โรคสัตว์น้ำ โรคสัตว์น้ำ โรคสัตว์น้ำ โรคสัตว์น้ำ

      เนื้อหา "ชุดโรคสัตว์น้ำ" เกิดจากทีมงานของห้องตรวจสุขภาพสัตว์น้ำ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี ได้บันทึกภาพถ่ายเกี่ยวกับโรคสัตว์น้ำระหว่างการทำงาน และได้นำภาพถ่ายพร้อมข้อมูลส่งให้เผยแพร่ทางเว็บไซต์นี้

เว็บมาสเตอร์ (มิถุนายน 2547)

ไวรัสทอร่าซินโดรม (TAURA SYNDROME VIRUS : TSV)

      เนื้อหาชุดโรคสัตว์น้ำ หน้านี้เป็นหน้าแรก เกี่ยวกับโรคในกุ้งทะเลจากเชื้อไวรัสทอร่า บันทึกภาพถ่ายและจัดเตรียมข้อมูลโดย ห้องตรวจสุขภาพสัตว์น้ำ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี (เผยแพร่ 20 มิถุนายน 2547)

 
โรคทอร่าซินโดรม (Taura Syndrome Virus : TSV)
 


   สาเหตุของโรค

      เกิดจากไวรัส ซึ่งไวรัสชนิดนี้อยู่ในกลุ่ม Picornavirus อนุภาคไวรัสมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30-32 นาโนเมตร ประกอบด้วย อาร์เอ็นเอไวรัสชนิดสายเดียวขนาดประมาณ 9 กิโลเบส และมีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ โพลิเปปไทด์ที่มีขนาด 49, 36.8 และ 23 กิโลดาลตัน องค์ประกอบย่อยได้แก่ โพลิเปปไทด์ที่มีขนาด 51.5 และ 52.5 กิโลดาลตัน (Lightner, 1996 )

  


  
การแพร่กระจาย

      พบครั้งแรกในแม่น้ำ ทอร่า ประเทศ เอกวาดอร์ ปี พ.ศ. 2535 และพบว่าได้ระบาดไปยังแหล่งที่อยู่อาศัยของกุ้งในลาตินอเมริกา รวมถึงฮาวายและบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงในประเทศ โคลัมเบีย คอสตาริก้า เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส นิคารากัว ปานามา และ เปรู TSV ยังสร้างปัญหาให้แก่ฟาร์มเลี้ยงกุ้งในฝั่งทะเลแอตแลนติกหลายประเทศ ได้แก่ บราซิล เม็กซิโก เวเนซูเอล่า รวมถึงเขตตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกาในรัฐ ฟลอริดา เทกซัส สำหรับในเขตเอเชียพบในไต้หวัน และบางจังหวัดของจีน ซึ่งรายงานว่าติดมาแพร่กระจายโดยการนำเข้ากุ้ง P. vannamei จากอเมริกากลาง

   กุ้งที่เป็นโรคทอร่า

      ไวรัสทอร่า สามารถก่อโรคในกุ้ง Penaeid หลายชนิดของอเมริกา และก่อโรคมากที่สุดในกุ้ง Penaeus vannamei (กุ้งขาวแวนนาไม) นอกจากนั้นพบใน P. cstylirostrs , P. setiferus  จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ สามารถทำเกิดโรคในลูกกุ้งระยะ PL และกุ้งวัยรุ่นของ P. schmittii P. aztecus P. duorarum P. chinensis P. monodon (กุ้งกุลาดำ) และ P. japonicus

   การติดเชื้อ

      การติดเชื้อจะเกิดขึ้นหลังจากการเลี้ยงในบ่อดิน 14-40 วัน ในกุ้งที่ติดเชื้อรุนแรงทำเกิดการตาย 40-90 เปอร์เซ็นต์ อย่างรวดเร็ว (Bondad-Reantaso et al., 2001) ในกุ้งที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะเกิดสีแดงบริเวณหาง เกิดเซลล์อิพิธีเลียมตายบริเวณระยางค์ต่างๆ เหงือก ทางเดินอาหารส่วนท้าย กระเพาะอาหาร และต่อมน้ำเหลือง (Lightner, 1996 ) หลังจากลอกคราบเปลือกไม่แข็ง และอาจเกิดรอยแผลสีดำบริเวณเปลือกที่เกิดจากแบคทีเรีย (Lightner, 1996 ) ลักษณะอาการที่สังเกตได้ชัดเจน แบ่งได้ 3 ระยะ ได้แก่

     1. ระยะติดเชื้อรุนแรง หรือ ระยะเฉียบพลัน เป็นระยะที่มีการติดเชื้อในเนื้อเยื่อชั้นนอกอย่างรุนแรง ทำกุ้งตายในปริมาณสูง 40-90% อาการของกุ้งขาว (P. vannamei ) ที่ใกล้ตายในระยะนี้ ลำตัวสีแดงซีด แพนหางและขาว่ายน้ำแดง (บางครั้งจึงเรียกว่าโรคหางแดง) จะสังเกตุเห็นการตายของเนื้อเยื่อ Cuticular Epithelium
     2. ระยะการรับเชื้อผ่าน หรือ ระยะคาบเกี่ยว (Transition) เป็นระยะที่ไวรัสผ่านเข้าสู่ Lymphoid organ ของกุ้งที่รอดตายจากระยะแรก เป็นเวลา 2-3 วัน ถ้าเชื้อสะสมมากกุ้งจะทยอยตายไปเรื่อยๆ
     3. ระยะติดเชื้อแบบเรื้อรัง คือ กุ้งที่รอดตายจากการติดเชื้อระยะ 1 และ ผ่านระยะ 2 จนถึงระยะ 3 จะเป็นตัว carrier ไปสู่ตัวอื่นๆ ทำให้เกิดการแพร่กระจายโรคได้อย่างรวดเร็ว

