แพลงก์ตอนสัตว์ (ZOO PLANKTON) Phylum Protozoa

 

            แพลงก์ตอนสัตว์ เป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มที่ไม่สามารถสร้างอาหารพวกสารอินทรีย์ได้ด้วยตัวเอง กลุ่มแพลงก์ตอนสัตว์ แบ่งออกเป็นกลุ่มแพลงก์ตอนใหญ่ๆอีก 2 กลุ่ม คือแพลงก์ตอนถาวร (holoplankton) และแพลงก์ตอนชั่วคราว (meroplankton)

            การนำเสนอเนื้อหาแพลงก์ตอนสัตว์ แบ่งออกเป็น 6 หน้า ๆ ละ 1 ไฟลั่ม ซึ่งบางไฟลั่มอาจเสนอแพลงก์ตอนสัตว์เพียงชนิดเดียว แต่ในอนาคตหากเรามีข้อมูลและภาพเพิ่มก็จะอัพเดทให้ครับ

          หน้านี้คือหน้าแรกของแพลงก์ตอนสัตว์ หากท่านสนใจชมภาพแพลงก์ตอนอื่น ทั้งแพลงก์ตอนพืชและสัตว์ สามารถเข้าชมได้ที่ ห้องแพลงก์ตอน ครับ
   
 

             แพลงก์ตอนสัตว์ ไฟลัมโปรโตซัว เป็นสัตว์เซลล์เดียว ซึ่งอาจจะอยู่เป็นเซลล์เดี่ยวๆ (Single Celled Organism) หรืออาจจะอยู่รวมกันหลายเซลล์เรียกว่า โคโลนี (Colony) เซลล์จะมีรูปร่างแตกต่างกันมาก และมีขนาดตั้งแต่ 5 จนถึง 300 ไมครอน

            การจำแนกหมวดหมู่ของแพลงก์ตอนสัตว์ใน ไฟลัมโปรโตซัว .ในการนำเสนอครั้งนี้ ใช้ระบบของ Kudo 1966 ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 Subphylum ได้แก่ Subphylum Plasmodroma และ Subphylum Cliophora ในการนำเสนอของเราด้วยรูปภาพ ขอนำเสนอเฉพาะ Subphylum Plasmodroma รวม 12 สกุล

             สำหรับ Subphylum Cliophora ในการจำแนกของนักวิทยาศาสตร์บางท่าน ได้จัดแยกออกมาเป็นไฟลั่มใหม่เลย

   
 
แพลงก์ตอนสัตว์ (Zooplankton)
Phylum Protozoa(Protozoan) Subphylum Plasmodroma
Class Sarcodina
ขอนำเสนอ จำนวน 3 สกุล
  (Order Heliozoida)
(Family Actinophryidae)
Actinosphaerium เซลล์รูปกลม มี axopodia จำนวนมาก เรียงแบบรัศมี (ตามภาพ) จุดตั้งต้นของ axopodia อยู่ที่ขอบด้านในของ ectoplasm ectoplasm ประกอบด้วยช่องว่างขนาดใหญ่ ส่วน endoplasm มีช่องว่างขนาดเล็ก
       
  (Order  Radiolarida (Radiolaria))
(Suborder Acantharia)
Acanthometron  เป็น radiolaria ขนาดใหญ่ มีสปิคูล 20 ก้าน ความยาวสปิคูลเท่ากัน แต่บางชนิดอาจมีสปิคูลจำนวน 1, 2 หรือ 4 ก้านที่ยาวมากกว่าก้านอื่น ไซโตพลาสต์ส่วนมากเป็นรูปหลายเหลี่ยมไม่มีสี
       
  (Order  Foraminiferida)
 
เป็นโปรโตซัวซึ่งอาศัยอยู่ตามพื้นท้องทะเล มีจำนวนชนิดเท่าที่สำรวจพบมากกว่า 700 ชนิด มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า ฟอรามินิเฟร่า เปลือกประกอบด้วยซิลิกาหรือแคลเซียม รูปร่างของเปลือกแตกต่างกันตามชนิด บางชนิดมีเปลือกเพียง 1 ช่อง เป็นท่อ หรือเปลือกเวียนเป็นวงคล้ายเปลือกหอย อาหารของฟอรามินิเฟร่าได้แก่ไดอะตอม และสาหร่าย (algae)
       
 
แพลงก์ตอนสัตว์ (Zooplankton)
Phylum Protozoa(Protozoan) Subphylum Plasmodroma
Class Ciliata
ขอนำเสนอ จำนวน 9 สกุล
  (Order  Tintinnida)
(Family Codonellidae)
Tintinnopsis ลอริกาส่วนใหญ่รูปร่างคล้ายทรงกระบอก ปากกว้าง ปลายล่างสุดปิด แต่บางชนิดอาจมีปลายล่างเปิด บางชนิดมีเขา ผิวลอริกาอาจมีลักษณะขรุขระ (ตามภาพ) เนื่องจากมี เม็ดทราย หรือขยะชิ้นเล็กๆ มาติดอยู่
       
