เยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ   เยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ


      เนื้อหาชุดเยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เกิดจากทีมงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี เช่น ทีมงานจัดมาตรฐานฟาร์ม (ซีโอซี/จีเอพี) ทีมงานห้องตรวจสุขภาพสัตว์น้ำ ได้พูดคุยกับท่านเจ้าของฟาร์มหลายท่าน ที่ใจดีมีน้ำใจอนุญาตให้เราเผยแพร่ระบบ เทคนิค การจัดการ จุดเด่นของฟาร์ม รวมทั้งประสบการณ์และแนวคิดของเจ้าของฟาร์ม ฟาร์มที่เราเยี่ยมชมมีทั้งฟาร์มขนาดเล็กและใหญ่ที่เลี้ยงสัตว์น้ำกร่อยและน้ำเค็มครับ

      ขอขอบคุณท่านเจ้าของฟาร์มทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่สละเวลาให้ข้อมูล บันทึกภาพ และอนุญาตให้นำลงเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ซึ่งผมคิดว่าเนื้อหาเหล่านี้มีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่านเว็บไซต์นี้ครับ

เว็บมาสเตอร์ (มิถุนายน 2547)

 

เยี่ยมชม ฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยหวานของ จ.ส.อ. ศิษย์เกษม มัจฉาแขวง

            เยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หน้านี้ได้แก่ฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยหวาน ของ จ.ส.อ. ศิษย์เกษม มัจฉาแขวง ต. พังราด อ. แกลง จ. ระยอง (เผยแพร่ มกราคม 2549) สนใจเนื้อหาเยี่ยมชมฟาร์มอื่น ๆ คลิ๊กที่นี่

 
 
    เริ่มทำฟาร์มได้อย่างไร และเมื่อไหร่ครับ ?
จ.ส.อ. ศิษย์เกษม มัจฉาแขวง
เริ่มเพาะเลี้ยงหอยหวานมาประมาณ 3 ปีแล้ว โดยทำการเพาะอนุบาลลูกหอยเอง

และนำลูกหอยที่ได้มาเลี้ยงเป็นหอยเนื้อเพื่อจำหน่าย

ได้ไปศึกษา ดูงาน จากหน่วยงานหลายแห่ง เริ่มจาก อ. นิลนาจ ที่เกาะสีชัง ต่อมาที่หน่วยงานของกรมประมง ที่จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และ ตราด

 
 
 
แหล่งน้ำสูบจากคลอง ห่างปากน้ำพังราด 1.5 กิโลเมตร
 
 

ฟาร์มสูบน้ำเค็มจากลำคลอง ซึ่งห่างจากปากน้ำพังราด อ.แกลง จ. ระยอง ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้ปั๊มขนาดเล็ก มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3 แรงม้า ขนาดท่อดูด 3 นิ้ว ท่อส่ง 2 นิ้ว

เครื่องเป่าอากาศใช้ซูเปอร์ชาร์จ 2 ตัว มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3 แรงม้า ขนาดท่อ 2 นิ้ว และมีเครื่องยนต์สำรองกรณีไฟฟ้าดับ

เครื่องสูบน้ำและเครื่องเป่าอากาศ
 
 
 
  วิธีการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์หอยเพื่อผลิตไข่ และการฟักไข่ ?
 
บ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ขนาด 10 ตารางเมตร
ฟาร์มของผมเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์หอยหวานในบ่อคอนกรีตขนาด 10 ตารางเมตร จำนวน 3 บ่อ (รูปซ้ายมือ) รองพื้นบ่อด้วยทราย แต่ละบ่อปล่อยพ่อแม่พันธุ์หอยหวานลงเลี้ยงประมาณ
ฝักไข่หอยติดบนพื้นทราย

300 ตัว (30 ตัว/ตารางเมตร) ดูแลโดยถ่ายน้ำและให้อาหารพวกปลาข้างเหลืองวันเว้นวัน

แม่พันธุ์หอยหวานวางไข่เป็นฝัก โดยก้านฝักไข่ยึดติดกับทรายในบ่อ ภายในฝักไข่แต่ละฝักมีไข่หลายร้อยฟอง ฟาร์มสามารถเก็บฝักไข่ไปฟักได้เกือบทุกวัน แต่ช่วงฤดูฝนน้ำไม่เค็มมาก แม่พันธุ์หอยหวานจะวางไข่น้อย

 
ฝักไข่ในตะกร้าแขวนในถังพีอี 700 ลิตร
ลูกหอยหวานระยะผีเสื้อ

เมื่อเก็บฝักไข่หอยหวานจากบ่อพ่อแม่พันธุ์ ฟาร์มจะนำฝักไข่มาใส่ในตะกร้าพลาสติก แล้วนำไปแขวนในน้ำ ในถังพีอีขนาด 700 ลิตร (รูปซ้ายมือ)