   การควบคุมและป้องกัน

     การควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับไวรัสชนิดนี้ยังไม่มีรายงานชัดเจน แต่อาจทำได้โดยการลดความหนาแน่นของการเลี้ยง และมีการจัดการฟาร์มทั่วๆ ไปที่ดี พ่อแม่พันธุ์และลูกกุ้งผ่านการตรวจว่าปลอดเชื้อ


 

   วิธีการตรวจ

     การตรวจโรคทอร่าซินโดรม ปัจจุบันนิยมใช้กันอยู่ 2 วิธี ได้แก่ Immodiagnostic และ RT-PCR โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี ใช้วิธีการตรวจด้วยเทคนิค RT-PCR (Reverse Transcriptase Polymerase Chain Reaction) เป็นเทคนิคการเพิ่มขยายปริมาณ RNA (บริษัท กิบไทย จำกัด) (รูปที่ 1 และ 2)

  รูปที่ 1 และ 2 การตรวจทอร่าซินโดรมไวรัส ด้วยเทคนิค RT-PCR
                     ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
 
 
  รูปที่ 3 แผลบริเวณเปลือกของกุ้ง
             ที่ตรวจว่าเป็นทอร่าซินโดรม

   อาการของกุ้งที่ป่วย

      กุ้งที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี ตรวจแล้วพบว่าเป็นทอร่าซินโดรมในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (พฤษภาคม-มิถุนายน 2547) มักจะพบว่าแบบแผนอาการป่วยของโรคมี 2 ลักษณะ ตรงตามรายงานในเอกสาร ได้แก่

     1 มีแผลสีดำหรือน้ำตาลเข้มบริเวณเปลือก ลักษณะเป็นแผ่นกระจายบริเวณเปลือก (รูปที่ 3) สามารถสังเกตุเห็นได้ด้วยตาเปล่า

 
  รูปที่ 4 แพนหางกุ้งเป็นทอร่าซินโดรม
 
  รูปที่ 5 แพนหางกุ้งเป็นทอร่าซินโดรม

      2 แพนหางถูกทำลาย โดยแพนหางจะถูกทำลายเป็นวงจากข้างใน พบทั้งวงเล็กและใหญ่ โดยขนรอบแพนหางยังไม่ถูกทำลาย (รูปที่ 4 และ 5) สังเกตุเห็นได้ชัดภายใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายต่ำ

     ส่วนลักษณะแพนหางกุ้งที่ไม่ได้เป็นทอร่าซินโดรม แต่ถูกทำลายเป็นวงจากข้างใน จะมีลักษณะต่างออกไป (รูปที่ 6 ลูกศรบน) เช่น ลักษณะเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย หรือพบแพนหางถูกกัดกร่อนจากขอบนอกร่วมด้วย (รูปที่ 6 ลูกศรล่าง) และขนรอบแพนหางก็ถูกกัดกร่อน


     (รูปที่ 7) แสดงลักษณะแพนหางกุ้งที่ไม่ได้เป็นทอร่าซินโดรม แม้จะมีลักษณะสีแดง แต่ถูกทำลายจากขอบนอก ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อราที่มองเห็นเป็นเส้นใยจำนวนมาก

  รูปที่ 6 รอยกัดกร่อนบนแพนหางกุ้ง
             ที่ไม่เป็นทอร่าซินโดรม
 
  รูปที่ 7 เชื้อราบนแพนหางกุ้ง
             ที่ไม่เป็นเป็นทอร่าซินโดรม
 
 
 
ภาพถ่ายของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
สงวนสิทธิ์ห้ามนำภาพถ่ายไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
 

เอกสาร

       บริษัท กิบไทย จำกัด. 2547. การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง Optimization of PCR and RT-PCR Tecniques.
       รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการฉบับสมบูรณ์ โครงการประเมินผลกระทบการนำเข้ากุ้งขาว (Penaeus vannamei ) เข้าประเทศไทย เสนอโดย หน่วยวิจัยเพื่อความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีนาคม 2547.
       เอกสารประกอบการประชุมเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคเขต 1 และเขต 2 วันที่ 11 ก.ค. 2546 ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดชลบุรี
       Lightner, D. V. 1996. A Handbook of Shrimp Phathology and Diagnostic Procedures for Disease of Cultured Penaeid Shrimp. World Aquaculture Society, Balton Rouge, Louisiana, USA.
       Boondad-Reantaso, M. G., McGladdery, S. E., East, I. and Subasinghe, R. P. 2001. Asia Diacnostic Guide to Aquatic Animal Disease. FAO Fisheries Tecnicalpaper No. 402, Supplement 2. Rome.

 
 
ศูนย์วิจัยและและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
ตำบล บางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัด จันทบุรี 22000
โทร 0-3945-7987-8 โทรสาร 0-3939-1025
email : crchantaburi@dof.thaigov.net หรือ chanfisheries@yahoo.com