เยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ   เยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ


      เนื้อหาชุดเยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เกิดจากทีมงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี เช่น ทีมงานจัดมาตรฐานฟาร์ม (ซีโอซี/จีเอพี) ทีมงานห้องตรวจสุขภาพสัตว์น้ำ ได้พูดคุยกับท่านเจ้าของฟาร์มหลายท่าน ที่ใจดีมีน้ำใจอนุญาตให้เราเผยแพร่ระบบ เทคนิค การจัดการ จุดเด่นของฟาร์ม รวมทั้งประสบการณ์และแนวคิดของเจ้าของฟาร์ม ฟาร์มที่เราเยี่ยมชมมีทั้งฟาร์มขนาดเล็กและใหญ่ที่เลี้ยงสัตว์น้ำกร่อยและน้ำเค็มครับ

      ขอขอบคุณท่านเจ้าของฟาร์มทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่สละเวลาให้ข้อมูล บันทึกภาพ และอนุญาตให้นำลงเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ซึ่งผมคิดว่าเนื้อหาเหล่านี้มีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่านเว็บไซต์นี้ครับ

เว็บมาสเตอร์ (มิถุนายน 2547)

 

การเลี้ยงปลากะรังในบ่อดิน การเลี้ยงปลาเก๋าในบ่อดิน

            เยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นฟาร์มเลี้ยงปลากะรังในบ่อดิน ของคุณ เรวัติ วิธีีเจริญ บันทึกภาพถ่ายและจัดเตรียมข้อมูลโดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี (เผยแพร่ 15 ต.ค. 2547)

 
 
เริ่มเลี้ยงเมื่อไหร่ ทำไมถึงเลี้ยงปลากะรังในบ่อดินครับ ?
 
คุณเรวัติ วิธีเจริญ (กำลังเช็คยอ)

      เริ่มเลี้ยงปลาเก๋าในบ่อดินเมื่อปี 2542 โดยปรับจากบ่อเลี้ยงกุ้งมาเป็นบ่อเลี้ยงปลาเก๋า ตอนนี้มี 3 บ่อ ขนาดบ่อประมาณ 4 ไร่ การเลี้ยงปลาเก๋าในบ่อดินมีข้อดี คือ

การดูแลน้อย มีเวลาว่างทำงานอย่างอื่นได้

เลี้ยงในบ่อดินสามารถคุมคุณภาพน้ำได้ หากเลี้ยงในกระชังจะควบคุมคุณภาพน้ำไม่ได้

ปลอดภัยกว่าเลี้ยงในกระชัง ไม่เสี่ยงต่อโรคและศัตรูที่มาจากธรรมชาติ

 
 
 
การเตรียมบ่อ ?
 
บ่อดินขนาด 4 ไร่

ตากบ่อให้แห้ง

เปิดประตูน้ำให้น้ำเข้าพอท่วมพื้นบ่อ (ประมาณ 10-20 เซนติเมตร) โดยมีแผงอวนมุ้งสีฟ้ากรอง จากนั้นใส่กากชาประมาณ 2-3 ถุงๆละ 10 กิโลกรัม (บ่อ 4 ไร่)

หลังจากนั้น 1-2 วัน ก็เปิดน้ำเข้าบ่อจนได้ระดับที่พร้อมเลี้ยง 120-150 เซนติเมตร ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำ (การเปิดน้ำเข้าบ่อจะเลือกช่วงน้ำเกิด ซึ่งจะได้น้ำที่มีคุณภาพดี โดยการดูจากตารางน้ำของกรมอุทกศาสตร์)

นำน้ำไปตรวจคุณภาพน้ำ หากค่า พีเอช อัลคาไลน์ ต่ำ จะใส่ปูนเปลือกหอยเผา

 
 
 
ซื้อลูกปลาเก๋าจากที่ไหน ?
 

