ปูทะเล

ปูเป็นครัสเตเชียนกลุ่มหนึ่ง จัดอยู่ในไฟลัมอาร์โทรโพดา ลำตัวมีเปลือกแข็งหุ้มทางด้านนอก และเจริญเติบโตโดยการลอกคราบ ร่างกายประกอบด้วยส่วนหัวเชื่อมรวมกับอก (cephalothorax) ซึ่งมีกระดองคลุมเอาไว้ ส่วนที่อยู่ถัดไปคือส่วนท้อง หรือจับปิ้งมีขนาดเล็กและพับอยู่ใต้ส่วนอก ส่วนท้องของตัวเมียมีลักษณะกว้างกว่าตัวผู้ เพราะตัวเมียใช้สำหรับอุ้มใข่


การจำแนกชนิดของปู

นักอนุกรมวิธาน อาศัยลักษณะโครงสร้างต่างๆ ของปูตัวผู้เป็นเกณฑ์ในการจำแนกชนิด (species) คือ
1. กระดอง (carapace) พิจารณาถึงรูปร่าง ความกว้างความยาว สันและร่องบนกระดอง พื้นผิวเรียบหรือขรุขระ ตลอดจนหนามทางขอบด้านหน้า ด้านข้างหรือด้านหลังของกระดอง
2. ก้าม (great chela) พิจารณาถึงขนาดของก้ามข้างซ้ายข้างขวา หนามหรือสัน หรือปุ่มปมบนปล้องที่ 4-7 ของก้าม
3. ขาเดิน (walking legs) พิจารณาถึงความเรียวยาว กลมแบน ขาคู่ใดเป็นใบพาย และแถบขนบนปล้องต่างๆ
4. ส่วนท้อง (abdomen) พิจารณาถึงรูปร่าง ขนาดของแต่ละปล้องและการเชื่อมรวมกันของปล้อง
5. อวัยวะเพศผู้ (gonopod) ปูแต่ละชนิดมีลักษณะรูปร่างของอวัยวะเพศผู้แตกต่างกัน
6. ลักษณะเด่นชัดอื่นๆ เช่น สีของกระดอง ก้าม ขาเดิน จุดหรือรอยคาดบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ซึ่งลักษณะเหล่านี้จะไม่เลือนหายไปแม้ปูจะตายแล้ว



ปูทะเลที่พบในประเทศไทย มีจำนวนทั้งสิ้น 4 ชนิด จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 2 ชนิด
โดยการจำแนกชนิด จะใช้หนามบนก้ามปล้องที่ 5 และหนามระหว่างตา


กลุ่มที่ 1 มีหนามชัดเจน กลุ่มที่ 2 ไม่มีหนาม


กลุ่มที่ 1 มีหนามชัดเจน บนก้ามปล้องที่ 5
ปูเขียว Green (Giant) mud crab
Scylla serrata (Forskål, 1775)
ปูม่วง
Scylla tranquebarica (Fabricius, 1798)


กลุ่มที่ 2 ไม่มีหนาม บนก้ามปล้องที่ 5
ปูขาว หรือปูทองหลาง
Scylla paramamosain Estampador, 1950
ปูดำ ปูแดง หรือปูน้ำตาล Brown (Orange) mud crab
Scylla olivacea (Herbst, 1796)



ตัวอย่างชนิดพันธุ์ของปูที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในทะเลของประเทศไทย

1.ปูเสฉวนแดง หรือปูเสฉวนยักษ์ (Red Hermit Crab : Dradanus megistos)


1. ปูเสฉวนแดง หรือปูเสฉวนยักษ์ (Red Hermit Crab : Dradanus megistos)

ปูเสฉวนชนิดนี้ มีขนาดใหญ่สุดในบรรดาปูเสฉวนด้วยกัน กระดองมีความยาวมากกว่าความกว้าง ก้ามสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน มีขนหยาบกระจัดกระจายอยู่บนก้ามและขาเดิน พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


2.ปูฟองน้ำ (Sponge Crab : Dromidiopsis sp.)


