริเวณที่มีจุดขาว ดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ กำลังขยาย 10x10 จะเห็นตัว อิ๊ก (รูปที่ 6)

     ตัดเหงือกปลา ส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ กำลังขยาย 10x10 จะเห็นตัว อิ๊ก ภายในเหงือกปลา โดยมีเมือกหุ้ม (รูปที่ 7-9)

(รูปที่ 6) อิ๊กทะเลจากเมือกปลา
 
(รูปที่ 8) อิ๊กทะเลในเหงือก
(รูปที่ 7) อิ๊กทะเลในเหงือก
 
(รูปที่ 9) อิ๊กทะเลในเหงือก
 
 
 
(รูปที่ 10) ฟอร์มาลีน
 
(รูปที่ 11) จุนสี (ผงสีฟ้า)

   การป้องกันและรักษา

     ป้องกัน โดยทิ้งน้ำไว้ 3-4 วัน เพื่อตัดวงจรชีวิตของ อิ๊ก ระยะที่ออกจากเกราะและว่ายน้ำ ซึ่งเมื่อไม่มีปลาที่จะเป็นเจ้าบ้านให้อาศัย ภายใน 3-4 วัน อิ๊ก ก็จะตาย

     การรักษา มีรายงานการทดลองและคำแนะนำ ดังนี้

ใช้ CuSO4 (จุนสี) 0.15-0.25 ส่วนในล้านส่วน แช่ระยะยาว (สถาพร และจูอะดี 2527)

ใช้ CuSO4 (จุนสี) 0.4 ส่วนในล้านส่วน แช่ระยะสั้น (สถาพร และจูอะดี 2527)

ใช้ CuSO4 (จุนสี) 0.5 ส่วนในล้านส่วน ให้อากาศเต็มที่ เปลี่ยนน้ำใหม่ทุกวัน (คณะทำงานด้านการประมง 2544)


ใช้ ฟอร์มาลีน 50 ส่วนในล้านส่วน แช่ระยะยาว (สถาพร และจูอะดี 2527)

ใช้ ฟอร์มาลีน 250 ส่วนในล้านส่วน แช่ระยะสั้น (20-30 นาที) (สถาพร และจูอะดี 2527)

ใช้ ฟอร์มาลีน 250 ส่วนในล้านส่วน ผสมกับ CuSO4 (จุนสี) 0.4 ส่วนในล้านส่วนแช่ระยะสั้น (20-30 นาที) (สถาพร และจูอะดี 2527)

ใช้ ฟอร์มาลีน 150-200 ส่วนในล้านส่วน แช่นาน 1 ชั่วโมง หรือ 25-50 ส่วนในล้านส่วนแช่นาน 24 ชั่วโมง (มานพ 2544)

ข้อควรระวังในการใช้สารเคมี

สัตว์น้ำบางชนิดหรืออายุน้อยอาจไม่สามารถทนฟอร์มาลีนความเข้มข้นสูงได้ และขณะใช้ต้องมีเครื่องให้อากาศ
จุนสี มีผลต่อแพลงก์ตอนพืช และหากน้ำมีค่าอัลคาลินิตี้ต่ำก็จะเป็นพิษต่อสัตว์น้ำมากกว่าที่น้ำอัลคาลินิตี้สูง

 
 
ภาพถ่ายของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
สงวนสิทธิ์ห้ามนำภาพถ่ายไปใช้
โดยไม่ได้รับอนุญาต
 

เอกสารอ้างอิง

       กรมประมง. 2536. การเลี้ยงปลาน้ำกร่อย. งานเอกสารคำแนะนำ กองส่งเสริมการประมง. กรมประมง. 43 หน้า.
       คณะทำงานด้านการประมง. 2544. การเลี้ยงและการจัดการสุขภาพของปลากะรัง. กองเพาะเลี้ยง ศูนย์พัฒนาการประมงเอเซียแห่งตะวันออกเฉียงใต้. แปลโดย สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง. 93 หน้า
       ปภาศิริ ศรีโสภาภรณ์. 2538. โรคและพยาธิของสัตว์น้ำ. ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 184 หน้า
       ประไพสิริ สิริกาญจน. 2546. ความรู้เรื่องปรสิตของสัตว์น้ำ. ภาควิชาชีววิทยาประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน. 270 หน้า
       มานพ ตั้งตรงไพโรจน์. 2544. การใช้ยาและสารเคมีในการควบคุมและรักษาโรคระบาดในปลาน้ำจืด. เอกสารวิชาการฉบับที่ 3/2544 กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 67 หน้า
       เยาวนิตย์ ดนยดล และสถาพร ดิเรกบุษราคม. 2531. การทดลองรักษาโรคจุดขาวในลูกปลากะพงขาวด้วยมาลาไคท์กรีน ฟอร์มาลีน และน้ำจืด. สถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลา กรมประมง. 8 หน้า.
       สถาพร ดิเรกบุษราคม และจูอะดี พงษ์มณีรัตน์. 2527. โรคจุดขาวในปลาน้ำกร่อย. เอกสารประกอบการอบรมและเผยแพร่. สถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลา กรมประมง. 9 หน้า.

 
 
ศูนย์วิจัยและและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
ตำบล บางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัด จันทบุรี 22000
โทร 0-3945-7987-8 โทรสาร 0-3939-1025
email : crchantaburi@dof.thaigov.net หรือ chanfisheries@yahoo.com