           ลูกปลาเก๋าที่ซื้อมาเลี้ยงในบ่อดินแถวนี้ (ต. บางกะจะ จ. จันทบุรี) ได้จาก 2 แหล่ง

   ลูกปลาใบมะขามจากโพงพาง เป็นลูกปลาเก๋าขนาดประมาณ 1.5 เซนติเมตร ได้จากการดักด้วยโพงพาง มีช่วงเดือน พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ราคา 1-1.50 บาท แต่บางครั้งหากมีน้อย ราคาอาจขึ้นไปถึงตัวละ 4-5 บาท

   ลูกปลานิ้วจากธรรมชาิติ ได้จากการนำเถาไม้ที่เรียกว่า "เถาฉอด" ไปวางในแม่น้ำ ลูกปลาเก๋าจะเข้ามาและชาวประมงก็จะช้อนรวบรวมมาจำหน่าย ซึ่งจะได้มาจากจังหวัดตราด โดยมีขนาด 2-3 นิ้ว

 
 
 
อัตราการปล่อย ? (ข้อมูลบ่อดินขนาด 4 ไร่)
 

    สำหรับบ่อที่เสนอข้อมูลนี้ มีขนาด 4 ไร่ เริ่มเลี้ยงเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2546 จับขายเดือนกันยายน 2547 ระยะเวลาเลี้ยง 10 เดือน 20 วัน ใช้ลูกปลาเก๋าจากจังหวัดตราด ขนาด 2 นิ้ว ตัวละ 8 บาท และ ขนาด 3 นิ้ว ตัวละ 13 บาท

    ปล่อยลูกปลาเก๋าจำนวน 4,719 ตัว หรือคิดเป็นความหนาแน่น 1,179 ตัว/ไร่ หรือ 0.74 ตัว/ตารางเมตร

ลูกปลาเก๋าขนาด 2-3 นิ้ว
 
 
 
การให้อาหาร ?
 
 
1. อาหารของปลาอายุ 8 เดือน
  2. ใ่ส่รถเข็นเดินหว่านรอบบ่อ
     
 
3. แบ่งอาหารใส่ยอเพื่อเช็คการกิน   4. ปลาเก๋าเข้ากินอาหารในยอ

 

   อาหารใช้ปลาข้างเหลือง หลังเขียว ราคากิโลกรัมละ 9-13 บาท (ราคาระหว่างเลี้ยง) สับเป็นชิ้น ขนาดอาหารชิ้นเล็กหรือใหญ่ขึ้นกับขนาดของปลาเก๋า

   2 วันแรกที่ลงลูกปลายังไม่ให้อาหาร

   วันที่ 3-16   ให้วันละ 2 มื้อๆ ละ 1-2.5 กิโลกรัม

   วันที่ 17-41 ให้วันละ 1 มื้อ 5-12 กิโลกรัม

   วันที่ 42 ขึ้นไป ให้อาหารวันเว้นวัน

   การให้ใช้วิธีเดินหว่านรอบบ่อ และมีการตรวจการกินอาหารของปลาเก๋าด้วยการเช็คยอ เพื่อปรับปริมาณอาหารในการให้ครั้งต่อไป

ตารางข้างล่างคือปริมาณอาหารที่ให้ (กิโลกรัม) รวมแต่ละเดือน ตลอดระยะการเลี้ยง 11 เดือน (เดือนที่ 10-11 อาหารลดเนื่องจากจับปลาขาย)

 
เดือนที่ 1
132 กก.
เดือนที่ 5
   766 กก.
เดือนที่ 9
1,849 กก.
เดือนที่ 2
286 กก.
เดือนที่ 6
1,077 กก.
เดือนที่ 10
1,126 กก.
เดือนที่ 3
334 กก.
เดือนที่ 7
1,570 กก.
เดือนที่ 11
  580 กก.
เดือนที่ 4
522 กก.
เดือนที่ 8
1,627 กก.
 
 
 
 
การดูแล ?
 

เปิดเครื่องตีน้ำในช่วงกลางคืน จนถึง 10 โมงเช้า เครื่องตีน้ำวางไว้ที่มุมบ่อ 2 มุม

เปิดประตูน้ำให้น้ำเข้าบ่อ ใช้แผงอวนมุ้งสีฟ้ากรองโดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ เลือกเปิดน้ำเข้าช่วงน้ำเกิด ซึ่งจะได้น้ำที่มีคุณภาพดี ซึงในรอบครึ่งเดือนจะมีช่วงน้ำเกิดประมาณ 7 วัน

หากน้ำข้างนอก (แม่น้ำจันทบุรี) ไม่ดี และมีความจำเป็นต้องถ่ายน้ำ ก็จะใช้เครื่องสูบจากบ่อพักน้ำ

สามารถเพิ่มรายได้ด้วยการปล่อยกุ้งกุลาดำเสริมหลังเลี้ยงปลาเก๋าไปแล้ว 2-3 เดือน โดยไม่ต้องให้อาหารกุ้ง

 
 
 
การจับขาย ?
 