2. ปูฟองน้ำ (Sponge Crab : Dromidiopsis sp.)

กระดองค่อนข้างกลม ด้านบนโค้งนูน ตามลำตัวมีขนสีน้ำตาลปกคลุมอยู่ทั่วไป ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน ปลายก้ามสีชมพู ขาเดินสองคู่หลังสั้นและงอขึ้นข้างบน ใช้สำหรับแบกฟองน้ำหรือเพรียงหัวหอมไว้บนหลังเพื่อพรางตัว พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


3.ปูเป้เล็ก (Anemone Crab : Dorippe facchino)


3. ปูเป้เล็ก (Anemone Crab : Dorippe facchino)

กระดองแบน ขอบด้านข้างของกระดองขยายออกทางด้านหลัง ก้ามทั้งสองมีขนาดเล็ก ขาเดินสองคู่แรกแบนและยาว สองคู่หลังเล็กและงอขึ้นด้านบน ใช้สำหรับแบกดอกไม้ทะเลไว้บนหลัง พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


4.ปูเป้ใหญ่ หรือปูเป้ม่วง (Purple Anemone Crab : Dorippe frascone)


4. ปูเป้ใหญ่ หรือปูเป้ม่วง (Purple Anemone Crab : Dorippe frascone)

ปูเป้ชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่าชนิดแรก กระดองค่อนข้างแบนและมีความยาวมากกว่าความกว้าง ก้ามสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ขาเดินสองคู่แรกแบนและยาว สองคู่หลังเล็กและยกขึ้นด้านบน กระดองและขาเดินมีสีม่วง ปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาล พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


5.ปูหนุมาน หรือปูลาย (Beach Crab : Matuta banksii)


5. ปูหนุมาน หรือปูลาย (Beach Crab : Matuta banksii)

ปูหนุมานในอ่าวไทยมีอยู่ 3 ชนิด กระดองค่อนข้างกลมและมีแง่แหลมคมยื่นออกไปทางด้านข้าง ปูหนุมานชนิดนี้มีปุ่ม 6 ปุ่มบนกระดอง และมีจุดสีแดงเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วไป ส่วนบนขาเดินคู่ที่ 1, 2 และ 4 มีจุเสีแดงขนาดใหญ่แต้มข้างละจุด พบอาศัยอยู่ตามริมชายฝั่งที่เป็นพื้นทราย


6.ปูฤาษี (Box Crab : Calappa terrae-reginae)


6. ปูฤาษี (Box Crab : Calappa terrae-reginae)

กระดองเป็นรูปครึ่งวงลม ด้านบนโค้งนูน ด้านหลังแผ่ขยายออกมาก กระดองมีตวามยาวประมาณ 2 ใน 3 ของความกว้าง ขอบด้านข้างมีรอยหยักคล้ายฟันเลื่อย ก้ามทั้งสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน ขอบด้านบนเป็นสันและมีหนาม พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


7.ปูกระดุม (Pebble Crab : Leucosia longifrons)


7. ปูกระดุม (Pebble Crab : Leucosia longifrons)

กระดองค่อนข้างกลม ด้านบนโค้งนูนและพื้นผิวเรียบ ส่วนหน้าของกระดองยื่นออกไปและมีตาขนาดเล็กอยู่ชิดกัน บนปล้องที่ 4 ของก้ามมีปุ่มสีขาว ปล้องที่ 6 ของก้ามค่อนข้างแบน ขาเดินสั้นมีสีส้มสลับขาว พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


8.ปูค้างคาว (Cylindrical Crab : Ixa cylindrus)


8. ปูค้างคาว (Cylindrical Crab : Ixa cylindrus)

ปูขนาดเล็ก กระดองเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ด้านข้างกระดองมีส่วนยื่นรูปทรงกระบอกและมีหนามยื่นออกไป ร่องบนกระดองลึกมาก ก้ามและขาเดินเรียวเล็ก พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


9.ปูกระดุมก้ามยาว (Myra coalita)


9. ปูกระดุมก้ามยาว (Myra coalita)

กระดองเป็นรูปไข่ มีความยาวมากกว่าความกว้าง ด้านท้ายมีแง่ยื่นออกไป 3 อัน อันกลางค่อนข้างแหลม บนพื้นผิวกระดองและก้ามมีปุ่มเล็ก ๆ กระจัดกระจาย เห็นได้ชัดเจน ก้ามทั้งสองข้างค่อนข้างยาว และมีขนาดใกล้เคียงกัน ขาเดินกลมเรียว พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


10.ปูกระดุมฟันแหลม (Myra sp.)


