ข่าวประชาสัมพันธ์

หมึก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 25 กรกฏาคม 2012 เวลา 11:15 น.

หมึก (Squid, Cuttlefish, Octopus)

 

ชีววิทยา

หมึกเป็นสัตว์น้ำไม่มีกระดูกสันหลังจำพวกหอย อยู่ใน Phylum Mollusca Class Cephalopoda มีพฤติกรรมว่องไวเหมือนปลา มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำ และมีระบบประสาทสัมผัสเทียบเท่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ตาที่มีโครงสร้างและประสิทธิภาพใกล้เคียงกับมนุษย์ มีเส้นประสาทใหญ่กว่ามนุษย์ 50 เท่า (เทียบตามอัตราส่วน) ทำให้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว จัดว่าเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีวิวัฒนาการมาสูงที่สุด หมึกเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ผสมพันธุ์แบบมีเพศ วางไข่เพียงครั้งเดียวแล้วตาย หมึกแบ่งตามชีววิทยาการเพาะเลี้ยงได้ 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มหมึกกลางน้ำ (pelagic squids) หรือกลุ่มหมึกหอม (teuthoid) มีหนวด 10 เส้น เปลือกภายในเป็นแผ่นบางใส เรียกว่า แกนหมึก หรือกระดองใส (pen หรือ gladius) เช่น หมึกกล้วย หมึกหอม

กลุ่มหมึกหน้าดิน (benthic cuttlefish) หรือกลุ่มหมึกกระดอง (sepiid) มีหนวด 10 เส้น ลำตัวกว้าง เปลือกภายในเป็นแผ่นหนาสีขาว เรียกว่า ลิ้นทะเล (cuttlebone) เช่น หมึกกระดองลายเสือ หมึกกระดองหางไหม้ หมึกหูช้าง

กลุ่มหมึกสาย (octopus) มีหนวด 8 เส้น ไม่มีเปลือกภายใน อาศัยอยู่ตามโพรงหิน หรือฝังตัวในหน้าดิน เช่น หมึกยักษ์ หมึกสายวงฟ้า

 

 

group-squid

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ

หมึกเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุดของประเทศรองจากกุ้ง ญี่ปุ่นเป็นตลาดรับซื้อใหญ่ที่สุด รองลงมา คือ อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมัน และสหรัฐอเมริกา หมึกสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งตัว 80% ของน้ำหนักใช้บริโภค ส่วนที่เหลือสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ แปรรูปเป็นแคลเซียม ไคโตซาน ส่วนผสมของยาสีฟัน และเครื่องสำอาง

ความสำคัญของการเพาะเลี้ยงหมึก

เนื่องจากผลผลิตทั้งหมดจับมาจากทะเล จึงเสี่ยงต่อการถูกจับมาใช้เกินกำลังการผลิตของธรรมชาติ หมึกซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่มีความสำคัญรองจากกุ้งแต่กลับยังไม่มีการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ และปัจจุบันยังไม่มีประเทศใดสามารถทำได้สำเร็จ ทั้งนี้เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาค้นคว้าและวิจัยอย่างกว้างขวางเท่ากับสัตว์น้ำชนิดอื่น ทำให้ขาดข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาเพื่อสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม หมึกที่สามารถเพาะเลี้ยงได้จนครบวงจรชีวิต ได้แก่ หมึกหอม หมึกกระดองลายเสือ หมึกกระดองหางไหม้ และหมึกหูช้าง

ปัญหาและอุปสรรค

อุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาการเพาะเลี้ยงหมึกเชิงอุตสาหกรรม คืออาหาร โดยเฉพาะในระยะการอนุบาล หรือ 1 เดือนแรก เนื่องจากหมึกเป็นสัตว์กินเนื้อ และกินในปริมาณมากเพราะต้องการพลังงานสูง ในระยะวัยอ่อนชอบกินอาหารมีชีวิตที่มีการเคลื่อนไหวในลักษณะที่กระตุ้นความสนใจ สีแวววาว เนื้ออ่อนนุ่ม และมีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับตัวเอง เช่น ลูกปลา ลูกกุ้ง ฯลฯ

 

การเพาะเลี้ยงหมึก

การรวบรวมไข่

ไข่หมึกได้จากเครื่องมือประมง เช่น ลอบหมึก รวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติมาเลี้ยงให้ผสมพันธุ์วางไข่ในบ่อ และจากการอนุบาลลูกหมึกในโรงเพาะฟักจนกลายเป็นพ่อแม่พันธุ์

egg

การเพาะฟักไข่

แยกไข่ตามระยะการเจริญเติบโตของตัวอ่อนหรือตามขนาดของไข่ ตัดไข่แยกออกไม่ให้เป็นแพติดกัน แล้วใส่ในตะกร้าพลาสติกลอยน้ำไว้ในบ่อที่มีน้ำสะอาดไหลผ่านตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ไข่จะฟักออกเป็นตัว

cut-egg

การอนุบาล

หลังจากลูกหมึกฟักออกมาให้อาหารมีชีวิต เช่น เคย (Mysid) กุ้งกะต่อม (Palaemonid shimp) ลูกกุ้ง (Penaeid shimps) หรือลูกปลาชนิดต่างๆ จัดการอาหารให้มีปริมาณเพียงพอตลอดเวลา ควบคุมคุณภาพน้ำและความสะอาดในบ่อ ความหนาแน่นในการอนุบาล คือ ลูกหมึกหอมไม่เกิน 10 ตัว/ลิตร และลูกหมึกกระดองไม่เกิน 500 ตัว/ตร.ม. หลังจากนั้นคัดขนาดและลดความหนาแน่นลงอย่างน้อย 25% ทุกระยะ 10 วัน เพื่อลดการกินกันเอง

culture

การขุนเลี้ยง

เมื่อลูกหมึกมีอายุ 20 วันขึ้นไป เริ่มฝึกให้กินอาหารไม่มีชีวิต เช่น เนื้อปลาหั่นเป็นชิ้นยาว จนหมึกคุ้นเคยกับอาหารไม่มีชีวิตจึงจะเข้าสู่ระยะการเลี้ยง โดยสามารถเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ หรือกระชัง ที่มีน้ำไหลผ่าน ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 4 เดือน

feeding

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 25 กรกฏาคม 2012 เวลา 13:29 น.