ไข่หอยหวานในตะกร้าพลาสติกจะมีการพัฒนาเป็นลูกหอย ใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน ก็จะออกจากฝักไข่มาว่ายน้ำ เรียกลูกหอยระยะนี้ว่า ระยะผีเสื้อ เนื่องจากมีลักษณะเหมือนผีเสื้อบิน (รูปซ้ายมือ)

 
 
 
  วิธีอนุบาลลูกหอยหวาน ระยะผีเสื้อ ใช้เวลา 2 สัปดาห์
 
1) ถังพีอี 700 ลิตร อนุบาลลูกหอยระยะผีเสื้อ
2) บ่อคอนกรีตอนุบาลลูกหอยระยะผีเสื้อ

เมื่อลูกหอยหวานออกจากฝักไข่ ก็จะอนุบาลในถังพีอีขนาด 700 ลิตร แบบเดียวกับที่ใช้ฟักไข่ จำนวน 8 ใบ (รูปซ้ายมือ 1)

นอกจากนี้ ฟาร์มยังมีบ่อทำจากปลอกท่อคอนกรีตขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เมตร อีก บ่อ สำหรับอนุบาลลูกหอยหวานในระยะผีเสื้อด้วย (รูปซ้ายมือ 2)

ระยะผีเสื้อ

ลูกหอยหวานระยะผีเสื้อ เป็นระยะที่ล่องลอยอยู่ในน้ำ สามารถเคลื่อนที่ได้ช้า ๆ ด้วยอวัยวะที่คล้ายปีกผีเสื้อ (รูปซ้ายมือ) ลูกหอยจะอยู่ในระยะนี้ประมาณ 20 วัน แล้วจึงเปลี่ยนรูปร่างและเปลี่ยนการดำรงชีวิตจากว่ายน้ำไปอาศัยในพื้นทราย

ท่านสามารถชมชีววิทยาของหอยหวานได้โดยคลิ๊กที่นี่

ถังเพาะคีโต ติดหลอดฟลูออเรสเซนต์

อาหารของลูกหอยหวานระยะผีเสื้อ ฟาร์มให้แพลงก์ตอนพืช คีโตเซอรอส เพียงอย่างเดียวเป็นอาหารแก่ลูกหอยระยะนี้ โดยให้วันละ 2 มื้อ ๆ ละ 40-60 ลิตร/ถัง ดูแลลูกหอยระยะนี้ด้วยการดูดตะกอน

การขยายพันธุ์แพลงก์ตอนพืช คีโตเซอรอส ฟาร์มจะใช้หัวเชื้อคีโตเซอรอสที่เก็บในตู้เย็น นำมาขยายเพิ่มจำนวน จากหัวเชื้อ 300 ซีซี ขยายเป็น 3 ลิตร จากนั้นขยายเป็น 50 ลิตร และขยายเป็น 500 ลิตร ก็สามารถนำไปให้ลูกหอยกินได้ น้ำที่นำมาขยายพันธุ์ ใช้น้ำที่ฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน 50 กรัม/500 ลิตร

บางครั้งหากแสงแดดน้อย ฟาร์มจะใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์แขวนบนถังขยายพันธุ์คีโตเซอรอส (รูปซ้ายมือ)

 
 
 
  อนุบาลลูกหอยหวานระยะลงพื้นถึงขนาด 0.5 เซนติเมตร ใช้เวลา 1 เดือน
 
บ่อคอนกรีตกลมอนุบาลลูกหอยระยะลงพื้น

เมื่อลูกหอยเข้าสู่ระยะลงพื้น ก็จะรวบรวมนำมาอนุบาลในบ่อคอนกรีตกลม (รูปซ้ายมือ) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เมตร ปูพื้นบ่อด้วยทราย บ่อละประมาณ 30,000 ตัว ซึ่งฟาร์มมีอยู่ 18 บ่อ

อาหารที่ให้เปลี่ยนจากแพลงก์ตอนมาเป็นอาร์ทีเมียตัวโตที่แช่เย็นเก็บไว้ โดยให้วันละ 2 มื้อ เมื่อลูกหอยมีขนาด 0.4 เซนติเมตร จะเปลี่ยนมาให้เนื้อปลาแทนอาร์ทีเมีย

อนุบาลลูกหอยประมาณ 1 เดือน ก็จะได้ลูกหอยที่มีความยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร ขึ้นไป พร้อมที่จะนำไปเลี้ยงเป็นหอยเนื้อ

ระยะเริ่มลงพื้น

ลูกหอยหวานระยะเริ่มลงพื้น อวัยวะที่คล้ายปีกผีเสื้อจะหายไป (รูปซ้ายมือ) จากนั้นลูกหอยจะพัฒนา สร้างเปลือกมีลักษณะเหมือนตัวโต

ท่านสามารถชมชีววิทยาของหอยหวานได้โดยคลิ๊กที่นี่

 
 