10. ปูกระดุมฟันแหลม (Myra sp.)

กระดองเป็นรูปไข่ มีความยาวมากกว่าความกว้าง ทางด้านท้ายระดองมีหนาม 3 อัน หนามอันกลางมีขนาดใหญ่และยาวที่สุด ตาเล็กอยู่ชิดกัน ก้ามสองข้างเรียงยาว ปล่องรองสุดท้ายป้อมสั้น ส่วนปล้องสุดท้ายเรียวยาว มีฟันแหลมคม ขาเดินสั้นและเรียวเล็ก พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


11.ปูแมงมุมแต่งตัว (Paramithrax sp.)


11. ปูแมงมุมแต่งตัว (Paramithrax sp.)

กระดองเป็นรูปหยดน้ำ พื้นผิวกระดองเรียบ ด้านหน้ามีกรียื่นยาวออกไป 2 แฉก ตามลำตัวและขาเดินมีเศษวัสดุจำพวกเปลือกหอย ฟองน้ำ หรือปะการังติดอยู่ ปล้องที่ 4 ของขาเดินมีหนาม 2 อัน อันหนึ่งใหญ่อันหนึ่งเล็ก พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


12.ปูบึ้ง (Doclea ovis)


12. ปูบึ้ง (Doclea ovis)

กระดองเป็นรูปกลม ด้านบนโค้งนูน ลำตัวปกคลุมด้วยขนอ่อนสีน้ำตาล ก้ามมีขนาดสั้นกว่าขาเดิน ขาเดินทั้งสี่คู่เรียวยาว พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล บางตัวอาจมีดอกไม้ทะเลเกาะอยู่บนหลัง


13.ปูก้ามยาว (Parthenope longimanus)


13. ปูก้ามยาว (Parthenope longimanus)

กระดองเป็นรูปห้าเหลี่ยม บนผิวกระดองและก้ามมีปุ่มเล็ก ๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ขอบกระดองและก้ามมีหนามคล้ายฟันเลื่อย ก้ามมีขนาดใหญ่และยาวมาก แต่ขาเดินเรียวเล็ก ลำตัวด้านบนสีน้ำตาล ปลายก้ามสีขาว พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


14.ปูสามเหลี่ยม (Parthenope ozakii)


14. ปูสามเหลี่ยม (Parthenope ozakii)

กระดองเป็นรูปสามเหลี่ยม ที่มุมทั้งสองของขอบกระดองด้านท้ายยกเป็นสันและยื่นออกไปเป็นแง่ ก้ามมีขนาดใหญ่และยาว ปลายก้ามสีดำ ส่วนขาเดินเรียวเล็ก พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


15.ปูจาน (Cryptopodia fornicata)


15. ปูจาน (Cryptopodia fornicata)

กระดองมีลักษณะแบนกว้าง แผ่คลุมขาเดินเอาไว้ทั้งหมดจนมองไม่เห็นทางด้านบน ตาขนาดเล็กอยู่ชิดกัน ขอบกระดองด้านหน้าระหว่างตาเป็นรูปสามเหลี่ยม ก้ามทั้งสองมีขนาดใหญ่และมีสันคม พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


16.ปูกบ (Jonas distincta)


16. ปูกบ (Jonas distincta)

กระดองเป็นรูปถ้วย มีความยาวมากกว่าความกว้าง กระบอกตาใหญ่ ขอบกระดองด้านหน้าระหว่างตามีหนามแหลมยื่นเป็นแง่ หนวดยาว ขาเดินทุกคู่มีขนเป็นแถบ กระดองและก้ามปกคลุมด้วยขนอ่อนนุ่ม พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