      การจับปลาเก๋าที่เลี้ยงในบ่อดินเพื่อจำหน่าย จะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ่อ โดยใช้วิธีตีอวนจับก่อน เมื่อปลาเหลือน้อยจึงลดน้ำเพื่อจับแห้ง โดยจะขายปลาเก๋าแบบมีชีวิต

   วิธีการจับปลา

      1. ตีอวนล้อมจับปลา
      2. จับปลาจากอวนพักในกระชัง และให้อากาศด้วยการใช้ใบพัด
      3. นำปลามาชั่งน้ำหนักตามขนาด
      4. นำปลาที่ชั่งน้ำหนักแล้วใส่ถังพลาสติกบนรถ เป่าอากาศแรงๆ ตลอดเวลา แล้วเดินทางเข้ากรุงเทพ ฯ เพื่อจำหน่ายต่อ

   ผลการจับปลา (จับขายเดือน สิงหาคม-กันยายน 2547)

      1. จำนวนปลาที่ปล่อย 4,719 ตัว เหลือปลา 4,067 ตัว คิดเป็นอัตรารอด 86.18 เปอร์เซ็นต์ั
      2. ปลาที่จับได้ 4,067 ตัว เป็นปลาเก๋าที่ได้ขนาดและขายไป 2,587 ตัว น้ำหนัก 1,443 กิโลกรัม
      3. ปลาไม่ได้ขนาด (น้ำหนักตัวปลาต่ำกว่า 400 กรัม) จำนวน 1,480 ตัว นำไปเลี้ยงในบ่อใหม่เพื่อให้ได้ขนาด

 
1. ตีอวนล้อม   2. จับปลาเก๋าพักในกระชัง
     
 
3. คัดขนาดและชั่งน้ำหนัก   4. รถลำเลียงได้คันละ 350 กิโลกรัม
 
 
 
ราคาปลาเก๋าที่ขายได้ ?
 

       สำหรับราคาปลาจะขึ้นกับขนาดปลา และช่วงเวลา โดยราคาเมื่อเดือนกันยายน 2547 มีดังนี้

ปลาตกไซส์ เป็นปลาเก๋าน้ำหนักต่ำกว่า 4 ขีด

ปลาไซส์ หรือ ปลาจาน น้ำหนักตัวละ 4-8 ขีด ราคากิโลกรัมละ 220 บาท

ปลาเกิน น้ำหนักตัวระหว่าง มากกว่า 8 ขีด ถึง 1.2 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 220 บาท

ปลายก น้ำหนักตัวมากกว่า 1.2 กิโลกรัม จะขายกันเป็นตัว ราคาตัวละ 300 บาท

      (สำหรับราคาขายก่อนหน้านั้น เดือนกรกฏาคม 2547 ปลาไซส์ หรือ ปลาจาน ราคาขึ้นไปถึงกิิโลกรัมละ 250 บาท แต่ปลายกตัวละ 260 บาท)

ปลาเก๋าขนาดปลาจาน
 
สนใจเนื้อหาชุดเยี่ยมฟาร์ม อื่นๆ คลิ๊กที่นี่
   
เนื้อหาและภาพถ่ายของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
คัดลอกไปใช้กรุณาแจ้งเว็บมาสเตอร์ ยกเว้นเพื่อการศึกษาที่ไม่ใช่ธุรกิจหรือค้ากำไร
 
 
       สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ คุณเรวัต วิธีเจริญ ที่สละเวลาให้ข้อมูล บันทึกภาพ และอนุญาตให้เผยแพร่เนื้อหาที่มีประโยชน์ทางเว็บไซต์
 
 
ศูนย์วิจัยและและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
ตำบล บางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัด จันทบุรี 22000
โทร 0-3945-7987-8 โทรสาร 0-3939-1025
email : chanfisheries@yahoo.com