 
เลี้ยงหอยหวานจากขนาด 0.5 เซนติเมตร เป็นหอยเนื้อ ใช้เวลา 6-7 เดือน
 
 

ฟาร์มมีบ่อเลี้ยงหอยหวานเพื่อจำหน่ายเป็นหอยเนื้อ 2 แบบ

แบบแรก เป็นบ่อขนาด 4x5 เมตร ทำจากผ้ายางและรองพื้นด้วยทราย (รูปขวามือ)

งวงดูดอาหาร

จำนวน 10 บ่อ เลี้ยงหอยหนาแน่นประมาณตารางเมตรละ 500 ตัว(บ่อละ 10,000 ตัว) ดูแลโดยถ่ายน้ำ 100 % วันเว้นวัน คุณภาพน้ำที่ต้องตรวจคือ พีเอช เพราะจะตกมาก แก้โดยเติมปูนขาวลงไปเล็กน้อย

ให้อาหารได้แก่ ปลาข้างเหลือง ปลารวม วันเว้นวัน หอยที่ฝังตัวในทรายจะออกมาใช้ "งวง" ดูดกินอาหาร (รูปซ้ายมือ)

บ่อเลี้ยงหอยเนื้อขนาด 4x5 เมตร
 
 
เลี้ยงหอยหวานในบ่อยาว 30 เมตร แบบ 2 ชั้น
 
 

แบบที่สอง บ่อเลี้ยงหอยหวานขนาด 1x30 เมตร ทำจากผ้ายางและรองพื้นด้วยทราย จำนวน 8 บ่อ โดยยกระดับเป็นบ่อ 2 ชั้น (ภาพขวามือ)

บ่อเลี้ยงหอยเนื้อ 2 ชั้น ยาวบ่อละ 30 เมตร

เลี้ยงหอยหนาแน่นประมาณบ่อละ 15,000-25,000 ตัว หรือประมาณตารางเมตรละ 500 ตัว ขึ้นไป

เลี้ยงหอยประมาณ 6-7 เดือน ก็จะได้หอยขนาดประมาณ 100 ตัว/กิโลกรัม มีอัตรารอดตายประมาณ 90 %

บ่อเลี้ยงหอยเนื้อชั้นล่าง 4 บ่อ
บ่อเลี้ยงหอยเนื้อชั้นบนมีอีก 4 บ่อ
 
 
 
  ทรายที่นำมารองพื้นบ่อ ?
 
"กะซ้าหอย" ร่อนเพื่อนำไปรองพื้นบ่อ
ทรายที่ใช้รองพื้นบ่อหอยหวาน เรียกว่า "กะซ้าหอย" ก่อนใช้ต้องนำมาร่อนกับตะแกรงอวนเพื่อแยกเศษเปลือกหอยออก (ภาพซ้ายมือ)

ทรายที่ใช้รองพื้นบ่อหอยหวานสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ด้วยการล้างและตากแดด

 
 
 
  การจำหน่าย ?
 
หอยหวาน
ปัจจุบันหอยหวานเป็นสัตว์น้ำที่มีราคาดี ผลผลิตสามารถจำหน่ายได้ง่าย ล่าสุดเดือนสิงหาคม 2548
หอยหวาน

ฟาร์มขายหอยเนื้อขนาด 130 ตัว/กิโลกรัม ได้กิโลกรัมละ 380 บาท โดยมีผู้มารับซื้อถึงฟาร์ม

ทิศทางอนาคตน่าจะยังดี เนื่องจากยังมีผู้เลี้ยงน้อย พื้นที่เลี้ยงต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำเค็ม ปัญหาเรื่องโรคหากดูแลดีก็ยังไม่มี ราคาน่าจะยังดีอยู่ใน 4-5 ปี

การจำหน่ายส่วนใหญ่ส่งนอก (จีน) ส่วนตลาดภายในประเทศจะเน้นขนาด 90 ตัว/กิโลกรัม ลงมา

 
สนใจเนื้อหาชุดเยี่ยมฟาร์ม อื่นๆ คลิ๊กที่นี่
   
เนื้อหาและภาพถ่ายของเว็บไซต์ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
คัดลอกไปใช้กรุณาแจ้งเว็บมาสเตอร์ ยกเว้นเพื่อการศึกษาที่ไม่ใช่ธุรกิจหรือค้ากำไร
 
 
        ขอขอบคุณ จ.ส.อ. ศิษย์เกษม มัจฉาแขวง ที่สละเวลาให้ข้อมูล พร้อมไฟล์ภาพถ่ายฟาร์ม และอนุญาตให้เผยแพร่เนื้อหาที่มีประโยชน์ทางเว็บไซต์ครับ
 
 
ศูนย์วิจัยและและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
ตำบล บางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัด จันทบุรี 22000
โทร 0-3945-7987-8 โทรสาร 0-3939-1025
email : crchantaburi@dof.thaigov.net หรือ chanfisheries@yahoo.com