17.Scylla serrata (Forskål, 1775)


17. ปูทะเล (Blue Crab : Scylla serrata)
Scylla serrata (Forskål, 1775)

กระดองเป็นรูปพัด พื้นผิวเรียบ ขอบด้านข้างของกระดองหยักเป็นฟันเลื่อย โดยมีหนามข้างละ 9 อัน ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน ตัวผู้ก้ามใหญ่กว่าตัวเมีย ขาเดินคู่สุดท้ายแบนเป็นกรรเชียงช่วยในการว่ายน้ำ พบอาศัยอยู่ตามลำคลองในป่าชายเลนและพื้นทะเล


18.Portunus pelagicus (Linnaeus, 1758)


18. ปูม้า (Swimming Crab : Portunus pelagicus)
Portunus pelagicus (Linnaeus, 1758)

กระดองเป็นรูปพัด มีความกว้างมากกว่าความยาว ขอบด้านข้างกระดองมีหนามข้างละ 9 อัน อันสุดท้ายมีขนาดใหญ่และแหลมคม ยื่นออกไปทางด้านข้าง ตัวผู้มีสีฟ้าประด้วยจุดขาว แต่ตัวเมียสีน้ำตาล พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


19.Monomia gladiator (Fabricius, 1798)


19. ปูม้าเล็ก ปูม้าลายแดง หรือปูม้าจุดแดง (Portunus gladiator)
Monomia gladiator (Fabricius, 1798)

กระดองเป็นรูปพัด พื้นผิวด้านบนมีปุ่มปมเล็ก ๆ กระจัดกระจายเป็นหย่อม ๆ ขอบกระดองส่วนหน้ามีหนาม 4 อัน ขอบด้านข้างของกระดองมีหนามข้างละ 9 อัน อันสุดท้ายมีขนาดใหญ่สุด ปล้องที่ 4 ของก้ามมีหนามทางขอบด้านหน้า 4 อัน และขอบด้านหลัง 2 อัน พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


20.ปูม้าแคระ (Portunus tuberculosus)


20. ปูม้าแคระ

ปูขนาดเล็ก กระดองมีความกว้างประมาณ 3 เซนติเมตร กระดองแบนและมีผิวขรุขระเป็นปุ่มปมกระจายทั่วไป ขอบกระดองด้านหน้ามีหนาม 2 คู่ ขอบกระดองส่วนท้ายเป็นมุมเหลี่ยมยกขึ้นคล้ายหนาม ขอบด้านข้างของกระดองมีหนามข้างละ 9 อัน ขนาดไม่สม่ำเสมอ พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


21.Portunus sanguinolentus (Herbst, 1783)


21. ปูม้าสามจุด (Blood-spotted Swimming Crab)
Portunus sanguinolentus (Herbst, 1783)

ลักษณะโดยทั่วไปคล้ายคลึงปูม้า กระดองกว้าง พื้นผิวเรียบ ขอบด้านข้างกระดองมีหนาม 9 อัน อันสุดท้ายยาวที่สุด บนกระดองมีจุดสีแดงกลม ขอบขาว 3 จุด เห็นได้ชัดเจน ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


22.Lupocycloporus gracilimanus (Stimpson, 1858)


22. ปูม้าก้ามลีบ
Lupocycloporus gracilimanus (Stimpson, 1858)

กระดองเป็นรูปหกเหลี่ยม และมีขนสั้นปกคลุม บนกระดองมีสันเรียงตัวกันตามขวาง ขอบด้านข้างกระดองมีนามข้างละ 9 อัน อันสุดท้ายมีขนาดใหญ่สุด ปลายแหลมชี้ไปด้านหน้า ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน ปล้องรองสุดท้ายเรียวเล็กกว่าปกติ พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


23.Charybdis (Charybdis) natator (Herbst, 1794)


23. ปูม้าแดง หรือปูม้าก้ามปุ่ม
Charybdis (Charybdis) natator (Herbst, 1794)