  (Order  Tintinnida)
(Family Codonellopsidae)
Stenosemella ลอริการูปลูกข่าง รอบปากส่วนใหญ่เรียบ ลอริกาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนตัวไม่มีลายเป็นวง ส่วนคอค่อนข้างสั้น (ตามภาพ) อาจมีลายเป็นวง แต่มักใสกว่าส่วนตัว
       
  (Order  Tintinnida)
(Family Codonellopsidae)
Codonellopsis ลอริการูปลูกข่าง รอบปากส่วนใหญ่เรียบ ลอริกาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนตัวและส่วนคอ ส่วนตัวมักเป็นรูปไข่ จนถึงรูปกลม ผนังส่วนตัวอาจเรียบ หรือขรุขระ ส่วนคอแยกออกจากส่วนตัวเห็นอย่างชัดเจน และมีความใส มีลายเป็นวงหรือเป็นรูกลม (ตามภาพ)
       
  (Order  Tintinnida)
(Family Ptychocylidae)
Epiplocylis ลอริการูประฆังก้นแหลม ปากหนาเป็นขอบ ปลายล่างสุดเป็นก้าน (ตามภาพ) ผนังหนาและมีลายรูปหลายเหลี่ยม ตั้งแต่ปลายสุดจนถึงใต้บริเวณปาก  
       
  (Order  Tintinnida)
(Family Cyttarocylidae)
Favella ลอริการูปทรงกระบอกหรือระฆัง ปากอาจเรียบมีขอบเรียบหรือเป็นจัก ลอริกาใส หรือมีลายรูปปรึซึม ปลายล่างสุดยาวเป็นก้าน ความยาวแตกต่างตามชนิด (ตามภาพ)
       
  (Order  Tintinnida)
(Family Tintinnidae)
Amphorella ลอริการูปร่างคล้ายแจกัน ขอบปากเรียบ และปากกลม ส่วนคอลักษณะคล้ายปากแตร ส่วนตัวรูปแบบแจกันหรือกรวย (ตามภาพ) ปลายสุดตัดตรงหรือทู่ มีสันจำนวน 3-4 สัน หรือมีครีบ 
       
  (Order  Tintinnida)
(Family Tintinnidae)
Eutintinnus ลอริการูปทรงกระบอก หัวท้ายเปิด ผนังลอริกาใส และไม่มีลวดลายเป็นสกุลที่มีจำนวนชนิดมาก
       
  (Order  Hypotrichida)

Aspidisca เซลล์ขนาดเล็กรูปไข่ เซลล์ไม่ยืดหดตัว ด้านขวาของด้านหลังนูน ด้านท้องแบน ด้านหลังมีสันเห็นได้ชัดเจน บริเวณปากมีขนาดเล็ก มี cirri ที่ด้านหน้า 7 เส้น ที่ก้น 5-12 เส้น พบทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม
       
  (Order  Hypotrichida)

Euplotes เซลล์รูปไข่ เซลล์ไม่ยืดหดตัว ด้านหลังนูน ด้านท้องแบน บนเซลล์มีสันตามยาวเซลล์ ช่องปากกว้างรูปสามเหลี่ยม ด้านหน้าบริเวณปากอยู่ในร่อง มี cirri ที่ด้านหน้าต่อกับด้านท้อง 9 เส้นหรือมากกว่า ที่ก้น 5 เส้น ที่ปลายสุด 4 เส้น พบทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม หากมีจำนวนมาก จะทำให้แพลงก์ตอนพืชลดจำนวนลงเพราะถูก Euplotes กิน ทำให้น้ำใส
 
 

เอกสารอ้างอิง

          ธิดา เพชรมณี และมาวิทย์ อัศวอารีย์. 2538. ปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มจำนวนของไรน้ำกร่อย Diaphanosoma sp. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง กระทรวงเกษตร และสหกรณ์. 9 หน้า
          ธิดา เพชรมณี. 2542. คู่มือการเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอน. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
จ. สงขลา กรมประมง. 49 หน้า
          บพิธ จารุพันธ์. 2532. เอกสารคำสอนวิชาสัตววิทยา 445 (ชีววิทยาของสัตว์เซลล์เดียว) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ . 298 หน้า
          ลัดดา วงศ์รัตน์. 2538. แพลงก์ตอนสัตว์(Zooplankton) ภาควิชาชีววิทยาประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพฯ. 672 หน้า
          เสาวภา อังสุภานิช. 2528. แพลงก์ตอนสัตว์. ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่. 209 หน้า

          ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากหนังสืออ้างอิงที่เราใช้จำแนกชนิด บางเล่มมีจำหน่ายที่ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือที่ ศูนย์หนังสือของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และขอสงวนสิทธิ์สำหรับภาพถ่ายนะครับ

ศูนย์วิจัยและและพัฒนาประมงชายฝั่งจันทบุรี
ตำบล บางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัด จันทบุรี 22000
โทร 0-3945-7987-8 โทรสาร 0-3939-1025
email : crchantaburi@dof.thaigov.net หรือ chanfisheries@yahoo.com