กระดองเป็นรูปพัด มีสันสีแดงคาดตามขวางเห็นได้ชัดเจน ขอบด้านหน้ามีหนาม 3 คู่ ขนาดใกล้เคียงกัน ขอบด้านข้างกระดองมีหนามข้างละ 6 อัน อันสุดท้ายมีขนาดเล็ก สำตัวมีสีน้ำตาลแดง ปลายก้ามดำ พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


24.Charybdis (Charybdis) feriata (Linnaeus, 1758)


24. ปูม้าเข้ารีต หรือปูกางเขน
Charybdis (Charybdis) feriata (Linnaeus, 1758)

กระดองเป็นรูปพัด พื้นผิวเรียบ ขอบด้านข้างของกระดองมีหนามข้างละ 6 อัน ลำตัวมีสีน้ำตาลแดงและมีคาดสีครีมตามความยาว โดยตรงกลางกระดองมีรูปกางเขน พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


25.Charybdis (Charybdis) anisodon (De Haan, 1850)


25. ปูกะตอย หรือปูม้าเขียว
Charybdis (Charybdis) anisodon (De Haan, 1850)

กระดองเป็นรูปพัด พื้นผิวเรียบ ขอบด้านหน้ามีหนาม 3 คู่ แบ่งออกด้วยร่องตื้น ๆ ขอบด้านข้างกระดองมีหนามข้างละ 6 อัน สองอันแรกมีขนาดเล็ก ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกันและมีพื้นผิวเรียบ พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลทั่วไป


26.ปูหิน (Thalamita sima)


26. ปูหิน
Thalamita sima H. Milne Edwards, 1834

กระดองเป็นรูปพัด ขอบด้านหน้ามีหนาม 2 อัน ลักษณะกว้างปลายตัดโค้ง ขอบด้านข้างกระดองมีหนามข้างละ 5 อัน บนกระดองมีสันเรียงตัวตามขวาง ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน พบอาศัยอยู่ตามริมชายฝั่งบริเวณโขดหินและพื้นทะเล


27.ปูม้าลายแดง (Lupocyclus rotundatus)


27. ปูม้าลายแดง (Lupocyclus rotundatus)

กระดองค่อนข้างกลม มีความกว้างมากกว่าความยาวเพียงเล็กน้อย ขอบด้านหน้ามีหนามแหลม 4 อัน ขอบด้านข้างมีหนามข้างละ 9 อันขนาดใหญ่และเล็กสลับกัน เบ้าตามีรอยบาก 2 แห่ง ตรงกลางกระดองมีปื้นสีแดงรูปตัววาย (Y) พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


28.Podophthalmus vigil (Fabricius, 1798)


28. ปูตายาว (Long-eyed Swimming Crab)
Podophthalmus vigil (Fabricius, 1798)

กระดองเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด พื้นผิวเรียบ ส่วนหน้าระหว่างตาแคบ ก้านตายาวมาก ก้ามสองข้างยาวมีขนาดใกล้เคียงกัน ขาเดินคู่สุดท้ายแบนเป็นกรรเชียง พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


29.ปูใบ้หนาม (Demania scaberrima)


29. ปูใบ้หนาม (Demania scaberrima)

กระดองเป็นรูปพัด บนกระดองมีร่องแบ่งบริเวณต่าง ๆ ชัดเจน ด้านบนกระดองและก้ามมีปุ่มเป็นหนามอยู่ทั่วไป ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน ปลายก้ามสีขาว บนกระดองและขาเดินมีปื้นสีน้ำตาลแดงแต้มบนพื้นสีน้ำตาลอ่อน พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


30.ปูใบ้ปม (Halimede ochtodes)


30. ปูใบ้ปม (Halimede ochtodes)

กระดองเป็นรูปห้ามเหลี่ยม ผิวกระดองเรียบ ขอบกระดองด้านหน้าระหว่างตาแบ่งเป็น 2 พูชัดเจนและยื่นเลยเบ้าตาออกไป ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกันและมีปมขนาดใหญ่เรียงกันเป็นแนว ขาเดินค่อนข้างสั้น พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


31.ปูใบ้แดง (Atergatis integerrimus)


31. ปูใบ้แดง (Atergatis integerrimus)

กระดองเป็นรูปพัดครึ่งวงกลม พื้นกระดองเรียบและมีรูเล็ก ๆ กระจัดกระจายทั่วไป ขอบด้านข้างกระดองลักษณะเป็นสัน ก้ามทั้งสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน ขาเดินค่อนข้างแบนและสั้น ทั้งลำตัวมีสีน้ำตาลแดง และรูเล็ก ๆ มีสีขาว พบอาศัยอยู่ตามซอกหินและปะการังริมชายฝั่ง


32.ปูใบ้ลายแดง (Lophozozymus pictor)


32. ปูใบ้ลายแดง (Lophozozymus pictor)

กระดองเป็นรูปพัด ร่องแบ่งบริเวณต่าง ๆ บนกระดองตื้น ขอบด้านข้างของกระดองมีรอยหยักทำเป็นแง่ยื่นข้างละ 4 แห่ง ก้ามทั้งสองมีขนาดใกล้เคียงกัน ทั้งลำตัวมีสีครีมแต้มด้วยลวดลายเป็นร่างแหสีแดง ปลายก้ามหนีบสีดำ พบอาศัยอยู่ตามซอกหินริมชายฝั่งและพื้นทะเล


33.ปูใบ้น้ำลึก (Galene bispinosa)


33. ปูใบ้น้ำลึก (Galene bispinosa)

กระดองเป็นรูปห้ามเหลี่ยม ผิวกระดองเรียบเป็นมัน บริเวณขอบกระดองมีตุ่มเล็ก ๆ กระจัดกระจาย ขอบกระดองมีแง่ยื่นที่เห็นชัดเจน 2 คู่ ก้ามสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ขาเดินเรียวยาว พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


34.ปูใบ้ (Edible Xanthid Crab : Sphaerosius sp.)


34. ปูใบ้ (Edible Xanthid Crab : Sphaerosius sp.)

กระดองเป็นรูปพัดและโค้งนูนทางด้านบน ขอบด้านข้างกระดองมีรอยหยักเป็นฟัน 4 ซี่ ก้ามทั้งสองขนาดใหญ่แต่ไม่เท่ากัน ขาเดินเรียวและมีขนปกคลุม ทั้งลำตัวมีสีน้ำตาล ปลายก้ามหนีบสีดำ พบอาศัยอยู่ตามซอกหินริมชายฝั่ง


35.ปูใบ้ขน (Pilumnus sp.)


35. ปูใบ้ขน (Pilumnus sp.)

กระดองเป็นรูปห้าเหลี่ยม ส่วนหน้าโค้ง พื้นผิวลำตัวมีขนยาวปกคลุม ก้ามสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ขาเดินแข็งแรง กระดองมีสีแดงส้ม ก้ามและขาเดินมีสีม่วง พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล


36.ปูใบ้ดำ (Black Xanthid Crab : Chlorodiella nigra)


36. ปูใบ้ดำ (Black Xanthid Crab : Chlorodiella nigra)

กระดองแบนเป็นรูปพัดและมีพื้นผิวเรียบ ส่วนหน้าของกระดองกว้างและแบ่งออกเป็น 2 ลอน ก้ามสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ปลายก้ามหนีบสีดำ ขาเดินทุกคู่มีขนยาว พบอาศัยอยู่ตามซอกปะการัง


37.ปูปะการัง (Coral Crab : Trapezia cymodoce)


37. ปูปะการัง (Coral Crab : Trapezia cymodoce)

กระดองแบนและค่อนข้างกลม ผิวกระดองเรียบ ขอบกระดองด้านหน้าหยักและแบ่งออกเป็น 4 ลอน ก้ามทั้งสองมีขนาดใหญ่มาก ขาเดินเรียวเล็ก ลำตัวมีสีน้ำตาลแดง ปลายก้ามสีดำ พบอาศัยอยู่กับปะการังพุ่มไม้ (Pocillopora damicornis)


38.ปูแสมหิน (Rock Grapsid Crab : Metopograpsus frontalis)


38. ปูแสมหิน (Rock Grapsid Crab : Metopograpsus frontalis)

กระดองเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู พื้นผิวเรียบ ขอบกระดองด้านหน้าระหว่างตากว้าง ขอบด้านข้างกระดองเรียบไม่มีแง่ยื่น ก้ามสองข้างมมีขนาดใกล้เคียงกัน ด้านล่างของก้ามมีสีขาว พบอาศัยอยู่ตามโขดหินหรือเกาะกับเสาสะพานท่าเรือทั่วไป


39.ปูแสม หรือปูเค็ม (Marsh Crab : Neoepisesarma mederi)


39. ปูแสม หรือปูเค็ม (Marsh Crab : Neoepisesarma mederi)

กระดองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส พื้นผิวกระดองมีกลุ่มขนสั้นกระจัดกระจาย ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน ด้านในของปล้องรองสุดท้ายของก้ามมีสันตามขวาง ด้านบนมีขนเรียงกันเป็นแผงคล้ายหวี 1 แถว ก้ามสีแดงอมม่วง ขุดรูอาศัยอยู่ตามป่าชายเลนทั่วไป


40.ปูแสมก้ามแดง (Red-clawed Marsh Crab : Chiromantes eumolpe)


40. ปูแสมก้ามแดง (Red-clawed Marsh Crab : Chiromantes eumolpe)

กระดองเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีความกว้างมากกว่าความยาวเล็กน้อย พื้นผิวมีกลุ่มขนสั้นกระจัดกระจาย ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน ด้านบนของปล้องรองสุดท้ายมีขนเรียงกันเป็นแถวคล้ายหวี 2 แถว ปลายก้ามมีสีแดงสด ขุดรูอาศัยอยู่ตามป่าชายเลนทั่วไป


41.ปูจาก หรือปูแป้น (Nipa Crab : Varuna litterata)


41. ปูจาก หรือปูแป้น (Nipa Crab : Varuna litterata)

กระดองเป็นรูปโค้งกลมและค่อนข้างแบน บริเวณตรงกลางกระดองมีร่องเป็นรูปตัวเอช (H) ขอบด้านข้างของกระดองมีรอยหยักเป็นแง่ยื่น 2 แห่ง ก้ามทั้งสองมีขนาดใกล้เคียงกัน ขาเดินทุดคู่แบนและมีขนเป็นแถบตามขอบ อาศัยอยู่ตามป่าชายเลน


42.ปู (Purple Anemone Crab : Dorippe frascone)


42. ปูก้ามดาบ หรือปูเปี้ยว (Fiddler Crab : Uca spinata)

กระดองเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ขอบด้านข้างกระดองลู่เข้าทางตอนท้าย ก้านตายาว ก้ามข้างหนึ่งมีขนาดใหญ่มากแต่อีกข้างหนึ่งเล็ก พื้นผิวลำตัวสีน้ำตาลอมดำ ขุดรูอาศัยอยู่ตามป่าชายเลนทั่วไป


43.ปูลม (Ghost Crab : Ocypode ceratophthalama)


43. ปูลม (Ghost Crab : Ocypode ceratophthalama)

กระดองเป็นรูปสี่เหลี่ยม ขอบด้านข้างของกระดองเกือบขนานกัน ก้ามสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ขาเดินทั้งสี่คู่เรียวยาวและแข็งแรง ขุดรูอาศัยอยู่ตามหาดทรายเหนือระดับน้ำขึ้นสูงสุด และออกหากินตอนกลางคืน


44.ปูทหาร (Soldier Crab : Dotilla wichmani)


44. ปูทหาร (Soldier Crab : Dotilla wichmani)

ปูขนาดเล็ก กระดองเป็นรูสี่เหลี่ยม กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ขอบด้านข้างขยายออกไปทางด้านหลัง ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน ขาเดินเรียวยาว อาศัยอยู่ตามชายหาดทรายในเขตน้ำขึ้นน้ำลง